ไลฟ์สไตล์

'ปลูกผักพอเพียง'ในสวนยางกำไรงาม

'ปลูกผักพอเพียง'ในสวนยางกำไรงาม

26 เม.ย. 2555

สัมผัสชีวิตเกษตรกรพลัดถิ่นจากภาคตะวันออกอพยพย้ายครอบครัวมาปักหลักทำการเกษตรอยู่ในภาคใต้จนประสบความสำเร็จจากสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกษตรได้ผลผลิตหลายหมื่นบาทต่อรุ่น และไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ใช้วิธีดูแลสวนยางให้เจ้าของที่ดินแลกกับการปลูกผัก ขณะที่พายุฤดู

               ครอบครัวของนายวัลลภ ประเสริฐ อายุ31 ปี จาก ต.กอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี รวม 6 ชีวิต ทั้งภรรยาลูกชายวัย 4 และ 5 ขวบ รวมทั้งพ่อตาแม่ยาย อพยพย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มากว่า 6 ปี จนประสบความสำเร็จชีวิตมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง ต่างจากชีวิตในบ้านเกิดซึ่งสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการเกษตกรและค่อนข้างแร้นแค้น

               ปัจจุบันครอบครัวของนายวัลลภได้มาตั้งหลักปักฐานทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่บ้านฉลุง หมู่1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลูกขนำในสวนยางเป็นที่อาศัยรวมกันทั้ง 6 ชีวิต และช่วยกันทำการเกษตรทั้งปลูกแตงร้าน พริก และถั่วฟักยาว หรือพืชผักตามที่ตลาดต้องการในเนื้อที่สวนยางพาราอ่อนกว่า 12 ไร่ ส่งขายตลาดในหาดใหญ่และตลาดในมาเลเซีย สามารถสร้างรายได้ในการปลูกผักแต่ละรุ่น 2-3 หมื่นบาทภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเก็บผลผลิตแตงร้านซึ่งเก็บมา 20 รอบส่งขายกิโลกรัมละ 8 บาท สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากให้ผลผลิตเต็มที่จากสภาพล้อมในภาคใต้ทั้งดินและน้ำที่เหมาะต่อการทำการเกษตรได้ตลอดทุกช่วงฤดูกาล

               นายวัลลภ บอกว่า พื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรไม่ต้องเสียค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว โดยจะเลือกสวนยางพาราอ่อนในการทำการเกษตร แต่จะใช้วิธีดูแลสวนยางให้กับเจ้าของสวนทั้งถางหญ้าใส่ปุ๋ยแทนค่าเช่า ซึ่งเจ้าของสวนยางทุกแปลงจะพอใจเนื่องจากต้นยางได้รับการดูแลอย่างเต็มที่และสวนยางไม่รก และตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่อพยพครอบครัวมาทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นซึ่งไม่เฉพาะการเกษตรที่ให้ผลดีแต่อัธยาศรัยของคนใต้ที่เป็นกันเองเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทำให้ไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งตนและครอบครัวจะยึดอาชีพทำการเกษตรต่อไปเรื่อยๆขณะที่ลูกทั้งสองคนก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนเพราะจะส่งเข้าเรียนในโรงเรียนในพื้นที่


พายุฤดูร้อนถล่มสวนยาง เสียหายนับ1,000ต้น

               เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 เมษายน  เกษตรกรชาวสวนยางที่บ้านนาซำแซง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้เข้าสำรวจความเสียหายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนพัดตั้งแต่ช่วงกลางดึก พบว่าสวนยางเสียหายนับพันต้น โดยเฉพาะสวนยางของนายต๋อง  เดชรัตน์  บ้านนาซำแซง ที่ปลูกยางพารามีอายุ 10 ปี ทำการเปิดกรีดมาแล้ว 3 ปี ถูกแรงลมพัดจนต้นยางที่ความสูงระหว่าง 1-2  เมตร หักโค่นกว่า 600 ต้น และสวนยางของนางวิรอน  ชินวงศ์ที่อยู่ติดกัน ต้นยางอายุ 7 ปี หักโค่น 200 ต้น เป็นความเสียหายอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ถูกแรงลมพัดปลิวไปไกล นอกจากนี้ผลผลิตทางการเกษตรพืชไร่ พืชสวน และ อื่นๆได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง

               นายต๋อง  เล่าว่า เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 25 เมษายน เกิดพายุฤดูร้อน ลบมกระโชกแรง พร้อมลูกเห็บตกลงมากระหน่ำมาอย่างแรง โดยทิศทางของพายุนั้นพัดผ่านสวนยางของตนความกว้างประมาณ 50 เมตร ระยะเวลาเพียง 10 นาที พายุดังกล่าวสามารถพัดหมุนทำให้ต้นยางหักโค่น มากถึง 600 ต้น โดยสวนยางทั้งหมดมี 1,300 ต้น หลังจากนั้น พายุลูกดังกล่าวได้ข้ามถนนสายนาซำแซง-นาหลวง ไปกระหน่ำสวนยางของนางวิรอน ชินวงศ์ เสียหายอีก 200 ต้น โดยแต่ละต้นหักครึ่ง สูงประมาณ 1-2 เมตร เสียหายสิ้นเชิง

               ขณะนี้เจ้าของสวนจึงเร่งสำรวจพร้อมถ่ายภาพถึงความเสียหายดังกล่าว เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการในกรณีพืชผลทางการเกษตรประสบภัยพิบัติแล้งจากทางจังหวัดต่อไป