ไลฟ์สไตล์

อยู่ได้อย่างปกติแม้เป็นโรคหืด

อยู่ได้อย่างปกติแม้เป็นโรคหืด

15 พ.ค. 2552

โรคหืดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง

  ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณปีละ 1,000 คน โดยร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตดังกล่าว เพราะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ สามารถป้องกันได้ ถ้ามีการเรียนรู้การประเมินความรุนแรงของโรคให้ได้อย่างมั่นใจ มียาใช้ และใช้ยาได้อย่างถูกต้อง โดยผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมของตนได้อย่างปกติ ไม่ต้องขาดงานหรือขาดเรียนบ่อย ไม่ต้องตื่นตอนดึกเพราะหอบ ไม่ต้องไปห้องฉุกเฉินเพราะหอบ และไม่ต้องเสียชีวิตเพราะหอบ

  ศ.กิตติคุณ นพ.ชัยเวช นุชประยูร ประธานชมรมผู้ป่วยโรคหืดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุประการหนึ่งของโรคหืดมักจะเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ บางครั้งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ และจิตใจของผู้ป่วยเอง รวมทั้งการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ตลอดจนสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรหญ้า ละอองเกสรต้นไม้ สปอร์ของเชื้อรา และขนสัตว์ ล้วนแต่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้

 อย่างไรก็ตาม โรคหืดสามารถควบคุมได้หากผู้ป่วยสามารถประเมินความรุนแรงของโรคได้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการจับหืดอย่างรุนแรง สามารถใช้ยาสูดรักษาหืดได้อย่างถูกต้อง และจัดการกับสิ่งแวดล้อมในบ้านและในห้องนอนให้ปราศจากฝุ่น ควัน แมลงสาบ และสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจับหืด

 โดยมาตรฐานการรักษาโรคหืดในปัจจุบันคือ การใช้ยาสูดลดการอักเสบประเภทสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษาโรคหืด ให้สูดอย่างสม่ำเสมอในขนาดที่เพียงพอเป็นประจำ เพื่อลดความถี่ของการจับหืดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ส่วนยาสูดขยายหลอดลมเป็นยาเสริม ใช้สูดเมื่อมีการจับหืด โดยให้เริ่มสูดดักไว้ก่อน และสูดซ้ำได้อีกหลายๆ ครั้ง จนกว่าอาการจับหืดจะยุติ เชื่อว่าอนาคตอันใกล้นี้ ผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทยคงได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง มียาใช้  ใช้ยาได้อย่างถูกต้อง สามารถควบคุมโรคหืดของตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป