ไลฟ์สไตล์

หอมกลิ่นกล้วยไม้:การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(3)

หอมกลิ่นกล้วยไม้:การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(3)

26 เม.ย. 2555

การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (3) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก

          ฉันอุตส่าห์สมัครใจเป็นพนักงานขับรถของทางราชการ เพื่อจะได้ขับรถสองแถวเข้าไปในเมืองเพื่อไปล้วงความลับในเรื่องต่างๆ ที่มันขวางหน้า แล้วนำมารวมกันเป็นตัวเป็นตนเพื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีก

          ขึ้นแรก ฉันรู้ว่าเชียงใหม่สมัยก่อนยังมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องเพราะมีแต่คนในกลุ่มที่เกิดและตายที่นั่นจึงอยู่กันอย่างสงบเรียบร้อยโดยไม่มีอาชญากรรมแต่อย่างใด 

          ฝนฟ้าก็ตกต้องตามฤดูกาล ขโมยขโจรก็ยังไม่มี คงมีแต่ชาวบ้านที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

          แม้เชียงใหม่จะเป็นเมืองชนบทที่อยู่ห่างไกลกรุงเทพฯ แต่หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีตลาดที่มักเรียกกันว่า “แบกะดิน” และติดตลาดกันในตอนเช้าตรู่เป็นประเพณี ฉันมักตื่นแต่เช้ามืดแล้วขี่รถจักรยานออกไปเดินคุยกับชาวบ้านแถบนี้อย่างมีความสุข ซึ่งตลาดแบบนี้มักมีข้าวนึ่ง ชิ้นปิ้ง รวมทั้งผักเล็กๆ น้อยๆ ที่เก็บมาจากในบริเวณหมู่บ้าน

          ฉันรู้สึกประหลาดใจมากที่พบว่า ผู้เฒ่าผู้แก่แถบนั้นมักนิยมนำกล้วยไม้พื้นบ้านมามัดเป็นกำวางขายบนพื้นดิน

          ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ซื้อซึ่งเป็นชาวบ้านก็นิยมซื้อกล้วยไม้พวกนี้ติดมือกลับบ้านด้วย เพราะคนเดียวกันเป็นทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ เขาเอาของติดมือใส่กระจาดมาขาย พอขายเสร็จก็เอาเงินที่ได้ส่วนหนึ่งซื้อกล้วยไม้ติดมือกลับบ้านไปอีกด้วย

          ในสมัยนั้นแหล่งน้ำในหมู่บ้านก็ยังใช้บ่อขุดที่เรียกกันว่าบ่อน้ำลึก ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างประมาณ 1 เมตรกว่าๆ บ่อน้ำแบบนี้ใช้ทั้งกินทั้งอาบรวมทั้งซักผ้าล้างถ้วยล้างชาม แถมยังใช้รดกล้วยไม้ที่นำมาผูกติดไว้กับต้นไม้ใกล้เคียง

          หวนกลับไปสู่กลางใจเมืองเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

          ความสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่มันอยู่ในจิตวิญญาณของฉันถึงขนาดอาสาสมัครเป็นคนขับรถสองแถวเพื่อเข้าไปล้วงความลับภายในเมือง

          ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ฉันก็ไม่ยอมหยุด ทีแรกก็ชอบพูดว่าต้นไม้มันไม่หยุดในวันเสาร์อาทิตย์ ทำไมคนจะต้องหยุด

          แท้จริงแล้วฉันขนครอบครัวข้าราชการไปปล่อยในเมืองเพื่อให้ไปซื้อพริก กะปิ หอมกระเทียม ส่วนตัวฉันเองก็แอบไปจอดรถไว้ในตรอกแคบๆ หลังจากนั้นจึงเดินซอกแซกเข้าไปในตรอกเพื่อพบปะพูดคุยกับใครต่อใครในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็นสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ

          ฉันเดินเข้าไปที่ถนนท่าแพตรงเชิงสะพานนวรัฐ ซึ่งด้านหนึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนอีกด้านหนึ่งคือที่อยู่ของหัวหน้าศาลประจำภาค ถัดไปอีกสี่แยกหนึ่ง ตรงมุมมีร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่มีชื่อว่า “ร้านตัณตราภัณฑ์” เจ้าของมักนิยมเอากล้วยไม้ลูกผสมจากเมืองฝรั่งที่มีดอกบานมาแขวนไว้หน้าร้าน จะว่าเพื่อล่อลูกค้าหรือต้องการเชิดหน้าชูตาก็มิทราบ แต่ฉันก็มักไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นแล้วแหงนดูความงามรวมทั้งความรู้สึกแปลกตาแปลกใจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในที่สุดก็รู้ว่าชื่อของมันนั้นคือ แคทลียาลูกผสม ซึ่งมีชื่อเป็นสำเนียงฝรั่งเศสว่า “มาดามชาลส์มารอง” ทำให้รู้ว่าพ่อแม่ของมันสืบทอดมาจากอเมริกาใต้

          ฉันไปเดินชมอยู่หลายครั้งหลายหน ในที่สุดก็เริ่มเบื่อเพราะมันไม่ได้ให้แง่คิดที่ลึกซึ้งอะไรมากนัก

 

 

----------

(หมายเหตุ : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (3) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก <[email protected]>)

----------