ไลฟ์สไตล์

"หน้าร้อน" ระวังโรคลมแดด

"หน้าร้อน" ระวังโรคลมแดด

24 เม.ย. 2555

ในช่วงหน้าร้อนที่เป็นช่วงปิดเทอม จะเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการเที่ยวทะเล นอกเหนือจากปัญหาเรื่องภาวะผิวไหม้แดดแล้ว ปัญหาที่ค่อนข้างจะมีอันตรายและควรจะระมัดระวังในเด็กและผู้สูงอายุ ก็คือภาวะโรคลมแดด

 โรคลมแดด (Heat Stroke) เกิดจากที่อยู่ในแสงแดดหรือความร้อนเป็นเวลานาน มีการสูญเสียน้ำ การระบายเหงื่อที่ผิวหนังได้ไม่ดี เกิดการสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ถ้าหากอาการไม่มากอาจจะมีความรู้สึกร้อน กระสับกระส่าย อาจจะมีอาการตามัว กระหายน้ำ ผิวหนังแห้ง ชีพจรเต้นเร็ว คลื่นไส้อาเจียน ในรายที่มีอาการมาก อาจจะเป็นลมหมดสติหรือชักได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวควรพาผู้ป่วยเข้าไปในที่ร่ม ปลดเสื้อผ้าที่รัดแน่น ไม่ควรยืนมุงดู อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นอนราบ ยกขาสูง ประคบเย็นที่ผิวหนัง ถ้าผู้ป่วยยังคงมีสติอยู่แนะนำให้จิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ถ้าผู้ป่วยหมดสติแนะนำควรส่งโรงพยาบาล ควรจะมีการตรวจเช็กชีพจร ความดัน มีการให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดดำ
 แนวทางการป้องกันเมื่ออยู่ในที่มีแสงแดดหรืออากาศร้อนจัดนานๆ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีการระบายอากาศได้ดี ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ ไม่ควรออกกำลังกายในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน 
 นอกเหนือจากโรคลมแดดแล้วภาวะผิวหนังที่จะเกิดขึ้นในหน้าร้อนก็คือการไหม้แดด (Sun Burn) เป็นผลจากการตากแดดและโดนแดดเป็นเวลานาน จะเห็นผิวหนังบวมแดง บริเวณนอกร่มผ้า มีอาการเจ็บร่วมด้วยได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีไข้ ร่วมกับตุ่มน้ำพองใส เกิดขึ้นได้ วิธีการป้องกันควรหลบแดดในช่วงเวลา 09.00-16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่มีปริมาณของแสง UV เป็นปริมาณมาก ควรใส่หมวกใส่แว่นพร้อมสวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดด แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดในเวลาดังกล่าวได้ ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวโดยเลือกครีมกันแดดที่มีความสามารถในการป้องกันทั้ง UV A และ UV B โดยดูค่า SPF ซึ่งเป็นค่าความสามารถในการป้องกันผิวไม่ให้ไหม้แดด จาก UV B โดยทั่วไปแนะนำเลือก SPF 20-30 ในรายที่ต้องออกแดด ในส่วนของ UV A ดูค่า PA ตั้งแต่ 2+ ขึ้นไป ควรทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรทาแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าต้องลงเล่นน้ำควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติ Water Proof , Water Resistance
 ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดการสูญเสียน้ำ ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง การรักษาถ้ามีอาการแสบร้อน แดง ควรประคบเย็น อาบน้ำได้บ่อย แต่ไม่ควรฟอกขัดถูตัว รวมทั้งอยู่ในที่อากาศเย็น ใช้ยาทาประเภทสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง ในรายที่เป็นมากอาจจะมีการรับประทานยาเพื่อลดการอักเสบของผิวหนังร่วมด้วย
แพทย์หญิงพรภุชงค์ เลาห์เกริกเกียรติ 
โรงพยาบาลพญาไท 3 โทร.1772