
นักท่องเที่ยวไทยติดค้าง ในเขตสู้รบปากีสถาน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ได้รับการติดต่อจากนักท่องเที่ยวชาวไทย 3 คน ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในเขตเมือง Gilgit ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน และติดค้างอยู่ไม่สามารถเดินทางออกจากเมืองนี้ได้
เนื่องจากเกิดเหตุการปะทะกันของชุมชนมุสลิมต่างนิกายและเกิดจลาจลขึ้น จนทางการปากีสถานต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว)
ทางสถานทูตได้ติดตามสอบถามรายละเอียด ทราบว่า ตำรวจปากีสถานได้อพยพนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในเมือง Gilgit มาไว้รวมกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งและไม่อนุญาตให้เดินทางออกจากเมืองเพื่อความปลอดภัย สถานทูตจึงได้ประสานกับทางการท้องถิ่นขอให้ช่วยดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยทั้ง 3 คน ต่อมาทางการสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงได้ขอให้นักท่องเที่ยวทั้งหมดเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยทหารปากีสถานได้จัดเครื่องบินลำเลียงไปรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมายังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวง
จากการสอบถามนักท่องเที่ยวทั้ง 3 คน ทราบว่า เดินทางเข้ามาเที่ยวในเขตภูเขาภาคเหนือของปากีสถานซึ่งมีภูมิประเทศที่สวยงาม โดยมีกำหนดจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังสงกรานต์ แต่มาเกิดเหตุการณ์รุนแรงเสียก่อน ทางสถานทูตจึงได้อำนวยความสะดวกเรื่องอาหารและที่พักในกรุงอิสลามาบัด และจัดให้คนไทยทั้งหมดเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา
เรื่องนี้นับเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหาความมั่นคงปลอดภัย กรณีนี้ คนไทยทั้ง 3 คนเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาแจ้งแก่สถานทูตเพื่อขอความช่วยเหลือ แสดงให้เห็นว่า มีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูตในประเทศที่ตนจะเดินทางไปซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และทำให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นกรณีนี้ ยังพอจะติดต่อขอให้สถานทูตช่วยเหลือได้ คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ อย่างน้อยควรจะมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูต/สถานกงสุลติดตัวไว้ด้วย
ก่อนจะเดินทางไปประเทศใดก็ตาม ควรอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลเสียก่อน ทั้งเรื่องสภาพอากาศ และสถานการณ์ทั่วไปในประเทศนั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยไม่ต้องไปตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ



