ไลฟ์สไตล์

สธ.เข้ม!9ข้อคุมรพ.บริหารยา-เวชภัณฑ์

สธ.เข้ม!9ข้อคุมรพ.บริหารยา-เวชภัณฑ์

22 เม.ย. 2555

สธ.งัดกฎเหล็กสั่ง รพ.ทุกระดับเร่งเคาะ 9 มาตรการควบคุม สอบระบบบริหารยา-เวชภัณฑ์ ย้ำส่งรายงานยาที่ใช้มูลค่าสูงสุด และยาที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุด 20 รายการ 27 เม.ย.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 55  นายแพทย์โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการควบคุมยา และเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขว่า นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งทั่วประเทศ เร่งรัดระบบการบริหารยา และเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล 9 ข้อ ซึ่งใช้มานานกว่า 15 ปี ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยให้ส่งรายงานยาที่มีปริมาณการใช้สูงสุด ยาที่มีมูลค่าสูงสุด รวมไปถึงยาที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุด อย่างละ 20 รายการ ประจำปีงบประมาณ 2554 ภายในวันที่ 27 เม.ย.นี้ ซึ่งได้มีการประชุมชี้แจงนโยบาย และมาตรการควบคุมต่าง ๆ แก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

          นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า มาตรการ 9 แนวทางในการบริหารยาและเวชภัณฑ์ ได้แก่ 1. คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดของโรงพยาบาลทุกระดับ ต้องกำหนดนโยบายด้านยาและเวชภัณฑ์ และติดตามกำกับการใช้ยาภายในโรงพยาบาล รวมไปถึงการปฏิบัติตามแผนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ประจำปี

          2. ดำเนินการคัดเลือกและทบทวนรายการยาและเวชภัณฑ์ทั้งเข้า-ออกจากบัญชีโรงพยาบาล 

          3. จัดซื้อยาเวชภัณฑ์ตามแผนการจัดซื้อ หากยารายการใดที่มีการใช้มาก ให้ดำเนินการจัดซื้อร่วมกันทั้งจังหวัดหรือร่วมกันหลาย ๆ จังหวัดในระดับเขต 

          4. ให้มีคณะกรรมการตรวจรับตามระเบียบพัสดุ หากยารายการใดที่ไม่มีใบสั่งซื้อ ให้แจ้งบริษัทและส่งคืนทันที 

          5. มีระบบรักษาความปลอดภัยในการการควบคุมเวชภัณฑ์ ให้เคร่งครัด และสำรองคลังไม่เกิน 3 เดือน เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพหรือยาหมดอายุ 

          6. กำหนดให้มีผู้เบิก-จ่ายที่ชัดเจน 

          7. กำหนดหลักเกณฑ์การสั่งใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล มีการติดตามประเมินการใช้ยาในกลุ่มยาที่ต้องเฝ้าระวังหรือยาที่มีมูลค่าสูง 

          8. จัดระบบการตรวจสอบและรายงาน เป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง เป็นรายเดือน รายปี เพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชา และ 

          9. ให้ผู้ตรวจราชการฯติดตามควบคุมกำกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้โรงพยาบาลทุกระดับทุกแห่งควบคุมภายในเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และระเบียบพัสดุ โดยเคร่งครัด กรณีที่พบโรงพยาบาลใดมีปัญหาในด้านบริหารเวชภัณฑ์ ส่วนกลางจะส่งทีมนิเทศเฉพาะกิจ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาระบบงานให้เกิดประสิทธิภาพ 

          นายแพทย์โสภณ กล่าวต่ออีกว่า โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการข้อมูลยาทั้งระบบ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดทำให้เป็นระบบที่เป็นปัจจุบัน (Real time Online) และเชื่อมโยงเครือข่ายได้ทั้งประเทศ ได้ให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดำเนินการ คาดว่าจะสำเร็จสมบูรณ์แบบในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการควบคุมตรวจสอบมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรณียาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน ที่พบมีปัญหาในโรงพยาบาล 8 แห่ง จากทั้งหมด 845 แห่ง ชี้ให้เห็นว่าระบบบริหารเวชภัณฑ์ยากระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่ยังดำเนินการได้ดี มีส่วนน้อยที่มีจุดที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามได้ กำชับเข้มงวดมาตรการทั้ง 9 ข้อต่อไปเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมค่าใช้จ่ายต่อไป