
จี้รัฐลดโควต้าส่งออก'น้ำมันปาล์ม'
เอกชนใต้จี้รัฐลดโควต้าส่งออกน้ำมันปาล์ม แก้วิกฤติปัญหาราคา-วัตถุดิบในประเทศ เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ
20เม.ย.2555 นายสมชาย สุทธิรักษาวงษ์ กรรมการผู้จัดการสวีอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จ.ชุมพร อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันปาล์มในประเทศว่า ขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติทั้งราคาซื้อขายผลปาล์มดิบที่ขยับพุ่งสูงขึ้นถึง ในขณะนี้ ซึ่งได้เริ่มส่งผลกระทบต่อราคาซื้อขายน้ำมันปาล์มขวดที่ผู้ประกอบการเตรียมที่ปรับราคาจำหน่าย รวมถึงปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบจนต้องมีการสั่งนำเข้าน้ำมันปาล์มนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงที่ส่งผลให้เกิดสภาวะวิกฤติดังกล่าวมาจากปัญหาปริมาณผลผลิตของปล์มดิบที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการอันเป็นผลมาจากวิกฤติทางด้านสภาพดินฟ้าอากาศที่ในปีที่ผ่านมาเกิดสภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่เมื่อมาในปีนี้กลับมีปัญหาน้ำท่วมจนสวนปาล์มหลายพื้นที่ประสบความเสียหาย ทำให้มีปริมาณผลปาล์มดิบออกสู่ตลาดเพียง 20-30 % ทำให้หลายโรงงานขณะนี้ต้องหยุดการผลิตเนื่องจากไม่มีวัตถุดิบ แต่คาดว่าในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน 2555 สถานการณ์น่าจะเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากปริมาณปาล์มดิบจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น
“ปริมาณปาล์มดิบที่มีน้อยในขณะที่ความต้องการบริโภคและใช้ในโรงงานผลิตน้ำมันทดแทน ทำให้เกิดภาวการณ์แย่งชิงวัตถุดิบ ทำให้ราคาซื้อขายผลปาล์มดิบจึงสูงจากปกติมากถึง กก.ละ6- 7 บาท จากปกติอยู่ที่ กก.ละ 2-3 บาท สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนหรือปัญหาระยะสั้นที่รัฐบาลควรที่จะเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างราคาขายปลีกนั่นคือการลดโควตาส่งออกซึ่งปัจจุบันน้ำมันปาล์มที่ผลิตได้ในประเทศมีการส่งออกประมาณ 10-20% ทั้งนี้เพื่อพยุงราคาซื้อขายภายในประเทศและประคองสถานการณ์ในช่วง 3-4 เดือนนี้ เพราะในช่วงตั้งแต่เดือนมี.ค.2555 สถานการณ์ต่างๆ ก็น่าจะเริ่มคลี่คลาย ส่วนการนำเข้าหากจำเป็นก็สามารถดำเนินการได้แต่ต้องจำกัดโควตาหรือปริมาณการนำเข้า เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดผลกระทบต่อเกษตรกรตามมาอีกในอนาคต” นายสมชายกล่าวและว่า
จากปัญหาที่เกิดขึ้นยอมรับว่าโครงสร้างราคาของน้ำมันปาล์มคงจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครต้องการให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นเพราะสินค้าใดก็ตามเมื่อปรับราคาขึ้นแล้วจะลงยาก ดังนั้นรัฐบาลน่าจะหาทางพยุงราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับปุจจุบันน่าจะดีที่สุด
ด้านนายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง อดีตประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่า จากวิกฤติปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ทางการเกษตรของไทย ทำให้กลายเป็นช่องว่างที่สินค้าทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะแนวพรมแดนด้านจ.ระนอง-เกาะสองขณะนี้พบว่ามีสินค้าเกษตรจากพม่าทะลักข้ามฟากเข้ามาเป็นจำนวนมาก
"ประกอบกับการที่รัฐบาลทหารพม่ามีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตรตามแนวพรมแดนไทยพม่า ผนวกกับราคาซื้อขายสินค้าเกษตรในพม่ามีราคาต่ำมาก ทำให้สินค้าเกษตรที่มีการปลูกตามแนวตะเข็บชายแดนทะลักข้ามฟากเข้ามาจำหน่ายในฝั่งไทยซึ่งได้ราคาสูงกว่า ส่งผลให้เกิดความวิตกจากประชาชนในเขตพื้นที่จ.ระนอง ต่อการที่มีสินค้าเกษตรจากประเทศพม่าได้ทะลักผ่านเข้ามายังจังหวัดระนอง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และผู้ประกอบการไทย จึงได้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อ.กระบุรี ซึ่งเป็นแนวเขตพื้นที่รอยต่อแนวพรมแดนไทย-พม่า ที่มีลำน้ำกระบุรี กั้นระหว่างพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ 2 จังหวัดคือ จ.ระนอง กับ จ.เกาะสอง เป็นแนวยาวกว่า 60 กม. กลับกลายเป็นช่องทางที่ทำให้สินค้าเกษตรจากประเทศพม่าทะลักเข้ามายังฝั่งไทยด้านจ.ระนอง โดยสินค้าส่วนหนึ่งจะจำหน่ายในเขตพื้นที่จ.ระนอง อีกส่วนจะกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะโรงงานต่างๆ ที่ต้องการวัตถุดิบทางการเกษตรราคาถูก”
นายนิตย์กล่าวต่อว่าสินค้าเกษตรจากพม่าที่ทะลักเข้ามาตีตลาดสินค้าเกษตรของไทยประกอบด้วยข้าวเปลือก,ใบจาก,เม็ดมะม่วงหิมพานต์,ข้าวโพด,กาแฟ,ปอ ,ปาล์มน้ำมัน ,ยางพารา เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ทางตอนใต้ของพม่าได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกสินค้าเกษตรหลายรายการ ในขณะนี้ที่ยังไม่มีแนวทางด้านการตลาด จึงทำให้สินค้าเกษตรที่ผลิตได้ทะลักเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมากเนื่องจากได้ราคาที่ดีกว่า
ชมรมเลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานีให้เวลารัฐบาลแก้ราคาตกต่ำ
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องราคากุ้งตกต่ำนั้น กำลังรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อนว่าจะให้ความเห็นอย่างไร จะแก้ไขได้หรือไม่ ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่จะใช้วิธีการเคลื่อนไหวรุนแรงจะด้วยวิธีไหนก็ตามแต่ ขอให้ใช้ความประนีประนอม ทั้งนี้ยอมรับว่าราคากุ้งตกต่ำลงจริง ๆอย่างไม่ควรจะเป็น
หากรัฐบาลมีการประกันราคากุ้งได้ตามที่มีการเรียกร้องก็จะเป็นการดีเพราะตลาดกุ้งไทยยังมีแนวโน้มที่สดใส แต่ต้องมีความเสถียรภาพด้านราคา และยังต้องการให้ผลผลิตอยู่ที่ 6 แสนตันใกล้เคียงกับปี 2554 ส่วนตอนนี้ที่ราคากุ้งตกส่วนหนึ่งอาจจะกำลังออกสู่ท้องตลาดพร้อมกัน และเกิดจากผลผลิตคู่แข่งซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าของไทย ทั้งที่คุณภาพกุ้งไทยเป็นอันดับ1ของโลก
สำหรับตลาดหลักตอนนี้ที่ยังผูกขาดยาวนานยังคงเป็น อเมริกา โดยปีที่แล้วไทยส่งออกกุ้งไปอเมริกา ถึง 46 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ ตลาดญี่ปุ่น 20 เปอร์เซ็นต์ ตลาดยุโรป 20 เปอร์เซ็นต์ และตลาดอื่นๆ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นโครงสร้างตลาด 3 ขา ที่ค่อนข้างแข็งแรง โอกาสที่จะล้มพร้อมๆกันมีน้อยมาก แต่ถ้าจะให้ตลาดมีความแข็งแรงมากขึ้น ควรลดตลาดอเมริกาลง แล้วมาเพิ่มตลาดญี่ปุ่น ส่วนตลาดยุโรป สามารถเพิ่มได้อีกเล็กน้อย ส่วนขาที่ 4 ที่ขยับขึ้นมาอย่างเงียบๆ คือตลาดภายในประเทศ เนื่องจากราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ ขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับราคากุ้ง ส่งผลให้ตลาดในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยการบริโภคของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยซื้อกุ้งจากตลาดสดมาแกะเปลือก ก็เปลี่ยนมาซื้อกุ้งแช่แข็ง พร้อมปรุง ซึ่งไม่ต่างจาก อเมริกา หรือญี่ปุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าแม้ว่ากุ้งไทยราคาตกช่วงนี้ แต่หากมองถึงความต้องการของตลาดโลกยังเป็นที่ต้องการเช่นเดิมโดยที่ผู้ประกอบการชี้แจงว่าหากรัฐบาลประกันราคาได้ก็จะเป็นการดี และคิดว่าราคาคงไม่ตกไปมากกว่านี้เพราะหากปรับลดลงเรื่อย ๆจะกระทบต้นทุน เกษตรกรรายย่อยจะเดือดร้อนมากที่สุด ผู้เลี้ยงรายใหญ่ไม่กระทบมากขึ้นเพราะมีกระบวนการที่ครบวงจร
ผู้เลี้ยงกุ้งใต้จี้แก้ราคากุ้งตกต่ำ
ที่บริเวณเชิงสะพานติณสูลานนท์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ นายกาจบัณฑิต รามมาก ประธานชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลาและตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำให้แก่เกษตรกร ภายหลังประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ได้เคยยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาราคกุ้งตกต่ำมาหลายครั้ง แต่ทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้มีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด
เนื่องจากในขณะนี้ราคากุ้งขาวขนาด 60 ตัว/ กก.ราคาอยู่ที่ กก.ละ 125 บาท จากเดิมอยู่ที่ ราคา กก.ละ 165 บาท เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ จึงต้องออกมาเรียกร้องอีกครั้งโดยขีดเส้นตายให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ภายใน 7 วัน นับจากวันนี้ และได้นำประกาศ “ปิดสะพานป๋าเปรม เพื่อซ่อมราคากุ้งตกต่ำ เร็ว ๆ นี้ เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ ขออภัยในความไม่สะดวก” มาติดเอาไว้บนเส้นทางขาขึ้น และขาลงจากสะพานติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อแจ้งให้รัฐบาล และประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางข้ามสะพานติณสูลานนท์ทราบล่วงหน้า
นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ กล่าวว่า ทางเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้เรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคากุ้งขาวให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยประกันราคากุ้งขาวขนาด 50 ตัว / กก.ราคาต้องไม่ต่ำกว่า กก.ละ 160 บาท กุ้งขาวขนาด 60 ตัว / กก.ราคาต้องไม่ต่ำกว่า กก.ละ 150 บาท กุ้งขาวขนาด 70 ตัว / กก.ราคาต้องไม่ต่ำกว่า กก.ละ 140 บาท โดยให้ทางรัฐบาลเรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบและที่เกี่ยวข้องกับกลไกทางการตลาดของอุตสาหกรรมกุ้ง สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ตัวแทนเกษตรกรและเกษตรกร ประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ และให้รัฐบาลลงพื้นที่เพื่อปรับรู้ปัญหาข้อเท็จจริงที่จังหวัดสงขลาโดยเร่งด่วน และข้อเรียกร้องนี้รัฐบาลต้องให้คำตอบภายใน 7 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป
หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ทางเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ก็จะดำเนินการเคลื่อนไหวใหญ่ของเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ โดยทุกคนมีมติที่จะทำการปิดสะพานติณสูลานนท์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อกดดันรัฐบาล หลังจากที่เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ชุมนุมใหญ่เคยปิดสะพานติณสูลานนท์มาแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา



