
หมื่นขั้นพันโค้งดินแดนแห่งเกล็ดมังกร
ท่องต่างแดน : หมื่นขั้น พันโค้ง ดินแดนแห่งเกล็ดมังกร โดย...เรื่อง/ภาพ : ท่อง ไปตามตะวัน
จากเมืองซาปา ประเทศเวียดนาม เราเหมือนจะเหมารถประจำทาง เข้าสู่ประเทศจีน เป้าหมาย "หยวนหยาง" ทางตอนใต้ของเมืองคุนหมิง ประเทศจีน จริงๆ ไปหยวนหยางได้หลายทาง นั่งเครื่องบินไปลงคุนหมิง แล้วนั่งรถต่อไปเมืองหยวนหยาง หรือจะนั่งรถไปลงเชียงแสน จ.เชียงราย ข้ามแดนที่หลวงน้ำทา ประเทศลาว นั่งรถต่อไปเลาไค เวียดนาม แล้วก็นั่งรถต่อไปหยวนหยาง แต่พวกเรามาข้ามแดนที่หลวงน้ำทา แวะเที่ยวเมืองซาปา ประเทศเวียดนามก่อนแล้วค่อยไปหยวนหยาง จะได้บรรยากาศครบรส
พอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดนจีน ก็ต้องเหมารถไปที่สถานีขนส่งใหม่ซึ่งย้ายออกนอกเมือง เราตกรถที่วิ่งตรงสู่เมืองหยวนหยาง แต่เราก็แก้ไขสถานการณ์โดยการไปต่อรถอีกที มีลุ้นระทึกกันตลอดเวลา เป็นการเดินทางแบบ Backpacker จริงๆ เมื่อเราถึงหยวนหยางในตอนบ่ายๆ ก็เข้าพักโรงแรมหรูตั้งอยู่จัตุรัสกลางเมืองโดยมีรัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้น จึงสะดวกสบาย
ตกเย็นลานหน้าจัตุรัสก็เป็นที่รวมพลของนักท่องเที่ยวและคนพื้นเมือง มีกิจกรรมสันทนาการมากมาย มีโต๊ะเล่นหมากรุกจีนให้ประลองปัญญา มีลานทรายให้เด็กๆ ได้เล่น รวมถึงแอโรบิกออกกำลังกายแก้หนาว ที่นี่อากาศค่อนข้างหนาว มีนักท่องเที่ยวได้มาเก็บรูปพระอาทิตย์ตกดิน อยู่คนละมุม เย็นนี้เรามีนัดกันทานสุกี้ หม้อร้อน อาหารที่นี่เน้นผักสด รสชาติเผ็ดแต่จืด จึงไม่คุ้นลิ้นคนไทย แต่เขาสามารถทำข้าวผัดให้กินได้ ถึงจะเน้นมันไปหน่อยแต่ก็อร่อยกลมกล่อมพอได้
เช้านี้เราได้ไกด์นำเที่ยวชื่อโซฟี เป็นผู้พาไปเที่ยวทั่วเมือง โซฟีพูดภาษาอังกฤษได้ดี เราออกจากโรงแรมตั้งแต่ตี 5 เพราะต้องการไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขา รถประจำทางที่เช่ามาพาเราลัดเลาะขึ้นเขา วันนี้อากาศปิด หมอกเยอะมาก อากาศหนาวแต่ก็ไม่มีใครบ่นซักคำ แต่ละคนสนุกสนานกับมิตรภาพและการถ่ายภาพ มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลา
โซฟีพาเราชมนาขั้นบันไดโบราณที่สวยที่สุดได้ขึ้นชื่อว่า เกล็ดมังกรแห่งหยวนหยางยามต้องแสงอาทิตย์ ที่นี่ทำนากันมาเนิ่นนานเป็นพันๆ ปี ทั่วทั้งหุบเขา ทุกพื้นที่เป็นเขาลาดชันจึงทำพื้นที่เป็นนาขั้นบันได เมื่อยามปล่อยน้ำเข้านาเพื่อเตรียมการเพาะปลูก แสงสะท้อนต้องผิวน้ำยามเช้า สลับเลื่อมขั้นบันไดนา มองในมุมระยะไกลคล้ายเกล็ดมังกร ที่นี่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวแทบจะทุกมุม แต่ละคนหาจุดที่ต้องการเก็บภาพอย่างมีความสุข อากาศเย็นกำลังสบาย ทั้งภาพสวยๆ ที่อยู่ตรงหน้าทำให้เราลืมทุกอย่าง จนท้องร้องเตือนว่าสายมากแล้วนะ
เราขึ้นรถต่อไปในตัวเมือง หาอาหารกินกันในตลาด ที่นี่เป็นตลาดพื้นเมืองทุกคนแต่งตัวตามชนเผ่าของตนเอง มีผัก ผลไม้สดๆ มากมาย รถใหญ่วิ่งผ่านบีบแตรวุ่นวายตามสไตล์เมืองจีน เราหาก๋วยเตี๋ยวกินอร่อยไปอีกแบบ ก่อนจะแยกย้ายเดินตลาดกันต่ออย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปไปหาของพื้นเมืองชิมไปเรื่อยๆ กว่าจะสุดตลาดก็หิ้วของกันพะรุงพะรังก็ไม่พ้นของกินทั้งนั้น
เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว โซฟีก็พาเรานั่งรถไปอีกไม่ไกลก็ถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โซฟีบอกว่าจะพามาเดินเล่นติดขอบนา แล้วเธอก็พาเรามาเดินเล่นบนคันนาจริงๆ เราเดินลัดเลาะคันนากันไปเรื่อยๆ แบบที่นักท่องเที่ยวคนอื่นเขาไม่ทำกัน เพราะมีแต่พวกเรา และกระบือเมืองจีนเท่านั้นที่ยืนสบตากันอยู่
เราเดินเล่นกันอย่างสนุกเหมือนเด็กๆ แต่ละคนเดินไปตามคันนาไปกันคนละทิศทาง จนไกด์เราต้องต้อนให้กลับมาอยู่รวมกัน นับสมาชิกขาดบ้าง เกินบ้างจนไกด์เวียนหัวไปหมด เดินชมวิถีชีวิตและวิวสวยๆ จนเหนื่อย
กลับออกมา โซฟีก็พาเราไปชมพระอาทิตย์ตกที่ Tiger Mount เป็นมุมชมนาขั้นบันไดบนยอดเขาสูง มองนาขั้นบันไดได้กว้างถ่ายภาพยามแสงอาทิตย์ตกดิน Tiger Mount เป็นจินตนาการบนลวดลายของผืนนาที่มีลักษณะเหมือนเสือกำลังแยกเขี้ยว ที่นี่ก็พบแต่นักท่องเที่ยวจับจองที่ถ่ายภาพกัน นั่งชมวิวไปฟังเสียงชัตเตอร์เพลินๆ ถ้าได้กาแฟร้อนๆ สักแก้วก็คงจะดี พร้อมขนมที่ซื้อมาจากตลาด
วันรุ่งขึ้น เราแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มรักการถ่ายภาพต้องการไปถ่ายรูปนาขั้นบันไดอีก ส่วนพวกเราขอเดินเที่ยวในเมืองกันต่ออีกครึ่งวัน เราเดินเล่นในตลาดใกล้ๆ โรงแรม กินก๋วยเตี๋ยวมื้อเช้า กับน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ เหมือนบ้านเราเลย อร่อยด้วย ยังมีเต้าหู้ก้อนปิ้งจิ้มน้ำจิ้ม อิ่มมากมายไปอีกมื้อ จบจากการช็อปปิ้งเราก็เดินไปเที่ยววัดบนเขา ได้ทำบุญนั่งสมาธิ อิ่มบุญกันทั่วหน้า เจ้าอาวาสที่วัดเอาน้ำชามาต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างอบอุ่น
พอได้เวลา เราต้องขึ้นรถนอนกลับเข้าคุนหมิง รถมีเที่ยวเดียว ถ้าไม่จองตั๋วไว้ตอนเช้า คงต้องนอนบนทางเดิน เราถึงสถานีรถคุนหมิงในตอนเช้า เราก็ไปเที่ยวต่อที่หุบเขาซีซานเป็นยอดเขาหินปูน ชมวิวทะเลสาบเตียนฉือ ลอดประตูมังกรเพื่อเป็นสิริมงคล เที่ยวไปถ่ายรูปไปสนุกสนานกับการสนทนาและมิตรภาพจนเพลิน กลับมาสถานีท่ารถที่คุนหมิงอย่างฉิวเฉียด คืนนี้เราเดินทางกลับเข้าถึงประเทศลาวเช้าพอดี
แวะกินเฝ๋อที่สุดแสนอร่อย พร้อมกาแฟร้อนๆ ที่ลาวอากาศอุ่นกว่าคุนหมิง เราพักค้างคืนที่เมืองหลวงน้ำทา เดินเที่ยวชมเมืองเล็กๆ สงบๆ ไปกราบสักการะพระธาตุหลวงน้ำทา ก่อนที่จะไปสังสรรค์กันที่ตลาดเย็น ด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ขาดไม่ได้คือข้าวเหนียว ส้มตำ มากี่จานก็หมด เราลองชิมของพื้นเมืองแทบทุกชนิด อิ่มมากมายจนตลาดวาย ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อเดินทางกลับสู่เมืองไทย
ขอบคุณทุกมิตรภาพ การเดินทางไม่มีวันสิ้นสุด ขอให้ทุกคนสนุกกับการท่องโลกนะคะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า
..................................
(ท่องต่างแดน : หมื่นขั้น พันโค้ง ดินแดนแห่งเกล็ดมังกร โดย...เรื่อง/ภาพ : ท่อง ไปตามตะวัน)



