ไลฟ์สไตล์

หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ

หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ

19 เม.ย. 2555

โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้น เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นของสาเหตุการตายปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น เพศชาย การสูบบุหรี่ ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และการไม่ออกกำลังกายประจำ

 อาการสำคัญ คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายโดยเฉพาะในเวลาออกกำลังกาย ซึ่งในบางรายอาจเป็นแบบฉับพลัน และรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือที่เรียกว่า Heart Attack ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

โรคนี้ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาอยู่ 3 วิธี
 1. การรักษาด้วยยา
 2. การใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจรวมถึงการใส่ขดลวดในหลอดเลือดหัวใจ
 3. การผ่าตัดนำหลอดเลือดดำที่ขา หรือหลอดเลือดแดงที่ผนังหน้าอกมาตัดต่อกับหลอดเลือดที่อุดตันทำทางเดินของเลือดใหม่ หรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า การผ่าตัดบายพาส

1. การรักษาด้วยยา 
 แต่ละบุคคลอาจจะได้รับยามากกว่า 1 ชนิด ขึ้นกับอาการ ยาโรคหัวใจจึงต้องปรึกษาแพทย์บ่อยในช่วงแรก และหากเกิดปัญหาระหว่างรักษาไม่ควรหยุดยาเอง
 ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มลดการทำงานของหัวใจและยาขับปัสสาวะ อาจจะทำให้ความดันโลหิตลดลงและทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนเวียนศีรษะ ผลข้างเคียงอาจพบเกลือแร่เกลือโปแตสเซียมในเลือดต่ำ และอาการไอได้ ยา Digoxin หากได้รับเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติร่วมด้วย ส่วนที่สำคัญยากลุ่มละลายลิ่มเลือดที่ต้องรับประทานตลอดชีวิต นั้น ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากยาตัวนี้คือ ทำให้ปวดท้อง เพิ่มกรด และระคายเคืองในกระเพาะอาหารอาจใช้ยาเคลือบกระเพาะควบคู่ไปด้วย

2. การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด  
 โดยทำการวินิจฉัยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ตรวจภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบและทำการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ทำโดยการสอดสายตรวจขนาดเล็กผ่านเข้าทางหลอดเลือดแดงที่ข้อมือหรือขาหนีบจนกระทั่งปลายสายไปถึงหลอดเลือดหัวใจ แล้วทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าในหลอดเลือดหัวใจพร้อมกับใช้เอกซเรย์บันทึกภาพของหลอดเลือดหัวใจแต่ละเส้นไว้ ก่อนทำการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดในขณะทำการตรวจ
 การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง แพทย์จะบอกผลการตรวจให้แก่ผู้ป่วยและญาติทราบ เพื่อตัดสินใจร่วมกันสำหรับเลือกวิธีการรักษาผู้ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบเล็กน้อยอาจเหมาะสมกับการรักษาด้วยการรับประทานยา และในขณะที่ผู้ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบอาจเหมาะสมกับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน การใส่ขดลวดค้ำหลอดเลือด หรือการผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งขึ้นกับความรุนแรงหรือจำนวนเส้นเลือดที่ตีบ
 การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบตันผ่านสายสวน   การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวนมีขั้นตอนเบื้องต้นเหมือนกับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ เพียงแต่ใช้สายนำ (Guiding catheter) ใส่ให้ปลายสายนำอยู่ในหลอดเลือดหัวใจแล้ว แพทย์จะสอดเส้นลวดขนาดเล็กกว่าผ่านสายนำเข้าไปจนกระทั่งปลายเส้นลวดผ่านเลยจุดตีบแคบของหลอดเลือดหัวใจ ใช้เส้นลวดเป็นแกนช่วยนำสายชนิดที่มีบอลลูนติดอยู่ตรงปลาย ใช้ภาพเอกซเรย์ที่เห็นบนจอช่วยในการวางตำแหน่งบอลลูนให้ตรงกับจุดที่มีการตีบแคบของหลอดเลือดแล้วใช้แรงดันทำให้บอลลูนกางออก แรงดันของบอลลูนจะผลักรอยตีบของหลอดเลือดหัวใจให้เปิดกว้างทำให้เลือดไหลผ่านได้สะดวกขึ้น เสร็จแล้วจึงดึงบอลลูนออกจากตัวผู้ป่วย

3. การผ่าตัดบายพาส
 แพทย์จะนำเส้นเลือดดำจากขาหรือเส้นเลือดแดงจากแขนหรือผนังหน้าอกมาต่อให้เป็นเส้นเลือดใหม่ โดยจะให้เส้นเลือดใหม่นี้ต่อข้ามจุดที่ตีบตันข้ามไปหาหัวใจ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะเจ็บหน้าอกน้อยลง ก่อนการผ่าตัดบายพาสจะต้องตรวจให้แน่ใจว่ามีเส้นเลือดหัวใจตีบหรือไม่โดยการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องซีซียูประมาณ 1-3 วัน จนกว่าจะพ้นระยะวิกฤติ การผ่าตัดบายพาสในปัจจุบันมีอัตราเสี่ยง 1-2% ยกเว้นผู้ป่วยที่มีอาการหนักหรือเกิดการช็อกจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวายก่อนผ่าตัด  
 การรักษาโรคหัวใจไม่ว่าจะด้วยวิธีใดนั้น จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ในแง่ของการปฏิบัติตัวผู้ป่วยควรเคร่งครัดเรื่องการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น สัปดาห์ละ 4-6 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่สูง เลือกรับประทานอาหารที่เป็นผักและปลาให้มาก คนกรณีที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย ต้องพยายามควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือด ให้คงที่และใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานมากที่สุด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และเข้ารับการตรวจรักษากับแพทย์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญยิ่งคือการป้องกันและการดูแลตัวเองให้ปราศจากโรคก็จะเป็นลาภอันประเสริฐ
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
โทร.0-2910-1600