
หน้าร้อน แสงแดด ผิวพรรณ
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน หลายคนจะนึกถึงการไปท่องเที่ยว รวมถึงการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ แม้ว่าแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างวิตามินดี
แต่ทราบกันหรือไม่ว่า หากได้รับแสงแดด โดยเฉพาะแสงที่อยู่ในช่วงความยาวคลื่นยูวีที่มากเกินไป จะเกิดผลเสียต่อผิวหนังและร่างกาย ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว หลายอย่างนี้ มีผลเสียต่อผิวหนังในระยะเฉียบพลัน
การไหม้แดด (Sunburn Reaction)
-เกิดจากผิวหนังได้รับแสงแดดในปริมาณที่มากเกินไป โดยเป็นผลจากแสงในช่วงของยูวีบี ต่อผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า ทำให้เซลล์บวมและมีการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสของเซลล์ได้ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในนิวเคลียสในระยะยาว อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังในภายหลังได้
-มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะภายใน 2-6 ชั่วโมงแรก หลังจากถูกแดด เช่น หลังการอาบแดด
-มีอาการแดง และอาจมีอาการบวม หรือ ปวด แสบร้อน บริเวณผิวหนังที่ถูกแสงแดดจัด หากมีอาการรุนแรงอาจพบตุ่มพองเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นอาการแดงจะค่อยๆ ลดลง และอาจมีการลอกของผิวหนังตามมา
-ผู้ที่มีปริมาณเม็ดสีน้อย จะมีสีผิวขาว และมีแนวโน้มที่จะเกิดการไหม้แดดได้ง่ายกว่าคนสีผิวคล้ำ และผู้ที่มีปริมาณเม็ดสีมากจะมีสีผิวเข้ม ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแทนได้เร็ว และมีแนวโน้มในการไหม้แดดน้อยกว่าผิวชนิดอื่นๆ
ผลเสียต่อผิวหนังและร่างกายในระยะยาว มีอาการเกิดขึ้นหลังได้รับแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน ได้แก่
1.สีผิวคล้ำขึ้น (tanning) เกิดจากมีการผลิตและกระจายของเม็ดสีมากขึ้น เพื่อป้องกันนิวเคลียสของเซลล์ผิวหนัง จากอันตรายของแสงแดด
2.เป็นสาเหตุหนึ่งของ Photoaging หรือ Extrinsic aging (การแก่ของผิวหนัง) ทำให้ผิวหนังมีรอยย่นก่อนวัย หยาบกร้าน สีผิวไม่สม่ำเสมอ เป็นฝ้า กระ อาจเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจนมากขึ้น หรือเกิดจ้ำเลือดได้ง่าย
3.เป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง : แม้ว่าการเกิดมะเร็งผิวหนังจะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง แต่ในปัจจุบันเชื่อว่า ผิวหนังที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จากการสะสมของการได้รับแสงยูวี ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งของผิวหนังได้
4.ทำให้ภูมิคุ้มกันของผิวหนังลดลง : ซึ่งเชื่อว่าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังมากขึ้น และนอกจากนั้นยังเชื่อว่า ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยทั่วไปลดลงด้วย ในบางคนอาจมีแผลร้อนในในปาก หลังจากถูกแสงแดดมากเกินไป รวมทั้งโรคติดเชื้อบางอย่าง อาจมีอาการกำเริบขึ้น เช่น อีสุกอีใส เริม เป็นต้น
5.ผู้ป่วยโรคผิวหนังบางชนิด จะมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าคนปกติ เมื่อถูกแสงแดดจะทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นได้ ผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือใช้ครีมกันแดด เป็นประจำ
6.ยูวีบี มีอันตรายต่อดวงตา (cornea, lens and retina) ถ้าได้รับมากเกินไป
-ในระยะสั้น สามารถเกิด Photokeratitis หรือ "Snow-blindness"
-ในระยะยาว ถ้าได้รับสะสมมากเกินไป ทำให้เกิดต้อกระจกได้ และยังพบว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของสายตาสั้นในคนสูงอายุได้ (age-related near-sightedness)
วิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด
-แม้จะอยู่ในอาคาร ในที่ร่ม ในวันที่ดูเหมือนมืดครึ้ม หรือเวลาไปเที่ยวชายหาด ก็ต้องป้องกันเสมอ และจำเป็นสำหรับคนทุกอายุ
-หลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วง 10.00-15.00 น.
-ควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เสื้อที่หนาและหลวมๆ จะกันแสงได้ดี และผ้าฝ้ายจะป้องกันรังสีดีกว่าผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์
-ควรใช้อุปกรณ์ช่วยกำบังแสงแดด เช่น ใส่หมวกปีกกว้าง (ต้องมีขอบหรือปีกกว้างขนาดอย่างน้อย 4 นิ้ว)
-เลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสม สามารถป้องกันทั้ง ยูวีเอ และ ยูวีบี และทาอย่างถูกวิธี
-แม้จะทาครีมกันแดดก็ไม่ควรออกแดดเกิน 30 นาที ในวันแรกของการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในวันต่อๆ มา จึงจะสามารถค่อยๆ เพิ่มการออกแดดขึ้นได้ วันละ 10 นาที
-ยาบางชนิด จะทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดมากขึ้น หากเป็นผู้ป่วยที่ใช้ยาดังกล่าวอยู่ ควรป้องกันแสงแดดมากขึ้น
วิธีดูแลผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด
พยายามหลบแดดทันทีที่ทำได้ และงดการทำกิจกรรมที่ทำให้ผิวถูกความร้อนมากขึ้น เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรืองดการทำงานในบริเวณที่มีความร้อนสูง หากมีอาการแดง บวม ปวด แสบร้อน ตุ่มพอง : ให้ประคบผิวส่วนนี้ให้เย็นขึ้น และทายาลดอาการบวมแดง และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ หากมีการลอกของผิวหนัง : ให้ใช้ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือ ออยล์ ทา เมื่อไม่มีอาการบวมแดงแล้ว และอาจร่วมกับการขัดผิวอย่างอ่อนโยนด้วย บอดี้ สครับ ร่างกายอาจมีอาการขาดน้ำ ดื่มน้ำชดเชยให้มากขึ้น เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามิน และแอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี, อี, Coenzyme Q10 เช่น ผัก ผลไม้ จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยคืนความสดชื่นให้ผิว
ฉะนั้นเมื่อเราจำเป็นจะต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านในหน้าร้อน การปกป้องผิวหนังจากแสงแดดย่อมมีความจำเป็นมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อช่วยถนอมผิวสวยของเราไปได้อีกนาน และหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
พญ.รจนา อรัณยกานนท์
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
โทร.0-2910-1600



