ไลฟ์สไตล์

'ธนาคารข้อสอบ'กับ'ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์'

'ธนาคารข้อสอบ'กับ'ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์'

18 เม.ย. 2555

'ธนาคารข้อสอบ'กับ'ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์' : รายงาน โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร

           ทุกครั้งที่ประกาศผล การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) การทดสอบความถนัดทั่วไป (แกต) ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (แพต) มักมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ คุณภาพมาตรฐานข้อสอบ ไม่ว่าจะเป็น ความถูกต้องตรงตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความเหมาะสม รวมถึง ความยากง่าย เช่น คำถามโอเน็ตที่ถามว่า เวลามีอารมณ์ทางเพศควรทำอย่างไร แล้วเฉลยว่า ต้องชวนเพื่อนไปเตะฟุตบอล ทำให้เกิดความสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นใครไปเตะฟุตบอลก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าเกิดอารมณ์ทางเพศหรือเปล่า ฯลฯ
 
          ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.)  แจกแจงว่า การออกข้อสอบโอเน็ต เป็นการวัดความรู้ความจำพื้นฐาน ตรงตามหลักสูตรพื้นฐาน แต่อาจมีการใช้ถ้อยคำที่ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าไม่สุภาพ แต่บางข้ออาจจะถามตรงๆ แต่บางข้อมีการถามเพื่อให้นักเรียนได้คิดถึงเหตุและผลก่อนจะตอบ ซึ่งการฝึกให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ เป็นแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สทศ.ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้น ขณะที่การสอบแกต/แพต เป็นการสอบวัดความถนัด ที่ชี้ชัดถึงสาขาวิชาชีพนั้นๆ จริงๆ ซึ่งเด็กต้องคิด วิเคราะห์ได้
 
          “ผมยอมรับว่าทุกปี มักมีข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวข้อสอบ แต่ผมยืนยันว่าการออกข้อสอบยึดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตร สทศ.มีผังการออกข้อสอบ ทำให้แน่ใจว่าเนื้อหาเป็นไปตามหลักสูตรแน่นอน แต่ผังการออกข้อสอบจะมีระดับการวัด ความจำ การคิด วิเคราะห์สังเคราะห์ ฯลฯ เพื่อสะท้อนผลการวัดระดับนั้นๆ ได้จริง สทศ.จะต้องคัดคนที่มีฝีมือมาออกข้อสอบ และมีจุดเน้นเอาไว้ อาทิ การแสดงออกถึงความรัก, ความเอื้ออาทร, ความเข้าใจในอิทธิพลของครอบครัว, เพื่อน, สังคม, วัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ, การดำเนินชีวิตและวิถีชีวิตที่มีความสุข”
 
          ในการพัฒนาข้อสอบนั้น สทศ.ได้มีการปรับรูปแบบข้อสอบ เพื่อลดค่าความเดา และเน้นการคิดวิเคราะห์มากขึ้น เป็นข้อสอบที่มีความหลากหลาย โดยเริ่มแรกข้อสอบอัตนัย 4 ตัวเลือก ประกอบด้วยโจทย์ และข้อคำถาม 4 ข้อ ซึ่งนักเรียนต้องเลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียง 1 ข้อ (Multiple 4 choices) ข้อสอบรูปแบบดังกล่าวเป็นข้อสอบที่ผู้ตอบสามารถเดาถูกได้ ? หรือ 0.25 หรือ 25% จากเหตุผลเชิงทฤษฎีที่ว่าข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก ผู้สอบมีโอกาสเดาถูก ? จึงได้มีการเปลี่ยนรูปแบบแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปรับรูปแบบข้อสอบ แกต/แพต ครั้งที่ 2 และ 3 และปรับรูปแบบข้อสอบโอเน็ต พ.ศ.2553
 
          รูปแบบข้อสอบโอเน็ต แกต และแพต 1-6 จึงมีอย่างน้อย 2 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ 1) แบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คำตอบ 2) แบบปรนัยหลายตัวเลือก หลายคำตอบที่สัมพันธ์กัน 3) แบบปรนัยหลายตัวเลือก หลายคำตอบ 4) แบบระบายค่า/ตัวเลขที่เป็นคำตอบ และตอนนี้ มีรูปแบบ 5 ตัวเลือกเพิ่มเติม ซึ่งการปรับเปลี่ยนข้อสอบ จากการเปรียบเทียบคะแนนโอเน็ต ชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2551-2554 สรุปได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ยไม่ได้แตกต่างกันมาก อยู่ในระดับเดียวกัน และในปีการศึกษา 2554 มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบ เป็น 5 ตัวเลือก มีการจับกลุ่มในการสอบ ทำให้คะแนนเฉลี่ย 3 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการงาน มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ส่วน 5 รายวิชาที่เหลือ มีคะแนนเฉลี่ยลดลง
 
          กับทิศทางการพัฒนาการสอบของ สทศ. นั้น ศ.ดร.สมหวัง อธิบายว่า ในปี 2555 ได้มอบหมายให้เครือข่ายการทดสอบแห่งชาติ ศูนย์ทดสอบทั้งหลาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเรียกได้ว่า สถาบันการทดสอบของประเทศทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมกันพัฒนาข้อสอบให้ได้มาตรฐานตามที่มุ่งหวังยิ่งขึ้น โดย สทศ.จะเริ่มจัดการประชุมเพื่อพัฒนาผู้ออกข้อสอบให้สามารถออกข้อสอบที่ตรงตามเกณฑ์ระดับการวัดของ สทศ.ในเดือนพฤษภาคม 2555 นี้
 
          “บอร์ด สทศ.ยังมีแนวทางให้ผู้อำนวยการ สทศ.ต้องนำผลสอบมารายงานในที่ประชุมบอร์ดทุกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด และให้เร่งดำเนินการพัฒนาระบบการสอบใหม่เป็นระบบ E-Testing รวมถึงการทำระบบธนาคารข้อสอบ (Item Bank) ซึ่งเป็นการทำคลังข้อสอบมาตรฐานเก็บรวบรวมไว้จำนวนมาก เพื่อหมุนเวียนใช้จัดสอบแต่ละปีที่จัดสอบ และจะได้ประกาศผลสอบพร้อมคำเฉลยข้อสอบ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการเรื่องคลังข้อสอบให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 จากนั้นในปีต่อไปจะสามารถประกาศผลสอบพร้อมเฉลยคำตอบได้ทันที”
 
          ทั้งนี้ ได้จัดตั้ง "คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง" ขึ้น เนื่องจาก สทศ.มีการจัดสอบในหลายด้านจึงมีหลากหลายมิติ ที่ต้องบริหารจัดการ และอยู่ระหว่างแต่งตั้ง Examination Board ด้วย เพื่อให้ทำหน้าที่พิจารณา ตรวจสอบ และกลั่นกรองข้อสอบให้เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะเดียวกัน ได้อนุมัติโครงการวิจัยสังเคราะห์ระบบการทดสอบระดับชาติประเทศต่างๆ ของการวิจัยระบบการทดสอบอิงมาตรฐานผู้เรียน และการวิจัย (Common Standard Asian Framework of English) ซึ่งเป็นการศึกษาประเทศที่เขามีการจัดการทดสอบที่ก้าวหน้าอย่างไรและนำมาเป็นข้อมูลการพัฒนาระบบของเรา เพราะต่อไปเราจะก้าวสู่อาเซียน จุดนี้เป็นฐานสร้างข้อสอบการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ
 
          ศ.ดร.สมหวัง กล่าวทิ้งท้ายว่า สทศ.รับประกันสุดชีวิตในเรื่องคุณภาพข้อสอบ และเห็นด้วยที่ให้ใช้คะแนนสอบเป็นตัววัดความสามารถระดับช่วงชั้น ม.3 และ ม.6 ซึ่งหากใช้คะแนนของ สทศ.แล้วก็อาจลดการจัดสอบไล่ของโรงเรียนลงได้ จากเดิมที่ในแต่ละโรงเรียนจะใช้คะแนนการสอบไล่คิดเป็นร้อยละ 40-60 อย่างไรก็ตามสัดส่วนการใช้ผลสอบของ สทศ.ในการวัดการผ่านระดับช่วงชั้นนั้น จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง โดยส่วนตัวสัดส่วนเท่าใดก็ได้ แต่ในต่างประเทศที่มีการใช้ผลคะแนนระดับชาติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 50
 
          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนปัจจุบัน เห็นด้วยว่า สทศ.ควรมีธนาคารข้อสอบและให้เร่งดำเนินการ โดยให้ไปจัดทำรายละเอียดและตั้งงบประมาณของปี 2556 เพื่อมาเสนอ รวมถึงการพัฒนาระบบ E-Testing ด้วย ซึ่งตอนนี้ สทศ.เริ่มต้นวิจัยนำร่องเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมออกข้อสอบเป็นประจำ โดยมีจุดหมายปลายทาง คือ การประกันว่าผู้สำเร็จการศึกษาต้องมีคุณภาพจริง
.............................
(หมายเหตุ 'ธนาคารข้อสอบ'กับ'ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์' : รายงาน โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร)