
'กระจูด'จุดสร้างจิตสำนึกร.ร.ชะอวดเคร่งธรรมวิทยา
'กระจูด'จุดสร้างจิตสำนึกร.ร.ชะอวดเคร่งธรรมวิทยา : มองมุมใหม่
แม้ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ แต่การเข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 6 ปี มากพอที่จะทำให้ ผอ.วิสุทธิ์ พิชัยยุทธ์ เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของป่าพรุควนเคร็ง ที่มีพื้นที่ประมาณ 195,545 ไร่ โดยในอดีตเคยมีต้นกระจูดมากถึง 7 หมื่นไร่ แต่ปัจจุบันกลับมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด โครงการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนในท้องถิ่นตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของป่าพรุแห่งนี้จึงเกิดขึ้น
ผอ.วิสุทธิ์ บอกว่า ป่าพรุควนเคร็งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของ ต.เคร็ง อ.ชะอวด เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในแง่ของพืชและสัตว์ โดยชาวบ้านจะนำต้นกระจูดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบจำหน่ายไปทั่วโลก เช่น เสื่อ กระบุง และกระเป๋า เป็นต้น ขณะเดียวกันก็สามารถเข้าไปจับสัตว์น้ำมาขายได้ ป่าพรุแห่งนี้จึงเป็นทรัพยากรสำคัญที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันมายาวนาน แต่ในวันนี้ป่าพรุเสื่อมโทรม ถูกทำลายเพื่อแทนที่ด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างปาล์มน้ำมัน ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลในทางลบอย่างคาดไม่ถึง นั่นคือชาวบ้านอาจต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหากไร้ที่ของตัวเอง เนื่องจากขายที่ให้กลุ่มนายทุนที่เข้าไปทำธุรกิจในพื้นที่
ปี 2551 ร.ร.ชะอวดเคร่งธรรมวิทยาจึงจัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการอนุรักษ์ป่าพรุควนเคร็ง" ขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อให้ความรู้และรณรงค์ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของป่าพรุ ผ่านทางต้นกระจูด ซึ่งถือเป็นพืชสำคัญในป่าพรุ ด้วยการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การผลิตผลิตภัณฑ์จากต้นกระจูด สำหรับให้นักเรียนในทุกระดับชั้นตั้งแต่ ม.1-ม.6 ประมาณ 250 คน ได้เรียนรู้และลงมือทำด้วยตนเอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้มีทั้งให้นักเรียนและคุณครูนำไปใช้เองและผลิตเพื่อจำหน่าย โดยจะมีคนมาสั่งซื้อถึงโรงเรียน จนผลิตภัณฑ์บางชนิดผลิตไม่ทัน เช่น สมุดบันทึกและแฟ้มเอกสาร สำหรับเงินที่ได้โรงเรียนจะแบ่งให้นักเรียนจำนวนหนึ่งและนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อดำเนินการต่อเนื่องในเรื่องนี้อีกส่วนหนึ่ง
"การที่ให้เด็กทำแล้วเขาได้ใช้งานจากสิ่งที่เขาลงมือทำได้เอง ช่วยให้เห็นความสำคัญว่า วัตถุดิบที่มีอยู่ในป่าพรุของชุมชน พวกเขาสามารถนำมาผลิตของใช้ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องไปซื้อมาจากข้างนอก ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นก็สามารถนำไปจำหน่ายได้ เป็นการแสดงให้เขาเห็นว่า ทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่สามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพได้ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจะเกิดความรู้สึกหวงแหนป่าพรุ จากนั้นจึงเสริมด้วยแนวทางการดูแล อนุรักษ์ป่าพรุเพื่อให้เขานำไปปฏิบัติ หากปลูกฝังให้เด็กนักเรียนมีจิตสำนึกเหล่านี้ ในระยะยาวป่าพรุจะเป็นทรัพยากรที่ประชาชนใช้ไม่มีวันหมด" ผอ.วิสุทธิ์กล่าวอย่างเชื่อมั่น
หลังจากดำเนินการไปแล้วกว่า 3 ปี ผอ.วิสุทธิ์ บอกว่า ประเมินได้ว่า นักเรียน 70-80% เข้าใจถึงปัญหาการเสื่อมโทรมและเห็นความสำคัญของป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการกระตุ้นจิตสำนึกของชุมชนให้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าพรุ และถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และคนในชุมชนรับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงให้เห็นว่าป่าพรุสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างไร ซึ่งปัจจุบันคนในชุมชน 100% ใช้ประโยชน์จากป่านี้ อาจเปรียบได้ว่า ป่าพรุควนเคร็ง คือห้างสรรพสินค้าของชุมชน แต่ความเคยชินทำให้มองข้ามความสำคัญไป
การดำเนินการโครงการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นของ ร.ร.ชะอวดเคร่งธรรมวิทยา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ภาคใต้) ในโครงการสร้างสำนึกพลเมือง 4 ภูมิภาค ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
.............................
(หมายเหตุ 'กระจูด'จุดสร้างจิตสำนึกร.ร.ชะอวดเคร่งธรรมวิทยา : มองมุมใหม่)



