
ดันมวล.อุทยานศึกษาอาเซียน
ดันมวล.อุทยานศึกษาอาเซียน ชูนโยบาย 4 สร้างเสริมคุณภาพ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตั้งเป้าสู่การเป็น “อุทยานการศึกษาแห่งอาเซียน” ภายในปี 2563 ระยะสั้น 2555-2558 พัฒนาเป็น “อุทยานการศึกษาแห่งการสร้างโอกาส” ชูนโยบาย 4 สร้างเสริม คือ สร้างเสริมสังคมสุขภาพ สร้างเสริมความสามารถสากล สร้างเสริมสังคมเข้มแข็ง และสร้างเสริมแหล่งพัฒนาความรู้
ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) เปิดเผยว่า วันที่ 29 มีนาคม 2555 ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันครบรอบ 20 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 โดยภายใน 4 ปี นับจากนี้ มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นในการเป็น “อุทยานการศึกษาแห่งการสร้างโอกาส” ภายใต้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด 9,000 ไร่ ซึ่งเป็นอุทยานการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้หายากและไม้สมุนไพรต่างๆ เป็นต้น โดยกำหนดเป็นนโยบาย 4 สร้างเสริม คือ สร้างเสริมสังคมสุขภาพ สร้างเสริมความสามารถสากล สร้างเสริมสังคมเข้มแข็ง และสร้างเสริมแหล่งพัฒนาความรู้
อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อธิบายว่า การดำเนินการเพื่อไปสู่ “อุทยานการศึกษาแห่งการสร้างโอกาส” ประกอบด้วย การขยายโอกาสและสร้างความพร้อมให้นักศึกษา เพราะคุณวุฒิเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับบุคลากรในศตวรรษที่ 21 คนรุ่นใหม่ต้องมีทักษะชีวิตและทักษะทางสังคม การสร้างความเป็นเลิศด้านสหกิจศึกษา รวมถึงการเรียนการสอนแบบ แอ็กทีฟ เลิร์นนิ่ง คือ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้
ทั้งนี้ การยกระดับมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นนานาชาติ พัฒนาให้วลัยลักษณ์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ พัฒนาอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ จัดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ ที่นักศึกษาในแต่ละสาขาอาชีพเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันทั้งในและนอกห้องเรียน โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้และอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาองค์ความรู้เรื่องอาณาจักรตามพรลิงค์ เพื่อเชิดชูคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมของ จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ให้แก่อาจารย์และบุคลากร
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่การเปิดสอนหลักสูตรเอเชียศึกษาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน การแลกเปลี่ยนนักศึกษาเพื่อเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมกับประเทศในอาเซียน รวมทั้งการจัดสัมมนาทางวิชาการด้านนี้ให้แก่นักศึกษาและบุคลากร รวมทั้งผู้สนใจอีกด้วย
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้เตรียมความพร้อมที่จะออกไปทำงานร่วมกับสังคมภายนอก และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถเป็นที่พึ่งพิงได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยที่มุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นหลักในถิ่นของภูมิภาคและเป็นอุทยานการศึกษาที่ร่วมขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาประเทศได้ ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมที่จะต้องดำเนินการเพื่อไปสู่การเป็น “อุทยานการศึกษาแห่งอาเซียน” ในปี 2563



