
'สร้างอาชีพ-กล้าเปิดใจ'เพิ่มคุณค่าชีวิตยามชรา
สร้างอาชีพ-กล้าเปิดใจ เพิ่มคุณค่าชีวิตยามชรา : โดย ... ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
ห้องประชุมขนาดใหญ่ ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ดูแคบลงไปถนัดตาหลัง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน “งานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2555” ภายใต้แนวคิด “ภูมิปัญญาผู้สูงวัย สร้างสังคมไทยให้ร่มเย็น” โดยมี "สันติ พร้อมพัฒน์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวรายงาน โดยมีผู้ร่วมงานหนาตา หากนับอายุรวมกันก็ราวหลายพันปี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ประกวดแต่งกายสวยสมวัย บูธจัดแสดงสินค้าภูมิปัญญาที่ผู้สูงอายุแต่ละภาคนำมา หนึ่งในนั้นคือ ป้าเตียง "กนกวรรณ ธาตรีธรรม" ย 58 ปี วิทยากรสอนทำกระเป๋าต่อผ้า เล่าถึงจุดเริ่มต้นและเหตุผลที่นำพา "ป้าเตียง" มาที่นี่ว่า คนทุกคนมีคุณค่าในตัวของมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าจะเห็นมันหรือไม่ ป้าเตียง เลือกที่จะหยิบยกและให้ความสำคัญกับชีวิต เพราะการดำเนินอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุขตลอดชีวิตต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะในยามชราความสามารถในการช่วยเหลือตนเองจะน้อยลง สร้างภาระให้ลูกหลาน ทว่า "ป้าเตียง" กลับมีมุมมองที่แปลกออกไป คิดเพียงว่าทำอย่างไรจะเพิ่มคุณค่าให้แก่ตัวเอง และลดภาระของลูกหลานให้ได้มากที่สุด
"พอแก่แล้วทำอะไรไม่ได้มาก ต้องหางานเล็กๆน้อยๆ ทำ ก่อนหน้าที่จะเป็นวิทยากรป้าทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่บ้าน ทำเท่าที่ทำได้ อยู่มาวันหนึ่งมีคนจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) มาชวนให้ไปเป็นวิทยากรสอนทำกระเป๋าต่อผ้าให้คนว่างงานตามสถานที่ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งรายได้ก็พอเลี้ยงครอบครัวและสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ที่ภูมิใจมากที่สุดคือได้ถ่ายทอดความรู้ของตนเองช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งมีความสุขมาก" ป้าเตียง กล่าวขณะสอนตัดเย็บกระเป๋าต่อผ้าให้แก่ผู้มาร่วมงาน
ป้าเตียง เล่าว่า ทำงานวันละ 2-3 ชั่วโมง มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้มาก หากคิดตรงกันข้ามถ้านอน นั่ง เล่น อยู่ที่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร คงจะเป็นคนแก่ที่ไร้คุณค่าในตัวเองพอสมควร "ป้าเตียง" ต้องลบคำว่า คนแก่ที่ไร้ค่าออกไป ด้วยการลุกขึ้นมาสร้างอาชีพให้แก่ตนเอง และเปิดใจรับเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ต้องออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้านวัยเดียวกัน อย่างเช่น แม่ของป้าเตียงมีสังคมนอกบ้าน ไปพบปะเพื่อนฝูง ทุกครั้งที่กลับเข้ามาหน้าตาแจ่มใส สุขภาพจิตดี โรคภัยไม่มี ซึ่งต่างจากพ่อที่ไม่ออกไปไหน ไม่คุยกับใคร นอนอยู่ที่บ้านอย่างเดียว สุขภาพเริ่มแย่ ไปหาหมอบ่อยขึ้น
ถัดไปบูธ ศูนย์ฝึกอาชีพวัดธาตุทอง เห็นคุณยายพิศมัย สุขสด วัย 80 ปี นั่งสานตะกร้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดทักทาย และชื่นชมในความเก่ง เช่นเดียวกับผู้เขียน ก็อดใจในความน่ารักของคุณยายไม่ได้ แต่ไม่ทันที่จะเอ่ยถามคุณยาย คุณยายก็ถามก่อนว่า "เป็นนักข่าวช่องไหนละ" "อ๋อ นู่เป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ค่ะ" คุณยายพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ พร้อมตอบคำถามว่า "ยายมาจากลพบุรี บ้านหมี่ อ.หนองเมือง มาถึงเมื่อเช้า ตื่นตั้งแต่ตีสี่ เตรียมตัวที่จะมางานในวันนี้" เมื่อถามเหนื่อยไหม? คุณยายตอบว่า "ไม่เหนื่อยเลย ยายรักงานนี้ อยู่ที่บ้านเฉยๆไม่มีอะไรทำ ทำอันนี้แหละดีแล้ว" คุณยายกล่าว
ทั้งนี้ ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อสังคมไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้อุทิศแรงกายแรงใจสร้างผลงานที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยมาตลอด จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ในฐานะที่เป็นผู้มีพระคุณหรือเป็นภูมิปัญญาแห่งสังคมไทย รัฐบาลจึงได้ผลักดันให้เกิดหลักประกันทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น 1.หลักประกันด้านสุขภาพ 2.ปรับอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพจากเดือนละ 500 บาท มาเป็นเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได 3.หลักประกันความมั่นคงด้านรายได้ 4.การส่งเสริมการขยายโอกาสด้านอาชีพและการทำงานสำหรับผู้สูงอายุ และ 5.กองทุนผู้สูงอายุ
จะว่าไปแล้ว การเตรียมความพร้อมของประชากร มิใช่จำกัดอยู่แค่เฉพาะผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว แต่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของประชากรทุกช่วงวัยในทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุได้อย่างมีคุณภาพ และดำเนินชีวิตอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะในช่วงบั้นปลายของชีวิตนั่นเอง
----------
(หมายเหตุ : สร้างอาชีพ-กล้าเปิดใจ เพิ่มคุณค่าชีวิตยามชรา : โดย ... ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)
----------



