ไลฟ์สไตล์

ส่งรักสู่รุ่นหนุนสัมพันธ์'บ้านสงวนสิน'

ส่งรักสู่รุ่นหนุนสัมพันธ์'บ้านสงวนสิน'

14 เม.ย. 2555

ส่งรักสู่รุ่นหนุนสัมพันธ์ 'บ้านสงวนสิน' : คอลัมน์ ขอเวลานอก : เรื่อง ... ชาญยุทธ ปะวะขัง /// ภาพ ... ธัชดล ปัญญาพานิชกุล

          สังคมไทยแปรเปลี่ยนจาก "ครอบครัวใหญ่" อันมีสมาชิกประกอบไปด้วยปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ลูกหลาน เป็น "ครอบครัวเดี่ยว" ที่มีเพียงพ่อแม่ลูกมานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือนักขัตฤกษ์ จะเห็นภาพสมาชิกในบ้านไม่กี่คนทำกิจกรรมร่วมกัน บ้านไหนสานสัมพันธ์อบอุ่นก็ดีไป แต่หากเมื่อใดไร้ความรักและเข้าใจ วันนั้นละ "หายนะ" อาจมาเยือน แต่ความกังวลดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากกับ "ครอบครัวสงวนสิน" เพราะบ้านนี้หมั่นใส่ปุ๋ยสูตร "ความรัก เข้าใจ และทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง" จนทุกวันสายสัมพันธ์ระหว่างวัยงอกงามเติบโต วันครอบครัว 14 เมษายน ที่หลายคนให้ความสำคัญหนักหนา จึงเป็นวันธรรมดาเช่นวันอื่นๆ ด้วยทุกคนตระหนักดีว่าได้ทำหน้าที่ของตัวอย่างดีและสม่ำเสมอ 

          เหมือนเช่นเคยหลังเลิกงาน ดร.สมนึก บอสใหญ่สินทรัพย์ประกันภัย ในฐานะหัวหน้าครอบครัว และ "หญิง" ศศมณฑ์ แม่บ้าน ก็มารอรับลูกชายวัยซน "ตองหนึ่ง" ด.ช.ยศสวิน วัย 9 ขวบ และ "อูโน่" ด.ช.สิรสรณ์ วัย 8 ขวบ ที่โรงเรียนนานาชาติไอ.ดี.เอส. ภายในหมู่บ้านนิชดาธานี ย่านท่าทราย นนทบุรี และยิ่งใส่ใจมากขึ้นเพราะตอนนี้ลูกๆ กำลังเรียนดำน้ำ นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว อากงชินพันธ์ และ อาม่าศศกรณ์ เกรียงโรจน์กุล ก็มาให้กำลังใจหลานๆ ติดขอบสระด้วย

          "ตองหนึ่งกับอูโน่ รู้ว่าพ่อแม่เป็นนักดำน้ำก็อยากเรียนด้วย ถ้าวันไหนไม่ได้มาเฝ้าเอง คุณตาคุณยายก็จะเป็นธุระให้" คุณแม่บ้าน บอกขณะจัดแจงสวมชุดดำน้ำให้ลูกๆ ส่วนคุณพ่อบ้านเสริมว่าหากลูกๆ สนใจกิจกรรมเสริมที่สร้างสรรค์ไม่ว่าอะไรก็ตามก็พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เพราะเชื่อว่าเด็กๆ จะอารมณ์ดีถ้าได้เล่นในสิ่งที่ชอบ ถือเป็นเสริมพัฒนาการไปในตัวด้วย

          นอกจากเจ้าตัวเล็กสองคนวัยกำลังเรียนรู้แล้ว บ้านนี้ยังมีอีกหนึ่งสมาชิกเรียนอยู่ต่างประเทศ คือ "ลี" สิริน พี่ใหญ่ของบ้านวัย 19 ปี ที่นานๆ ครั้งจะกลับบ้านช่วงซัมเมอร์ แต่แม้ตัวจะไกลกันทว่าความรักความผูกพันก็ไม่เสื่อมถอย เพราะพ่อแม่มักหาโอกาสบินไปเยี่ยมถึงแดนจิงโจ้ หรือคุยกันผ่านโปรแกรมสไกป์สม่ำเสมอ  

          และที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง แม้จะเฉยๆ กับเทศกาลอื่น แต่เมื่อถึงคราวเทศกาลตรุษจีน ด้วยความที่เป็นครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญมากๆ ที่สมาชิกทุกคนจะมารวมตัวกันที่บ้านอากงอาม่าย่านห้วยขวางเพื่อทำกิจกรรมและรับประทานอาหาร หรือไม่ก็พากันตระเวนไหว้พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล 

          อากงชินพันธ์มีลูก 4 คน "หญิง" ศศมณฑ์ เป็นคนโต จึงได้เลี้ยงหลานของลูกคนนี้ก่อนคนอื่นๆ ซึ่งแม้จะซนบ้างดื้อบ้างตามประสาเด็กผู้ชายแต่ก็พยายามฟูมฟักอบรมให้ว่านอนสอนง่าย 

          "จริงๆ อากงอาม่าจะมาดูแลลูกให้ช่วงเย็น หรือช่วงที่เราไปทำงาน ถ้าไปงานก็จะพยายามกลับมาก่อนลูกหลับทุกครั้ง หรือไม่ถ้าจะไปงานดึกก็จะกลับมาหาลูกก่อนแล้วค่อยออกไป แล้วจะคุยกันว่าอาทิตย์หนึ่งถ้าไปงานสังคมก็ไม่ให้เกิน 2 วัน แต่ถ้าเสาร์อาทิตย์ไม่เคยไปไหนเลยจะอยู่กับลูกตลอด เพราะบางทีการที่เราได้ไปทำรายการท่องเที่ยวก็จะไปด้วยกันก็เป็นเวลาที่ได้พร้อมหน้า จึงคิดว่าไม่น่ามีช่องว่าง ยิ่งลูกเห็นเราเป็นต้นแบบเวลาดูแลคุณตาคุณยายก็จะซึมซับ และคิดว่าไม่ต้องเน้นพร่ำสอนมาก เพราะให้ดูเป็นตัวอย่างสำคัญที่สุด ก็ทำกันเป็นเจเนอเรชั่น แต่ยังไงก็ตามก็ต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ และแสดงออกความรักอย่างเปิดเผย อย่างบางครั้งโอกาสพิเศษลูกๆ ก็ทำการ์ดอวยพร หรือประดิษฐ์ของเล็กๆ น้อยๆ ให้ ก็ปลื้มใจ" แม่บ้าน กล่าว

          ระหว่างที่ลูกๆ ลงสระเรียนดำน้ำ หัวหน้าครอบครัวก็ถือโอกาสเผยเทคนิคการเลี้ยงดูครอบครัวให้อบอุ่น โดยบอกว่าเน้นเล่นกับลูก ขณะเดียวกันก็ยังถือหลักว่า "รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี" แต่ถ้าไม่จำเป็นก็พยายามจะไม่ตี

          "กิจกรรมหลักๆ ก็อย่างเล่นฟุตบอลอย่างน้อย 10-20 นาทีให้ลูกได้สนุกกับพ่อแม่ เป็นความรู้สึกดีๆ ก็จะเกิดขึ้น ตอนเด็กๆ ผมก็เล่นแบบนี้กับคุณพ่อคุณแม่ก็จดจำเรื่องดีๆ มาจนโต เป็นความสุขที่จะไม่หวนกลับมาอีก พอโตขึ้นอยากเล่นอีก พ่อแม่ก็จากไปแล้ว ถ้าเราไม่ไปนั่งอยู่ในใจเขา บางทีเขาก็จะอยู่กับตัวเอง แล้วอาจเกิดปัญหา อย่างเวลาเราไปต่างประเทศหลายวัน กลับมาเขาไม่วิ่งมาหาเรานะ เพราะเขาจะคิดว่าทำไมพ่อไม่วิ่งมาหาเขา นี่เป็นผลทางจิตวิทยา ทำให้เกิดความอบอุ่น" พ่อบ้าน บอกอย่างอารมณ์ดี 

          ส่วนกาวที่ช่วยให้ความรักความอบอุ่นภายในบ้านยิ่งแน่นหนายิ่งขึ้น ทั้งคู่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องสร้างตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่ใช่วันนี้รักพรุ่งนี้ไม่รัก ต้องต่อเนื่อง การบอกรัก ขอโทษ ขอบคุณ ต้องหัดพูด แล้วต้องลืมความเครียด ความทุกข์ไว้นอกบ้าน เพราะลูกๆ ไม่จำเป็นต้องรับรู้ จึงต้องสร้างบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้นในบ้านทุกวัน 

          แต่ในยุคที่ดูจะไม่น่าไว้วางใจไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวไกล บ้านสงวนสินก็มีแนวทางป้องปรามก่อนจะสาย โดย ดร.สมนึก เล่าว่า มีโอกาสคุยกับเพื่อนๆ ที่มีลูกวัยเดียวกัน ถ้าลูกเล่นคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในสายตา ไม่ให้เอาไปไว้ในห้องนอนลูกเด็ดขาด เด็กยังขาดวิจารณญาณอาจค้นหาเจอเรื่องไม่เหมาะสมในอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นลัทธิความเชื่อ ภาพโป๊เปลือย หรือพบเพื่อนไม่ดีในโลกไซเบอร์ หรืออย่างสมาร์ทโฟนที่เข้าถึงง่ายก็จะยังไม่ซื้อให้ใช้ เพราะวัยนี้ยังไม่จำเป็น 

          "ผมถือคติเสมอว่า ถ้าลูกทำผิดแล้วคุยไม่รู้เรื่อง คุณต้องรับกรรม จะไม่ประกันตัว ไม่มีพ่อแม่รังแกฉันแน่นอน แต่ไม่อยากให้ถึงวันนั้น เราก็ต้องล้อมรั้วแต่เนิ่นๆ แล้วต้องเชื่อในการทำดีได้ดี ไม่ต้องแขวนพระ พระอยู่ในใจเรา" คุณพ่อสมัยใหม่ บอก  

          นอกจากพระในใจอย่างที่บอกแล้ว ยังมีพระในบ้านคือ คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงคุณตาคุณยาย ที่ต้องแขวนอยู่ในใจตลอดเวลา ซึ่งหลังจากเจ้าตัวซนขึ้นจากสระน้ำแล้วก็มีเซอร์ไพรส์ โดยแม่บ้านจัดแจงเตรียมอุปกรณ์ทั้งขันน้ำลอยดอกมะลิ พวงมาลัย ไว้ให้ลูกๆ ได้รดน้ำดำหัวคุณตาคุณยาย และคุณพ่อคุณแม่ เนื่องในวันสงกรานต์ และวันครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะเหล่าจอมซนไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมแบบนี้พร้อมหน้า

          ทันทีที่น้ำลอยดอกมะลิหลั่งลงมือ อาม่าก็ให้พรลูกหลานให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข ขณะที่อากงให้พรขอให้มีความสุขตลอดไป และแน่นอนว่าลูกๆ ขอพรให้หม่าม้าศศมณฑ์และปาป๊าสมนึก มีสุขภาพแข็งแรง อยู่กับตองหนึ่งและอูโน่ไปนานๆ 

 

          เรียกว่างานนี้ ทั้งอบอุ่น ซาบซึ้งใจ และเคล้ารอยยิ้มกันถ้วนหน้า...

 

 

----------

(หมายเหตุ : ส่งรักสู่รุ่นหนุนสัมพันธ์ 'บ้านสงวนสิน' : คอลัมน์ ขอเวลานอก : เรื่อง ... ชาญยุทธ ปะวะขัง /// ภาพ ... ธัชดล ปัญญาพานิชกุล)

----------