ไลฟ์สไตล์

'ภูมิไทย' ส่งเสด็จสู่ 'สวรรคาลัย'

'ภูมิไทย' ส่งเสด็จสู่ 'สวรรคาลัย'

14 เม.ย. 2555

คลีนิคคนรักบ้าน : 'ภูมิไทย' ส่งเสด็จสู่ 'สวรรคาลัย'

                ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา ในช่วงการถ่ายทอดสด ผมนั่งหน้าจอโทรทัศน์อย่างใจจดใจจ่อเฝ้าติดตามเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ในการส่งเสด็จ “สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี” สู่ “สวรรคาลัย” อย่างสมพระเกียรติด้วยความจงรักภักดีเป็นที่สุด จากการที่ผมได้ติดตาม “โบราณราชประเพณี” ที่ถือว่าเป็น “ของดีมีอยู่” ที่ “ชนชาติไทย” ยังสามารถอนุรักษ์สืบสานเอาไว้ได้ยังไม่สูญหาย ตราบใดที่ยังเห็นพิธีกรรมอันเป็น “มรดกทางวัฒนธรรม” นี้ยังคงอยู่ ตราบนั้น “ชนชาติไทย” ก็ยังรักษาความเป็น “เอกราช” เอาไว้ได้โดยไม่ถูกกลืนหายไปในกระแส “โลกาภิวัตน์”    

                 จะว่าไปแล้วผมถือว่าเป็นคนโชคดีครับที่ในฐานะเป็นนักเรียนเก่า “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” หรือ “วชิราวุธวิทยาลัย” ทำให้ได้มีบุญวาสนาได้เข้าเฝ้า “ขัตติยราชกุมารี” พระองค์นี้อย่างใกล้ชิดหลายครั้ง  ซึ่งการได้เข้าเฝ้า สำหรับนักเรียน “มหาดเล็กหลวง” แล้วก็เสมือนได้เข้าเฝ้าฯ กราบแทบพระบาทพระบรมราชชนก คือ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 ไปพร้อมกันครับ   
 
                 ขออ้างถึงข้อ 12 จากพินัยกรรมของพระองค์ท่านในการส่งเสด็จสู่ “สวรรคาลัย” ที่มีพระราชประสงค์ให้ นอกจากบรรดาเหล่าข้าราชบริพาร, ทหารเสือป่า ฯลฯ แล้วโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ คือ “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีส่งเสด็จ โดยเข้ามามีส่วนร่วมใน “ขบวนพระอิสริยยศ” ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้มีโอกาสส่งเสด็จสู่ “สวรรคาลัย” ถึงแม้ผมจะเป็นนักเรียนเก่า “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” แต่ก็ไม่ได้มีบุญวาสนาเข้าร่วม “ขบวนพระอิสริยยศ”

                 แต่ในครานี้ก็ภูมิใจที่บุตรชายซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ใน “วชิราวุธวิทยาลัย” ได้เป็นเสมือนตัวแทนผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดี และผมเองได้กำชับว่าเมื่อได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในขบวนดังกล่าวแล้ว ต้องทุ่มเทถวายงานแด่พระองค์ท่านอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ เพราะนอกจากจะถือได้ว่าเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลแล้วก็ยังถือได้ว่าได้มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์สืบสาน “โบราณราชประเพณี” อันเป็น “ของดีมีอยู่” ของประเทศชาติให้ยืนยาวสืบไป

                 นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เห็น “พระเมรุ” ก็ชื่นชมในความรู้ความสามารถของพลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ (สาขาที่เกี่ยวข้องกับทัศนศิลปและศิลปสถาปัตยกรรมไทย) ผู้เป็น “แม่งาน” ในการออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นเอกนี้ จะว่าไปแล้วผมก็ได้คุ้นเคยกับท่านมานานหลายสิบปี ตั้งแต่ครั้งท่านยังรั้งตำแหน่งสถาปนิกใหญ่ระดับผู้ชำนาญการกรมศิลปากร ทั้งยังได้มีโอกาสเสวนากับท่านหลายครั้ง  ทุกครั้งก็อิ่มเอมไปด้วยความรู้ที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายแง่มุมเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทย

                 นอกจากศิลปินแห่งชาติท่านนี้แล้วผมก็จะได้มีโอกาสเสวนากับ ดร.ประเวศ ลิมปรังษี ศิลปินแห่งชาติอีกท่านหนึ่ง ซึ่งก็ได้ฝากฝีมือไว้ในงานออกแบบ “พระเมรุมาศ” ครั้งส่งเสด็จ “สมเด็จย่า” สู่ “สวรรคาลัย” ท่านเล่าให้ฟังว่า ได้เรียนรู้การออกแบบ “พระเมรุมาศ” จาก “สมเด็จครู” หรือ “สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” ที่สืบทอดมายังศาสตราจารย์หลวงวิศาลศิลปกรรม ซึ่งเป็น “ครู” ของท่านและตกทอดมาถึงท่านและส่งต่อจากท่านจนมาถึงพลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น จะเห็นได้ว่าเป็นกระบวนการทับถมทาง “ภูมิปัญญา” จากรุ่นหนึ่งมายังอีกรุ่นหนึ่ง อันเป็นการสืบสาน “ภูมิไทย” โดยแท้     เพราะการออกแบบ “พระเมรุมาศ” ในทางเชิงช่างถือได้ว่า เป็นงานที่ยากที่สุด ต้องรวบรวมทุกศาสตร์ ทุกศิลป์ในทุกแขนง ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมไทยทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน  

                 “โบราณราชพิธี” ในการส่งเสด็จสู่ “สวรรคาลัย” ครานี้ นอกจากความเศร้าโศกเสียใจที่เจ้านายที่ผมจงรักภักดีจนสุดหัวใจอีกพระองค์หนึ่ง “สิ้นพระชนม์” แล้ว ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจคือคนไทยยังสามารถรักษา “มรดกทางศิลปวัฒนธรรม” ส่งต่อจากรุ่นไปอีกรุ่นหนึ่ง เหมือนงานออกแบบ “พระเมรุมาศ” ที่ส่งต่อมาจาก “สมเด็จครู” สู่ “ศาสตราจารย์หลวงวิศาลศิลปกรรม” สู่อาจารย์  “ดร.ประเวศ ลิมปรังษี” สู่ “พลอากาศตรี อาวุธ  เงินชูกลิ่น” ซึ่ง “ครูช่าง” แต่ละท่านก็ได้ฝากฝีไม้ลายมือให้คนไทยได้ “ภูมิใจไทย” และชาวโลกได้รับรู้ว่าเราเป็นชนชาติ “ศิวิไลซ์” ไม่น้อยหน้าชนชาติใด   

                 นอกจากนี้ “โบราณราชประเพณี” ครั้งนี้ ผมก็ได้ส่งต่อ “ความจงรักภักดี” ต่อ “จักรีวงศ์” จากรุ่นผมไปสู่รุ่นลูก ซึ่งก็น่าชื่นใจครับถึงแม้ผมไม่มีโอกาสเข้าร่วมโดยตรง เพราะมีบุญแค่ได้ชมพระบารมีอยู่ห่างๆ แต่รุ่นลูกในฐานะนักเรียน “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” ได้มีส่วนร่วมในขบวนพระอิสริยยศ ถือได้ว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดของวงศ์ตระกูล สิ่งเหล่านี้แหละครับก่อให้เกิดความภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร

                 ทั้งหลายทั้งปวงนี้แหละครับคือความ “ภูมิไทย” ที่ได้ส่งเสด็จสู่ “สวรรคาลัย” คราวนี้ครับ


....................................
(คลีนิคคนรักบ้าน : 'ภูมิไทย' ส่งเสด็จสู่ 'สวรรคาลัย')