
'สการ์เล็ต'โรแมนติกเย้ายวน ชวนหลงใหล
ชวนชิม : 'สการ์เล็ต' โรแมนติกเย้ายวน ชวนหลงใหล
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าการจะมีความสุขกับอาหารสักมื้อ นอกจากรสชาติจะต้องถูกปากถูกใจแล้ว บรรยากาศของร้านก็มีส่วนเติมเต็มมื้อนั้นได้เป็นอย่างดี พอความคิดพุ่งเข้ามาในสมองปุ๊บ!! ร้านอาหารยุ
โรปสไลต์ฝรั่งเศสสุดชิค "สการ์เล็ต" บนชั้น 37 ของโรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี บนถนนสีลม ก็แวบเข้ามาในความคิดปั๊บ!! เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่าแม้จะเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เรื่องของรสชาติอาหารและบรรยากาศเลิศมากกกก...จนหลายคนพร้อมใจกันยกนิ้วให้
และแล้วสิ่งที่เคยได้ฟังมาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะก้าวแรกที่เหยียบย่างสู่สการ์เล็ต กลิ่นอายโลกตะวันตกก็โชยมาแวะเวียนอยู่ใกล้ๆ ด้วยการดีไซน์หรูภายใต้คอนเซ็ปต์ร่วมสมัยสไตล์นิวยอร์ก บนพื้นที่กว้างขวางรองรับผู้มาเยือนได้กว่า 160 คน แบ่งเป็นโซนให้เลือกนั่งได้หลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแอร์โอ่โถงโล่งสบาย หรือนั่งรับลมชิลๆ ริมระเบียงในโซนโอเพ่นแอร์ที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองกรุงได้กว้างไกลแบบพาโนรามา หรือจะเลือกนั่งโต๊ะไม้ทรงสูงตามแนวบาร์ดูบาร์เทนเดอร์โชว์ลีลาการผสมเครื่องดื่มเพลินๆ ก็สุดแล้วแต่
ดื่มด่ำบรรยากาศจนหัวใจฟองโต ก็ได้เวลาสรรหาอาหารอร่อยๆ ใส่ท้องกันบ้าง กางเมนูพร้อมกวาดสายตาเลือกรายการอาหาร ที่สะดุดตาและน่าสนใจเอามากๆ เห็นจะเป็นเมนูที่รังสรรค์โดย มานูเอล มาร์ติเน่ซ์ เชฟมิลินสตาร์ระดับ 2 ดาว แต่ก่อนจะชิมสูตรเด็ดลองสั่ง ล็อบสเตอร์ ซีซ่า สลัด มาเรียกน้ำย่อย จานนี้เชฟเลือกใช้ล็อบสเตอร์คัดไซน์พิเศษนำเข้าจากเมืองมะกัน กริลล์ด้วยล็อบสเตอร์ออยล์ แล้วราดด้วยเดรสซิ่ง (น้ำสลัด) สูตรเฉพาะสไตล์ฝรั่งเศส รสชาติออกเค็มนิดๆ มันหน่อยๆ จากชีสชั้นเลิศอย่างพาเมเจียโน เล็กเจียโน
เมนูถัดมาเป็นจานเบาๆ อย่าง มาร์โรโบน ซึ่งคนไทยอาจไม่คุ้นเคยนัก หากแต่เป็นเมนูแนะนำที่เชฟการันตีความอร่อยและแนะนำให้ลอง มาร์โรโบนเป็นไขกระดูกลูกวัว นำมาผ่านหลายขั้นตอนการปรุงจนออกมาหน้าตาน่าทาน ก่อนลองลิ้มชิมรสโรยหน้าด้วยหอมแดงสับและพริกไทยดำเล็กน้อยเพื่อลดความคาว ทานคู่กับเบบี้มิกซ์สลัดออนทอปด้วยวินีเกต (น้ำมันปรุงรสชาติจากฝรั่งเศส) เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวให้สลัด เมนูถัดมารับรองว่าคนชอบทานไข่ไม่ผิดหวัง เพราะ เอ้ก โพช อิน พีเนาะท์ นัวร์ หรือไข่ลวกในซอสไวน์แดง ผ่านกรรมวิธีที่พิถันในการปรุงราว 1 ชั่วโมงจนได้ไข่ที่นุ่มกำลังดีไม่สุกจนเกินไป ทานพร้อมเรดไวน์ซอสตุ๋นกับเห็ดชิเมจิจากญี่ปุ่นและเบคอนรมควันจากอิตาลี อร่อยกรุบกรอบแถมไม่คาวด้วย
ลองเมนูเบาๆ มาหลายอย่าง ถึงเวลาต้องสั่งจานหลัก เชฟแนะให้ลอง แพนเซีย บีฟ เทนเดอร์รอยน์ ที่สามารถอร่อยได้แบบทูอินวัน เพราะเขาเลือกใช้เนื้อสันในและแก้มวัวคัดพิเศษส่งตรงจากยูเอสเอมาตุ๋นด้วยไฟต่ำนานถึง 12 ชั่วโมงจนเปื่อยยุ่ย แล้วราดด้วยเรดไวน์ซอส ทานตอนกำลังร้อนๆ นุ่มลิ้นจนแทบละลายในปาก แต่ความอร่อยยังไม่หมดแค่นั้น เซ็นต์ แจ็ค ฮอกไกโด ที่วางรออยู่ใกล้ๆ ชวนให้น้ำลายไหลไม่น้อย ด้วยสแกลลอปไซน์บิ๊กเนื้อหวานกรอบจากฮอกไกโด เอามาแพนเซีย (ผ่านความร้อนเพียงชั่วครู่) กับเนยฝรั่งเศสกลิ่นหอมกรุ่นเตะจมูก เติมความอร่อยอีกชั้นด้วยซอสไวน์แดงเข้มข้นตุ๋นกับเห็ดทรัฟเฟิลพริกไทยและเบซิลออยล์
และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วเมื่ออิ่มของคาว ต้องเรียกหาขนมหวานแสนอร่อยอย่าง มิล เฟย กรอง โกกุสตังส์ พัฟฟ์กรอบที่ต้องรีดทบกันถึง 6 ชั้น ระหว่างชั้นแซมด้วยวานิลลาครีม เวลาทานราดด้วยซอสวานิลลารสชาติหวานมัน ถูกใจคอขนมชัวร์...ปิดท้ายมื้อพิเศษด้วยค็อกเทลซาบซ่าอย่าง สปาร์เคิล แอนด์ เฟด ช่วยเรียกความกระชุ่มกระชวยให้กลับคืนมาหลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุขเมื่อครั้งแรกพบเธอ...สการ์เล็ต
สัมผัสความโรแมนติกเคล้าเสียงเพลงเพราะๆ ได้ทุกคืนวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตี 1 หรือยกหูสอบถามก่อนก็ได้ที่ 0-2238-1991
..........................
(ชวนชิม : 'สการ์เล็ต' โรแมนติกเย้ายวน ชวนหลงใหล)



