ไลฟ์สไตล์

'แก่'แต่ยังไหว สุขกายใจแบบสมวัย

'แก่'แต่ยังไหว สุขกายใจแบบสมวัย

13 เม.ย. 2555

โซไซตี้ : 'แก่' แต่ยังไหว สุขกายใจแบบสมวัย

            เทศกาลแห่งความสุขคืบคลานมาเยือนชาวไทยอีกครั้ง ทั้งความเย็นฉ่ำจากการเล่นน้ำและความเย็นใจจากการเคารพรักผู้ใหญ่ในวันผู้สูงอายุล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ และแน่นอนว่าเคล็ดลับความสุขของผู้สูงวัยที่จะถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามนั้นมีไม่เหมือนกัน ใครจะมีวิธีอย่างไรบ้างวันนี้ขอแชร์วิธีแบ่งปันความสุขจากเหล่า ส.ว. (สูงวัย) อารมณ์ดีมาคลายทุกข์ร้อนกันแบบเต็มที่ 

             แน่นอนว่าการคิดบวกคือแนวทางง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงกับการหาความสุขตรงกับแนวคิดของ รศ.ดร.กรรณิการ์ สัจกุล  ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน วัย 64 ปี ที่บอกว่าการคิดดีและคอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอจะทำให้ได้พบปะผู้คนเยอะขึ้นมีการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ โดยชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งแบบจะทำให้ช่วงเวลาในวัยนี้ไม่น่าเบื่อ

             "ในวัยนี้อะไรที่เราสามารถช่วยได้ โดยไม่มีความเสียหายเราก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ จะเรียกว่าจิตอาสาก็ได้แต่ต้องจริงใจต่อการกระทำตัวเองไม่คิดว่าการได้ช่วยเหลือมนุษย์โลกด้วยกันเป็นเรื่องน่ารำคาญ ยิ่งช่วยเราก็ได้เรียนรู้เยอะการออกไปพบปะผู้คนด้วยความยินดี ยิ้มแย้มเป็นมิตรกับทุกคน รู้จักขอโทษ ขอบคุณให้เป็นนิสัย ไม่ต้องแคร์ว่าคนคนนั้นจะอายุน้อยหรือมากกว่าเราแค่เราทำด้วยความจริงใจก็จะได้ความรู้สึกดีๆ กับคนรอบข้างกลับมาเอง โดยประโยชน์ของการใช้ชีวิตไม่หยุดนิ่งในวันเกษียณคือการได้รู้จักคนทั้งรุ่นใหม่ รุ่นเก่า แลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อยๆ ไม่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุด มิฉะนั้นจะเป็นการปิดกั้นตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ ตอนนี้เราอายุ 60 ก็ยังมีคนอายุ 70-80 ให้เป็นครูเราได้ ยังมีเด็กๆ ที่มีความคิดแปลกใหม่ให้เราศึกษากันและกันโลกของเราก็จะสดใสตลอดเวลา" รศ.ดร.กรรณิการ์ แชร์วิธีการปฏิบัติเพื่อเป็นผู้ใหญ่อารมณ์ดี

             เหมือนกับ อ.สุพรรณ รพสุวรรณชัย อายุ 63 ปี เชื่อกันว่าเมื่อรักจะทำอะไรแล้ว ก็ต้องทำสิ่งนั้นไปจนแก่เฒ่าพอเกษียณอายุราชการมาได้ร่วม 3 ปี ก็ยังคงตั้งใจสอนหนังสือที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเผยเคล็ดลับว่าแล้วสภาพร่างกายและจิตใจจะดีได้อยู่ที่ใจเป็นหลัก จึงต้องทำใจให้สบาย ไม่โกรธ ไม่เกลียด รักคนในครอบครัวแล้วก็ต้องรักคนรอบข้างด้วย ถ้ามีโอกาสก็บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมจะทำให้มีความสุข โดยการให้นอกจากคนรับจะมีความสุขแล้ว คนให้มีความสุขยิ่งกว่า

             "ความสุขแบบไม่แคร์เรื่องวัยก็ต้องเข้ากับเด็กให้ได้ อย่างลูกๆ เราก็ต้องคุยกับเขาเหมือนเพื่อน เขามีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ก็จะมาสอนมาถ่ายทอดให้เรารู้ ให้เราทันโลก ตอนนี้ไอโฟน ไอแพดออกแล้วนะแม่ ก็แนะนำ เราต้องตามให้ทัน อย่างเวลาสอนหนังสือเด็กปริญญาตรี ก็เรียนรู้คนวัยนี้จากลูกๆ ซึ่งเป็นวัยใกล้เคียงกัน ทำให้เราดูไม่ล้าสมัย ศัพท์แสงบางครั้งก็ต้องคุยบ้างเวลาสอน เพื่อให้เด็กๆ เข้าในง่ายๆ ไม่กังวลเรื่องวัยที่ห่างกันเลย  คิดว่าจะสอนหนังสือจนกระทั่งไม่ไหว ส่วนการดูแลสุขภาพก็ต้องรู้จักกินและหาเวลาออกกำลังกายด้วย" ข้าราชการวัยเกษียณ แนะเคล็ดลับความสุข

             ทางผู้ใหญ่ผู้ทุ่มเทให้การกีฬาอย่าง วีระชัย ธนสุกาญจน์ คุณพ่อของนักเทนนิสชื่อดัง "แทมมี่" แทมมารีน ในวัย 74 ปี ที่ยังดูแข็งแรงกระชุ่มกระชวยไม่ต่างจากหนุ่มวัยฉกรรจ์ บอกว่าหลังจากพยายามผลักดันลูกๆ ให้ประสบความสำเร็จไปจนเกือบหมด ผู้สูงวัยแบบตัวเองก็ขอทำอะไรที่สบายใจด้วยการอยู่บนโลกกีฬาที่ตัวเองรัก เพื่อความแข็งแรงของร่างกายและถ่ายทอดเทคนิคประสบการณ์ดีๆ ให้คนรุ่นหลังต่อไป

             "รู้สึกสบายใจมากหลังจากที่ลูกสาวสำเร็จการศึกษากันหมดแล้ว ยังเหลือก็แต่ลูกชายคนเล็กที่ยังไม่จบ แต่เพิ่งเข้าโครงการช้างเผือกที่จุฬาฯ ได้ เลยหมดกังวลในเรื่องการศึกษาของลูกๆ นี้ไปได้เยอะ ตอนนี้ช่วงกลางวันจะพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง สอนเด็กๆ เล่นเทนนิสบ้าง ส่วนวันไหนว่างไม่ได้ออกไปไหน ตอนเย็นราว 5 โมงจะไปเล่นบาสเกตบอลกับเด็กๆ ในหมู่บ้านกว่าจะเลิกก็ค่ำ เรียกได้ว่าชีวิตผูกพันกับกีฬาตลอดเป็นกิจกรรมที่สามารถทำให้มีความสุขได้ทุกวัย และอยากชวนเด็กรุ่นหลังหันมาออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาด้วย เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว เด็กๆ จะได้ไม่หันเหไปในทางไม่ดี เด็กสมัยนี้ใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ พ่อแม่จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด" คุณพ่อนักเทนนิสชื่อดังแนะ

             แต่ถ้าหากสงกรานต์นี้บ้านไหนไม่มีการรวมญาติ หรือไม่มีโอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ แห่งสวนสมเด็จมูลนิธิพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในวัยย่าง 70 ปี ก็ขอแนะนำให้ออกปฏิบัติธรรม ถือศีล และทำบุญตามวัดต่างๆ ตลอดวันหยุดยาว เพื่อฝึกการมีสติและแผ่เมตตาให้จิตใจปลอดโปร่ง

             "เนื่องจากปีนี้ลูกๆ ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำให้สงกรานต์นี้นอกจากการออกไปรดน้ำผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าก็จะออกไปปฏิบัติธรรมในวันหยุดแทนการสังสรรค์รวมญาติ และไม่ใช่ทำแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้นเพราะปกติทุกวันพระใหญ่ ก็จะถือศีล 8 และจะสวดมนต์เช้าเย็นทุกวัน  ซึ่งปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอแบบนี้มา 15 ปี แล้ว ธรรมะช่วยให้เรามีวิธีเตรียมตัวที่ดีสำหรับวาระสุดท้ายของลมหายใจ เห็นได้ชัดคือชีวิตจริงเราต้องมีอารมณ์โกรธชั่ววูบขึ้นมาบ้าง แต่ก็จะใช้การแผ่เมตตามาช่วยดับอารมณ์ พอเริ่มให้ความเมตตาความเข้าใจกันและกันก็จะตามมา ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แบบเป็นสุข ส่วนเรื่องสุขภาพในวัยนี้ต้องหมั่นเช็กสุขภาพปีละ 2 ครั้ง เวลาเป็นอะไรจะแก้ไขได้ทัน ซึ่งตอนนี้โชคดีมากที่ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวให้หนักใจ" คุณหญิงปราณี กล่าว

             ปิดท้ายด้วย ส.ว. ตัวจริงวัย 67 ปี อย่าง "ป้านิ่ม" ยุวดี นิ่มสมบุญ ที่แม้อายุเลยวัยเกษียณแต่ก็ยังตั้งใจทำงานเพื่อสังคมอย่างเต็มที่ จึงเป็นผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งที่แม้ปีนี้ไม่ได้มีวันรวมญาติ แต่เจ้าตัวก็ขออาสาแสดงเมตตาจิตด้วยการจัดงานเพื่อทำความเคารพรักผู้หลักผู้ใหญ่และเชิญชวนผู้สูงอายุมาฟังธรรมเทศนาดีๆ ในวันสงกรานต์นี้อีกด้วย       

             "ถ้าเราอยากเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข ต้องไม่คิดมาก อะไรที่เป็นความทุกข์อย่าได้ยึดติด ตระหนักไว้ตลอดว่าเรามายังไงก็ต้องไปอย่างนั้น ไม่มีอะไรที่เรายึดถือได้ตลอดเวลา ส่วนวิธีการแชร์ความสุขระหว่างลูกหลานเราต้องไม่ก้าวก่ายพยายามให้เขาตัดสินใจเองในทุกเรื่อง ตัวเราก็คอยมองดูอยู่ห่างๆ ปล่อยให้เขาคิดแก้ไขปัญหาด้วยตัวเขาเอง และไม่ควรหวังอะไรที่เกินความรับผิดชอบของเรา เช่น อย่าหวังให้ลูกเราเป็นแบบนั้นแบบนี้แค่เราทำตัวเป็นแบบอย่าง เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในบ้าน คอยประคับประคอง ให้กำลังใจ ให้อภัยกันในครอบครัว ทำแค่นี้บางทีปัญหาบางเรื่องก็คลี่คลายไปได้ด้วยตัวของมันเอง ที่สำคัญขอให้บอกตัวเองเสมอว่า...เราต้องเป็นผู้สูงวัยที่มีความสุขที่สุด" ป้านิ่มบอกเคล็ดลับของความสุขในวัยใหญ่

              เป็นธรรมดาที่ใน 1 ชีวิตย่อมมีเวลาสุข เวลาทุกข์ ปะปนกันไป แต่ความสุขนั้นหาได้ง่ายกว่าดังนั้น วิธีเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้ทุกช่วงเวลาให้สุขใจกันได้ตลอดปีและตลอดไปแน่นอน...

...............................
(โซไซตี้ : 'แก่' แต่ยังไหว สุขกายใจแบบสมวัย)