
170ปีสงกรานต์'มหาสมัยสูตร'
170 ปี สงกรานต์ 'มหาสมัยสูตร' : คอลัมน์ หัวใจไทย : โดย ... พระวิจิตรธรรมาภรณ์
ในวันที่ 15 เมษายน 2555 นี้ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้กำหนดจัด พิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร เพื่อให้เกิดสิริมงคล แก่ตนเอง และประเทศชาติ บ้านเมือง เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นขนบธรรมเนียม ของ คณะสงฆ์วัดสระเกศ ที่สืบเนื่องมาแต่สมัยรัชกาลที่ 3 นับเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 170 ปีแล้ว
พิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตรที่วัดสระเกศ สืบเนื่องมาตั้งแต่เริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เสกน้ำพระพุทธมนต์ เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ที่บริเวณสระน้ำวัดสะแก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดสระเกศในปัจจุบัน
จากนั้นจึงประกอบพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก ก่อนปราบดาภิเษก ขึ้นครองราชย์ผ่านพิภพเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ภายหลังเมื่อพระองค์ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ทรงเปลี่ยนนาม "วัดสะแก" เป็น "วัดสระเกศ" เพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ต้องตามสถานที่ที่พระองค์ประกอบพิธีมูรธาภิเษก วัดสระเกศจึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และราชวงศ์จักรี
คณะสงฆ์วัดสระเกศได้ยึดถือและรักษาประเพณีการเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อประกอบพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์ในวาระที่สำคัญ ตามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 สืบต่อมา
ครั้นถึง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตรขึ้น โดยโปรดให้ประกอบพิธี ณ พระวิหารพระอัฏฐารส วัดสระเกศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นเทศกาลปีใหม่ ตามธรรมเนียมโบราณของชาวไทย เพื่อนำน้ำพระพุทธมนต์ไปแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชนนำไปประพรมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ตลอดจนการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่ออวยชัยให้เกิดสิริมงคลแก่กันและกัน มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป
การที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร ณ พระวิหารพระอัฏฐารส เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า พระอัฏฐารส เป็น "พระพุทธรูปเกี่ยวกับเหตุการณ์ในมหาสมัยสูตร สืบเนื่องมาจากพระประยูรญาติของพระพุทธองค์เกิดความแตกแยกกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นยกกองทัพมาประจันหน้าจะทำสงครามกัน เพราะแบ่งผลประโยชน์เรื่องน้ำไม่ลงตัว พระพุทธองค์จึงเสด็จมาห้ามทัพ ทำให้สงครามแย่งน้ำยุติลง เกิดความสงบสุขแก่ประชาชนทั้งสองพระนคร"
สำหรับ พระอัฏฐารส เป็น พระพุทธรูปยืน ศิลปะสกุลช่างสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุไม่น้อยกว่า 700 ปี หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ โดยไม่มีการเชื่อมต่อ มีความสูงถึง 21 ศอก 1 นิ้ว นับว่าเป็นการหล่อพระพุทธรูปด้วยโลหะที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย และนับว่าเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องจากเดิมประดิษฐานอยู่ที่ วัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็น วัดประจำพระราชวังจันทน์
ต่อมารัชกาลที่ 3 มีพระราชดำริที่จะให้มีพระอัฏฐารสไว้ประจำพระนคร จึงโปรดให้อัญเชิญพระอัฏฐารสจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก มาประดิษฐานไว้ ณ พระวิหาร วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
ธรรมเนียมการสร้างพระอัฏฐารส พระพุทธรูปยืนไว้ประจำพระนคร ก็เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขปราศจากสงคราม ป้องกันความแตกแยกของคนในชาติ ให้คนในชาติเกิดความรักความสามัคคี และให้ประเทศชาติสถิตสถาพรมั่นคงยั่งยืนนาน ประหนึ่งพระพุทธปฏิมากรทรงยืนสถิตสถาพรเป็นนิรันดร์
----------
(หมายเหตุ : 170 ปี สงกรานต์ 'มหาสมัยสูตร' : คอลัมน์ หัวใจไทย : โดย ... พระวิจิตรธรรมาภรณ์)
----------



