
การเรียนรู้ให้ถึงความจริง(1)
การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (1) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก
สัจธรรมของทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้าน ด้านนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเป็นเพียงสิ่งสมมุติเท่านั้น ส่วนด้านในซึ่งหมายถึงรากฐานภายในจิตใต้สำนึกของแต่ละคนคือความจริงของชีวิตที่ควรรักษาไว้ให้มั่นคงที่สุด
แม้แต่ด้านนอกก็ยังมีสองด้านซึ่งแต่ละคนควรกล้าที่จะก้าวเข้าไปเรียนรู้ด้านใน แทนที่จะเอาแต่ด้านนอกแล้วโทษกันไปโทษกันมาบนพื้นฐานที่มันหลอกตัวเอง
ถ้าฉันจะใช้กล้วยไม้เป็น “สื่อสมมุติ” ที่จะเรียนรู้ให้ถึงความจริง ตัวฉันเองต้องกล้าปลอมตัวเข้าไปเป็นคนขายกล้วยไม้ ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องมีความเข้มแข็งหากมีคนพูดว่าฉันเป็นพ่อค้าขายกล้วยไม้ แต่แท้จริงแล้วฉันต้องการรู้ปัญหาเรื่องคนมากกว่า ดังนั้นฉันจึงต้องพยายามใช้ความอดทนให้มากที่สุด
เธอรู้หรือเปล่าว่าก่อนที่ฉันจะรู้เล่ห์เหลี่ยมในการค้ากล้วยไม้กับคนพวกนี้ ฉันจะต้องกล้าเข้าไปยืนอยู่ด้านในและยอมให้คนพวกนี้ตำหนิติเตียน บางครั้งก็หนัก บางครั้งก็เบา แต่ใจฉันเองมีความมั่นคงอยู่กับสิ่งซึ่งตนต้องการเพื่อนำมาใช้เป็นความรู้สู่ประชาชน
ฉันเริ่มคิดค้าขายกล้วยไม้ตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี ซึ่งขณะนั้นความคาดฝันของคนทั่วไปกำลังคิดว่า ถ้าปลูกกล้วยไม้ขายแล้วจะรวย ฉันก็เริ่มปลูกกล้วยไม้อีกทั้งคิดจะขายด้วย แต่ภายในรากฐานจิตใจนั้นเรื่องความรวยความจนไม่เคยมีในโลกใบนี้หากยังมั่นคงอยู่กับสัจธรรม
ความใฝ่ฝันของฉันมันหยั่งรากฐานลงลึกชนิดที่ถอนออกได้ยาก ดังนั้นหลังเรียนจบหลักสูตร 5 ปีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อปี พ.ศ.2490 บังเอิญในปีนั้นมีคนเรียนจบเพียง 2 คน เพราะขาดประสบการณ์ในการทำวิทยานิพนธ์ และหนึ่งในสองคนก็คือตัวฉันเอง แถมยังจบสาขาดินและปุ๋ยซึ่งเป็นคนเดียวและเป็นคนแรกของเมืองไทย
ในช่วงนั้นคนเป็นครูอาจารย์สอนก็ยืมตัวมาจากกระทรวง ทบวง กรม เมื่อมีคนจบหลักสูตรคนแรกมหาวิทยาลัยก็อยากได้ถึงกับต่อรองกันว่า ถ้าอยู่มหาวิทยาลัยก็จะมีตำแหน่งและอัตรารองรับ แต่ถ้าออกไปอยู่ในชนบทก็จะเป็นเพียงลูกจ้างแบบคนงาน
แต่เป็นเพราะรากฐานของฉันมันลึกซึ้งและมั่นคง ฉันจึงตอบสวนกลับไปว่า “ต้องการไป”
ความจริงแล้วความรู้สึกนึกคิดที่จะใช้กล้วยไม้เป็นสื่อการเรียนรู้เรื่องราวของมนุษย์นั้นมันไม่ได้สั่นคลอน หรือสูญหายไปไหนจึงทำให้ฉันได้ไปอยู่เชียงใหม่สมดังความปรารถนา
เขาว่าเมืองเชียงใหม่นั้นมีกล้วยไม้สวยๆ งามๆ อย่างหลากหลาย ในชั้นแรกทำให้ตัวฉันเองมีโอกาสเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมชนบท อันควรถือว่าคือพื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับความมั่นคงทั้งของครอบครัวและชาติบ้านเมือง
ฉันได้มีโอกาสสัมผัสกับวัฒนธรรมบทแรกของชีวิตและสังคม โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่นจากของจริงที่สะท้อนออกมาปรากฏว่า “ชุมชนท้องถิ่นนั้น ไม่ว่าจะไปตั้งรกรากอยู่ที่ไหนก็ตาม ย่อมมีโอกาสใช้ธรรมชาติของที่นั่นเพื่อการดำรงชีวิต รวมทั้งสร้างความสุขทางจิตวิญญาณให้แก่ตัวเอง”
----------
(หมายเหตุ : การเรียนรู้ให้ถึงความจริง (1) ต้องกล้าสู้ทั้งสองด้าน : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : โดย ... ศ.ระพี สาคริก <[email protected]>)
----------



