
น้อมส่งเสด็จ'ดวงแก้วแห่งมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว'
น้อมส่งเสด็จ 'ดวงแก้วแห่งมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว' สู่สวรรคาลัย
เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของปวงชนชาวไทย กับงาน พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพอย่างสมพระเกียรติ เริ่มจากช่วงเช้าที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ เชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพออกพระเมรุ
ภาพในริ้วขบวนพระอิสริยยศไม่เพียงแต่มี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมในริ้วขบวนเท่านั้น หากแต่ยังมีพระประยูรญาติ และข้าราชบริพารในพระองค์ มาน้อมส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายด้วย
การเชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และพระอิสริยยศเครื่องราชูปโภคนั้น ผู้เชิญจะต้องเป็นพระประยูรญาติผู้ใกล้ชิดเท่านั้น ซึ่งประกอบไปด้วย ม.ร.ว.สวัสดิวุฒิ สวัสดิวัตน์ เชิญเครื่องทองน้อย พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เชิญมหาจักรีบรมราชวงศ์ ร.ท.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล เชิญเครื่องราชนพรัตนราชวราภรณ์ (รัตนวราภรณ์) ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เชิญเครื่องราชมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เชิญเหรียญรัตนาภรณ์ ร.6, ร.7, ร.9 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เชิญเครื่องราชมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
ม.ร.ว.พันธุรังษี ภาณุพันธุ์ เชิญเครื่องราชปฐมจุลจอมเกล้า ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต เชิญเครื่องราชดิเรกคุณาภรณ์ พ.ต.ม.ร.ว.ดำรงเดช ดิศกุล เชิญเครื่องราชรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ม.ร.ว.ประเดิมสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ เชิญพานพระศรีทองคำลงยาฯ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล เชิญพระสุพรรณศรีทองคำลงยา ม.ร.ว.ปิยฉัตร ฉัตรชัย เชิญหีบพระศรีทองคำลงยาฯ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร เชิญพระคนโททองคำลงยาฯ ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ เชิญฉลองพระองค์พระยศพลเอก ม.ล.จิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เชิญฉลองพระองค์ลูกเสือ และ ม.ล.เทวพร เทวกุล เชิญฉลองพระองค์ลำลองฯ
ริ้วขบวนนี้ยังประกอบไปด้วยสมาชิกราชสกุล ที่พร้อมใจกันร่วมเดินในริ้วขบวนพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี รวมทั้งสิ้น 60 คน เป็นชั้นหม่อมเจ้าและหม่อมราชวงศ์ 21 คน ชั้นหม่อมหลวง 32 คน และชั้น ณ อยุธยา 7 คน โดย "คุณชายน้อง" ร.ท.ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล เผยว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงมีระเบียบวินัยและทรงตรงต่อเวลาเป็นอย่างมาก ส่วนตัวเมื่อมีโอกาสได้เข้ามารับราชการทหารสมดั่งที่ตั้งใจตั้งแต่วัยเยาว์ และได้ศึกษาพระประวัติของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มาโดยตลอด จึงพยายามจดจำพระจริยวัตรเหล่านี้แล้วนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ
ด้าน "คุณภัทร" ม.ล.ภัทรชาติ ประวิตร กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประสูติได้เพียงวันเดียว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต แม้พระองค์ท่านจะไม่ได้เห็นพระราชบิดาปฏิบัติพระราชกรณียกิจใดๆ แต่พระจริยวัตรของพระองค์ท่าน กลับเหมือนพระราชบิดาทุกประการ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองลูกเสือไทยที่ทรงสืบสานต่อจากพระราชบิดา จนลูกเสือไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ขณะที่ "คุณดุง" ม.ล.พงศ์วริน กิติยากร เผยว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อสาธารณประโยชน์มาโดยตลอด ถือเป็นพระจริยวัตรที่งดงามเฉกเช่นเดียวกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนของพระองค์ เราในฐานะประชาชนคนไทยควรจะนำแบบอย่างพระจริยวัตรเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนตัวก็พยายามที่จะน้อมนำสิ่งเหล่านี้มาใช้กับตัวเองและครอบครัวอยู่เสมอด้วย
อีกหนึ่งคนดังที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานพระราชพิธีประวัติศาสตร์ "นล" พันธุ์นุชิต โปษยานนท์ ข้าราชการประจำสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงความประทับใจในพระจริยวัตรของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี แม้จะประทับและทรงศึกษาอยู่ต่างประเทศมานาน แต่ทรงใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ไม่โปรดใช้ภาษาไทยคำอังกฤษคำโดยเด็ดขาด และภูมิพระทัยในความเป็นคนไทยยิ่งนัก
"ผมพยายามที่จะทำอย่างพระองค์ท่าน โดยเฉพาะในเรื่องของการพูด ที่จะไม่พูดภาษาไทยคำอังกฤษคำ ผมเชื่อว่าทุกคำภาษาอังกฤษ สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้อยู่แล้ว พระองค์ยังภูมิพระทัยในความเป็นไทย ซึ่งผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่คนไทยทุกคนพึงรำลึกถึง เพราะเราเกิดบนแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อประชาชนและแผ่นดิน จึงควรภูมิใจในความเป็นไทยเหล่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดบนโลก" นล กล่าว
ส่วนข้าราชบริพารในพระองค์อย่าง บดีพล จูตระกูล ที่ปฏิบัติงานในมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เผยว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงสอนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนรู้จักพอ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ว่าจะทำกิจการงานใดๆ จึงน้อมรับมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ อีกทั้งเรื่องของการใช้ภาษาไทยที่โปรดรับสั่งด้วยศัพท์ไทยทุกคำ และทรงใช้ภาษาไทยได้เป็นอย่างดีเยี่ยมด้วย
การส่งเสด็จพระหน่อนาถสู่สวรรคาลัยครั้งนี้ นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ และเชื่อแน่ว่าชาวไทยอีกหลายคน จะน้อมนำพระจริยวัตรอันงดงามของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มาน้อมปฏิบัติตามให้สมดั่งเป็นกระจกเงาสะท้อนความทรงจำ



