ไลฟ์สไตล์

รักษ์มรดกโลก'ร.ร.อยุธาวิทยาลัย'

รักษ์มรดกโลก'ร.ร.อยุธาวิทยาลัย'

10 เม.ย. 2555

สกู๊ปมองมุมใหม่ : รักษ์มรดกโลก'ร.ร.อยุธาวิทยาลัย' ปลุกจิตสำนึกเรียนรู้หน้าที่พลเมือง

            ครูน้ำทิพย์ มหานิยม อาจารย์วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับ ม.3 จากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ให้นักเรียนชั้น ม.3/1 เลือกโครงการแก้ปัญหาชุมชน ที่จะทำร่วมกัน แรกเริ่มเด็กๆ เสนอมา 4-5 โครงการที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เช่น โครงการกำจัดขยะ โครงการรักษ์ภาษาไทย

            ในที่สุดนักเรียนส่วนใหญ่เลือกทำโครงการอนุรักษ์มรดกโลกของอยุธยา เพราะเห็นว่า มรดกโลกย่ำแย่ลง และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกองค์การยูเนสโกถอดออกจากมรดกโลก ด้วยสภาพความเสื่อมโทรมของโบราณสถาน การจัดการที่ไม่ดีพอ ซ้ำยังมีปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกล้ำบดบังทัศนียภาพของมรดกโลก โดยได้ตั้งชื่อโครงการว่า "สามพลังร่วมใจ รักษ์มรดกโลก" ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศของภาคกลาง จากโครงการโปรเจกท์ ซิตี้เซน (Project Citizen) ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

            "กิจกรรมนี้สอดแทรกเข้ามาในการเรียนการสอน เพราะต้องการเป็นโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการมีส่วนร่วมตามแนวทางประชาธิปไตย เป็นไปตามแนวทางโปรเจกท์ ซิตี้เซน ของศูนย์การศึกษาเพื่อประชาชน Center for Civic Education (CCE) สหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องประชาธิปไตยและสร้างสำนึกพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยให้แก่คนรุ่นใหม่ ดูเหมือนง่ายเวลาที่เราพูดว่า จะให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องการมีส่วนร่วม การยอมรับความคิดเห็นคนอื่น แต่พอทำจริงมันยาก" ครูน้ำทิพย์ กล่าว

            ครูน้ำทิพย์ เล่าต่อว่า จนโค้งสุดท้ายแล้ว ยังมีนักเรียน 7-8 คนไม่เห็นด้วยที่จะทำโครงการอนุรักษ์มรดกโลก แต่พอเปิดเวทีให้พูดคุยด้วยเหตุผล ในที่สุดเด็กกลุ่มน้อยก็ยอมรับเหตุผลและยินดีให้ความร่วมมือ ซึ่งความเห็นเอกฉันท์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้เกิดพลังในการทำอะไรทุกอย่าง  "เราต้องการให้เด็กเรียนรู้ว่า เสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อยต่างก็มีความสำคัญทั้งคู่ ไม่ใช่ละเลยเสียงส่วนน้อย แต่เสียงส่วนใหญ่ต้องพยายามใช้เหตุผลชักจูงให้คนที่ยังไม่เห็นด้วยคล้อยตามให้ได้ ไม่ใช่เอาเสียงส่วนใหญ่ไปตัดสินเสียงส่วนน้อย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะนำมาซึ่งความแตกแยก"

            พอผ่านขั้นตอนที่สำคัญแล้ว จากนั้นนักเรียนต้องมาระดมสมองวางแผนทำงานเอง ซึ่งเด็กๆ ได้คิดโมเดล 3 ห่วง ออกมา ห่วงแรกคือ โรงเรียน นักเรียน ห่วงที่สองคือ ชุมชน ประชาชนใน จ.พระนครศรีอยุธยา และห่วงที่ 3 คือ ภาคราชการ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 3 ห่วงนี้ต้องทำงานร่วมกันจึงจะประสบความสำเร็จ เพราะงานอนุรักษ์มรดกโลกนั้น เป็นงานใหญ่เกินกำลังที่เด็กๆ จะดำเนินการได้โดยลำพัง

            เด็กๆ จะช่วยกันออกไปเก็บข้อมูลก่อนสรุปโครงการเสนอผู้บริหารโรงเรียน และโรงเรียนก็พาเด็กๆ ไปนำเสนอโครงการกับภาคราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเทศบาล องค์กรปกครองส่วนจังหวัด ซึ่งได้รับเอาข้อเสนอนักเรียนไปดำเนินการ เช่น การรักษาความสะอาด การจัดระเบียบร้านค้าในโบราณสถาน นักเรียนยังพากันไปขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรให้มาให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์มรดกโลกแก่โรงเรียนและชุมชน

            มีการตั้งชมรม "รักอยุธยา รักษ์มรดกโลก" ในโรงเรียนด้วย นักเรียนช่วยกันคิดว่า จะทำอะไร และมีการใช้กลยุทธ์เพื่อนช่วยเพื่อน นักเรียนชั้น 3/1 ทั้ง 52 คนไปชักชวนเพื่อนมาเป็นสมาชิกชมรม เป็นการต่อยอดชมรมให้ขยายตัวต่อไป ปัจจุบันชมรมอายุ 2 ปีแล้ว ขณะที่ผู้ปกครองเอง เมื่อได้เห็นเด็กๆ ลงมือทำก็เริ่มสนใจเข้ามาเป็นแนวร่วมด้วย

            "งานอนุรักษ์เป็นงานที่สเกลใหญ่ และยังเป็นงานที่ต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล แต่อย่างน้อยที่นักเรียนทำโครงการนี้ขึ้นมาก็ช่วยปลุกจิตสำนึกของเด็กๆ และคนในชุมชนได้ ประชาชนกลุ่มหนึ่งเริ่มเห็นความสำคัญและคุณค่าของการอนุรักษ์มรดกโลก ในส่วนของนักเรียนเองนั้น ก็ได้เรียนรู้จิตอาสา การยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นด้วย" ครูน้ำทิพย์ กล่าว

...................................
(สกู๊ปมองมุมใหม่ : รักษ์มรดกโลก'ร.ร.อยุธาวิทยาลัย' ปลุกจิตสำนึกเรียนรู้หน้าที่พลเมือง)