
'ประมงพื้นบ้าน'กับการปิดอ่าว
'ประมงพื้นบ้าน' กับการปิดอ่าว : คอลัมน์ เส้นทางอาชีพ
ผ่านมาสองเดือนกว่าสำหรับฤดูการปิดอ่าวเพื่ออนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำฤดูที่มีปลาวางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน หรือประกาศปิดอ่าว และพื้นที่ทะเลบางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ประมาณ 26,400 ตารางกิโลเมตร โดยกำหนดระยะเวลาประกาศไว้ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคมของทุกปี ทั้งนี้ เพื่อให้สัตว์น้ำได้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน เป็นการบริหารทรัพยากรประมงไว้ใช้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การประกาศปิดอ่าวได้ห้ามชาวประมงใช้เครื่องมือประมงบางชนิดทำการประมงในระยะเวลาที่กำหนด
จากรายงานข้อมูลการจับกุมผู้ลักลอบกระทำผิดกฎหมายของศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลภาคใต้ตอนชุมพร ( ณ วันที่ 31 มี.ค.2555) ปรากฏว่ามีทั้งสิ้น 21 คดี จับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 178 ราย โดยใช้เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตักมากที่สุด 65 ราย รองลงมา อวนล้อมจับหรืออวนดำ 54 ราย เมื่อแยกตามรายพื้นที่ปรากฏว่าพบผู้กระทำผิดมากที่สุดคือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 12 คดี 133 ราย รองลงมา จ.ชุมพร 9 คดี 45 ราย ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่มีผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ในจำนวนนี้มีข้อหาปิดอ่าว 1 คดี 6 ราย นอกนั้นข้อหาไม่มีอาชญาบัตร
ผ่านมาแค่ 2 เดือนเจ้าหน้าที่ประมงสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เกือบ 200 ราย แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาต้องเกิดปัญหาแน่ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดกันไว้จริงๆ นั่นก็คือการรวมกลุ่มประท้วงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของผู้เสียผลประโยชน์ นำโดยนายกสมาคมชาวประมงเรืออวนซั้งและเรือร่วมปากน้ำชุมพร "ชลธี คงกิจธารา" โดยมุ่งมาที่เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าบางรายมีส่วนเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ ปฏิบัติหน้าที่แบบ 2 มาตรฐาน
ในขณะที่อีกกลุ่มก็คือกลุ่มชาวประมงในปากน้ำชุมพร นำโดย อธิวัส ทรรปณะวิภาส นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร กลับให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ประมงที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จนสามารถจับผู้กระทำความผิดและส่งดำเนินคดีได้หลายสิบคดีและมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา
แน่นอนว่าทั้ง คุณมีศักดิ์ ภักดีคง ประมงจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นคนพื้นที่และ คุณปรีชา บริเพ็ชร หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลภาคใต้ตอนบน จ.ชุมพร ย่อมรู้ปัญหานี้ดีว่าอะไรเป็นอะไร โดยเฉพาะคุณปรีชาหรือที่ชาวประมงพื้นบ้านรู้จักในนามหัวหน้าทีม "ใบไม้เขียว" นั้นได้ฝากผลงานไว้ให้เป็นที่ประจักษ์จนเป็นที่ยอมรับของชาวประมงพื้นบ้านมาแล้ว เมื่อครั้งรั้งตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสตูลและหัวหน้าศูนย์ระยอง
จึงฝากถึงอธิบดีกรมประมง "ดร.วิมล จันทรโรทัย" ว่าขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อการปฏิบัติภารกิจต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพในการปกป้องดูแลสัตว์น้ำไม่ให้ถูกทำลายก่อนถึงวัยอันควรและยังคงไว้ซึ่งอาชีพและรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านให้อยู่ต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลานครับ!
----------
(หมายเหตุ : 'ประมงพื้นบ้าน' กับการปิดอ่าว : คอลัมน์ เส้นทางอาชีพ)
----------



