ไลฟ์สไตล์

เศรษฐกิจพอเพียงที่ภูเก็ต

เศรษฐกิจพอเพียงที่ภูเก็ต

07 เม.ย. 2555

คอลัมน์ พอแล้วรวย - เศรษฐกิจพอเพียงที่ภูเก็ต ... เมืองท่องเที่ยวระดับโลก - โดย ... อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัย คอกหมู

          วันนี้อาจารย์ยักษ์ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรรายการสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลีน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนมากและหลากหลาย อาทิ กลุ่มเครือข่ายราไวย์ วิสาหกิจชุมชนปลากะตักพัฒนาภูเก็ต วิสาหกิจพัฒนาชายฝั่ง ต.วิชิต อ.เมือง วิสาหกิจชุมชนไม้ดอกไม้ประดับ วิสาหกิจชุมชนผู้ค้าอาหารพื้นเมือง วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโค กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้ค้าอาหารปลอดภัย และกลุ่มที่มีชื่อแปลกๆ ที่น่าสนใจ คือกลุ่มกู้กูร่วมใจ กลุ่มนี้ผลิตผ้าบาติก และที่มาของชื่อก็มาจากการใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วยความยากลำบาก จึงรวมกลุ่มกันตั้งใจที่จะกู้ความลำบากยากจนของตัวเองขึ้นมา เลยเรียกว่า บ้านกู้กู ก็คือกอบกู้ชีวิตของตัวเองนั่นเอง 

          นอกจากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนในระดับอำเภอ ระดับจังหวัดเข้าร่วมอีกมากมาย รวมแล้ว 260 กว่าคน ที่อาจารย์ยักษ์ประทับใจและตื่นเต้นที่สุด ก็คือเมืองภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหรูหรา หวือหวาไปทั่วโลก แต่ยังมีชาวนาหลงเหลืออยู่อีก 6 คน อยู่ที่ ต.ไม้ขาว ทุกคนล้วนอายุ 60 ปีกว่ากันทั้งหมด พอถามว่าชาวนาทั้ง 6 คนนั้นมีลูกหลานสืบทอดอาชีพต่อไปไหม ทั้ง 6 คนล้วนแต่บอกว่าไม่มี อาจารย์ยักษ์จึงได้เชิญชาวนาทั้ง 6 พร้อมอาจารย์ยักษ์อีกคนขึ้นไปถ่ายรูปบันทึกไว้บนเวทีว่า ชาวนา 7 คนนี้กำลังจะกลายเป็นชาวนาในตำนานเป็นอดีตที่กำลังจะเลือนหายไปกับกาลเวลา 

          สภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไป ราคาที่ดินที่สูงขึ้นทำให้เมืองหลายเมืองสูญเสียที่ดินสำหรับผลิตอาหารไปให้แก่สิ่งที่ทำเงินได้มากกว่า โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ที่ดินถูกขายให้แก่นายทุนเพื่อทำย่านการค้า ทำโรงแรมที่พัก แต่ถามว่าคนที่มาเที่ยวจากทั่วโลกนั้นต้องกินอาหารใช่ไหม ก็คงจะตอบว่าแน่นอน วันนี้คนภูเก็ตจึงต้องตระเวนหาข้าว ปลา อาหาร จากจังหวัดอื่นๆ มากิน และอนาคตก็คงต้องนำเข้าสินค้าจากจังหวัดอื่นๆ ทั้งหมด ทั้งที่การเดินทางก็ลำบากเพราะเป็นเกาะมีสิทธิ์ที่จะถูกปล่อยเกาะได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุภัยธรรมชาติการเดินทางขนส่งถูกตัดขาด แต่ก็ไม่เห็นมีคนคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง มุ่งเน้นแต่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวหาเงินกันอย่างเดียว เพราะมองแบบเศรษฐกิจทุนนิยม การส่งเสริมเศรษฐกิจต้องใช้วิธีการแบ่งงานกันทำ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คนทำอาชีพท่องเที่ยวไม่ต้องปลูกอาหาร ทำแต่งานบริการเท่านั้น 

          อาจารย์ยักษ์มองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าพลังการผลิตทุกวันนี้ลดลงอย่างมาก วิชาชีพในการผลิตวันนี้สูญหายไปหมดแล้ว อาหารจึงจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นแน่นอนไม่มีทางเลี่ยง แต่ก็ยังดีที่ชาวนากลุ่มนี้ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าหมดแรงทำนาแล้วจะทำอะไรต่อ...ใครจะทำนา” จึงเป็นที่มาของการรวมกลุ่มกันไปจับมือกับสถาบันการศึกษา ชักชวนหนุ่มสาว ชักชวนชาวต่างชาติ มาเรียนรู้การทำนา มาสืบทอดอาชีพทำนาและทุกคนให้สัญญากับอาจารย์ยักษ์ ให้สัญญาแก่กันและกันว่าจะต้องสืบทอดอาชีพทำนาต่อไปให้ได้ แม้จะมีอยู่เพียง 6 คนก็ตาม  

          เมืองภูเก็ตเองก็คงจะเหมือนอีกหลายๆ เมืองที่เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่มาภูเก็ตครั้งนี้มีแต่เรื่องราวที่น่าประทับใจ เมื่อแรกมาบรรยายเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์ยักษ์คิดว่าก็คงจะเหมือนกับที่อื่นๆ ทั่วไป คือเมื่อประธานมาเปิดงานแล้วคนฟังก็กลับตามประธาน แต่ที่นี่แปลกมาก ท่านรองผู้ว่าฯ มาเปิดงานแทนผู้ว่าฯ หลังเปิดงานแล้วปรากฏว่าผู้ฟังอยู่ฟังกันอย่างตั้งใจ และพร้อมที่จะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับทุกอาชีพ 

          ดังนั้นไม่ว่าทิศทางโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร คนกลุ่มนี้ก็จะไม่เดือดร้อน เมืองถลางน่าจะยังมีความหวัง และสามารถที่จะเป็นต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างดีอีกแห่งหนึ่ง!

 

 

----------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ พอแล้วรวย - เศรษฐกิจพอเพียงที่ภูเก็ต ... เมืองท่องเที่ยวระดับโลก - โดย ... อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัย คอกหมู)

----------