ไลฟ์สไตล์

ลัดเลาะท่องธรรมชาติผ่าน "เซ็นได"

ลัดเลาะท่องธรรมชาติผ่าน "เซ็นได"

14 พ.ค. 2552

คราวก่อนเราหลบร้อนขึ้นไปบนยอดเขาซาโอ (Zao) เมืองยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น สนุกสนานกับหิมะและเล่นสกีกันแล้ว คราวนี้เราเลยนั่งรถไปยังเมืองมิยากิ เพื่อเยี่ยมชม โรงงานคาเนซากิ โรงงานทำปลาแห้งที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพของแดนอาทิตย์อุทัยกันดีกว่า

 โรงงานแห่งนี้ไม่ได้ทำเพียงแต่ปลาแห้งเท่านั้นนะ แต่ยังจัดให้มีพิพิธภัณฑ์ ทานาบาตะ หรือ เทศกาลดาวพบคู่ ซึ่งเทศกาลนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การตกแต่งต้นไผ่ ด้วยกระดาษสีสุดสวย พร้อมเขียนคำขอพรจากดวงดาวในสิ่งที่ปรารถนานั่นเอง

 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังได้รวบรวมเครื่องประดับทานาบาตะแต่ละยุคสมัยเอาไว้อย่างมากมาย ไล่เรียงตั้งแต่เครื่องประดับในอดีต กระทั่งได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งเครื่องประดับทานาบาตะ ล้วนแล้วแต่ทำมาจากกระดาษสาของญี่ปุ่นสีสันสวยงาม และเนื่องจากเทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าเทศกาลนี้เป็นอย่างไร ที่นี่ดูจะตอบโจทย์ผู้เดินทางมาชมได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 อิ่มตากับเครื่องประดับทานาบาตะแสนสวยกันแล้ว ก็เดินทางต่อไปยัง ท่าเรือชิโอกามา (Shiogama) เพื่อนั่งเรือลำโตไปยัง ท่าเรือมัทซูชิมา (Matsushima) ตลอดทางที่เรือล่องไป เราจะได้เห็นนกนางนวลสีขาวฝูงใหญ่ บินเคล้าคลอเป็นเพื่อนร่วมทางไปตลอด (จริงๆ แล้วเจ้านกพวกนี้ตั้งใจมาขอขนมจากเราต่างหากล่ะ)

 ไม่กี่นาทีเราก็เดินทางมาถึง วัดเอนซูอิน (Entsuin) วัดนิกายเซน ที่มีเจ้าอาวาสเป็นพระผู้หญิงหน้าตาสวย ออกมายืนต้อนรับด้วยรอยยิ้ม วัดแห่งนี้มีรูปแบบการก่อสร้างในอาคารแสดงถึงวัฒนธรรมศาสนาคริสต์ เช่นมีรูปดอกกุหลาบตะวันตกบนศาลเจ้าขนาดเล็ก และมีสวนสวยที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่งดงามตลอดทุกฤดูกาล นอกจากนี้บริเวณห้องโถงกลางของวัด เราสามารถทำลูกประคำที่ใช้ในการอธิษฐานได้ด้วยตัวเอง โดยการเลือกหินสีซึ่งหินเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงกิเลสภายในจิตใจของแต่ละคนได้ด้วย

 วัดแห่งนี้ยังมี ศาลซังเคเดน (Sankeiden) ที่สร้างโดย ดาเทะ ทาดามูเนะ (Date Tadamune) พ่อของ ดาเทะ มิทซูมูเนะ (MitSumune) ลูกชายที่เก่งฉลาดและแข็งแรง และเป็นหลานชายของ ดาเทะ มาซามูเนะ เจ้าเมืองเซ็นได ที่จากไปด้วยวัยเพียง 19 ปี การเสียชีวิตของลูกชายโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด สร้างความโศกเศร้าให้แก่ผู้เป็นพ่ออย่างมาก และความรักที่มีต่อลูกทำให้เขาสร้างศาลแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อประดิษฐานดวงวิญญาณของลูกชายอันเป็นที่รัก ศาลแห่งนี้ติดกระจกเอาไว้โดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปจับต้อง เนื่องจากภาพสีน้ำมันที่ถูกเขียนบนศาลแห่งนี้ ผ่านกาลเวลามานานเกือบ 400 ปีแล้ว ด้านในของศาลเราจะได้เห็นตุ๊กตาหนุ่มขี่ม้าสีขาว ซึ่งนั่นคือตัวแทนของมิทซูมูเนะนั่นเอง เดิมทีศาลหลังนี้ไม่ได้เปิดให้ใครเข้าชม เพิ่งจะเปิดให้คนทั่วไปได้ชมและศึกษาเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง

 วันต่อมาเรามุ่งหน้าไปยัง เมืองเซ็นได เขตโทโอคุ ชมหัตถกรรมพื้นบ้านของ หมู่บ้านหัตถกรรมอากิอุ ซึ่งเราเลือกไปบ้าน กังกวน โคเคชิยะ (Ganguan Kokeshiya) ที่ผลิตตุ๊กตาไม้โคเคชิ โดยครอบครัวของ อากิระ ซูซูกิและภรรยา ที่ได้รับการสืบทอดการทำตุ๊กตาโคเคชิมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งในเมืองเซ็นไดนั้นมีช่างทำตุ๊กตาโคเคชิเพียง 30 คนเท่านั้น

 ตุ๊กตาโคเคชิทำมาจากไม้มิซูกิซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้จะมีสีขาวสวยสามารถกลึงให้ได้รูปตามที่ต้องการ ฟังประวัติกันมาพักหนึ่ง ซูซูกิก็ชักชวนให้เราวาดรูปตุ๊กตาโคเคชิในแบบฉบับของเราเอง โดยสาธิตให้เราดูถึงวิธีการตกแต่งตุ๊กตาโคเคชิแบบดั้งเดิม ที่ใช้เพียงสีแดงและดำในการวาด นาทีนี้ใครที่เกิดมาเพื่องานศิลป์ รับรองได้ใส่จินตนาการลงไปในตุ๊กตาโคเคชิอย่างสุดฝีมือ...

 ได้ตุ๊กตามาเป็นที่ระลึกแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังเมืองอิวาเตะทันที เพื่อนั่งเรือชมทิวทัศน์ของ แม่น้ำซาเท็ตสึ (Satetsu River) แม่น้ำที่มีแร่เหล็กอยู่เป็นจำนวนมาก และมีความยาว 2 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาในการชมวิว 1 ชั่วโมงเศษๆ ตลอดเส้นทางของการล่องเรือ เราจะได้เห็นผาหินปูนสองข้างทางที่สวยงาม พร้อมกับมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปทั้งหมด 17 แห่ง แต่ละฤดูกาลจะมีทัศนียภาพที่ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับฤดูหนาวที่เราไปเยือนนั้น ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยหิมะประปราย แต่สำหรับฤดูใบไม้ผลิต้นไม้บริเวณผาหินเหล่านี้จะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวสด สวยงามไม่แพ้ฤดูหนาวเลยทีเดียว

 ตลอดการเดินทางในแดนอาทิตย์อุทัยครั้งนี้ พูดได้เต็มปากเลยว่า "เซ็นได" เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้เมืองหลวงอย่าง "โตเกียว" เลยล่ะ...

เรื่อง - ภาพ... "ศรีพร เหล่าวณิชยา"