
ตอน:กว่าจะเป็นนศ.ม.อัลอัซฮัร
เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน:กว่าจะเป็นนศ.ม.อัลอัซฮัร
พฤหัสบดีที่แล้ว ผมได้นำเสนอเรื่องราวการสอบวัดระดับเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยและข้อมูลการศึกษาในระดับปรับพื้นฐานของน้องๆ นักศึกษา มาวันนี้ยังคงเกาะติดสถานการณ์ "เรื่องเดิมแต่ประเด็นดัง" ปีการศึกษา 2554/2555 นักศึกษาไทยบินลัดฟ้าสู่ประเทศอียิปต์ทั้งหมด 500 คน ในทำเนียบนักศึกษาของสถานเอกอัครราชทูตฯ และจำนวนนักศึกษาที่เข้าสนามสอบวัดระดับมีทั้งหมด 465 คน ชาย 370 คน และหญิง 95 คน สอบผ่านวัดระดับแล้วจำนวน 236 คน ชาย 231 คน หญิง 5 คน และวันนี้เปิดโลกการศึกษามุสลิมได้ค้นคว้าเสาะหา ดึงตัวนักศึกษา 2 คน ผู้ที่สอบเข้าสู่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คณะนิติศาสตร์อิสลามวิทยาเขตไคโร ได้ในปีนี้มาเล่าสู่กันฟังถึงความเป็นมาก่อนที่จะคว้าชัยสำเร็จในวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย
คนแรกเป็นนักศึกษาหญิงเป็นหนึ่งในห้าคนที่สอบได้จากจำนวนนักศึกษาหญิง 95 คนทั้งหมด ซึ่งจากการสัมภาษณ์ทำให้รู้ว่า "น้องดาริยะห์" หรือ ลดารัตน์ ครองสิริกุล เป็นบุตรของ กำธร และ ฮับเซาะห์ ศึกษาศาสนาที่โรงเรียนมัจลิซุดดีน สวนหลวง กรุงเทพฯ เรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาหลักสูตรและการสอน ด้วยความฝันอยากเรียนรู้ภาษาอาหรับจากชีวิตจริงไม่ใช่แค่ในห้องเรียนหรือผ่านตัวหนังสือเท่านั้น โดยเข้าเรียนที่ศูนย์ภาษาอาหรับ มัซกัสแนล เขตฮัยซาเบียะ ซึ่งมีชื่อเสียงพอสมควร
แต่เกิดการปฏิวัติทางการเมืองในอียิปต์ จึงกลับประเทศไทย แต่ด้วยความหวังที่ต้องการศึกษาในประเทศแห่งนี้ จึงกลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเข้าสนามสอบเพื่อวัดระดับพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ประสบผลสำเร็จ บอกว่าใครๆ ก็สามารถสอบผ่านได้ ถ้าเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ที่มีความตั้งใจจริง มีความฝัน มีความหวัง และต้องมีความอดทนกับการศึกษาอย่างแท้จริง
ข้อสอบที่ทางมหาวิทยาลัยออกเป็นข้อสอบที่มีมาตรฐาน ให้อ่านเรื่องแล้วเติมคำในช่องว่าง การใช้ไวยากรณ์อาหรับ การเลือกคำตอบและการฟังจากเทปแล้วตอบคำถามเป็นเรื่องที่ยากแต่ด้วยความตั้งใจและมีสมาธิ ทำให้สอบได้ตามที่หวังเอาไว้ ตอนนี้ก็พยายามไปเรียนและกลับมาอ่านหนังสืออย่างตั้งใจประเด็นหรือบทไหนที่ยากเกินเข้าใจต้องช่วยให้รุ่นพี่อธิบายให้ฟังเพราะหนังสือระดับมหาวิทยาลัยมีเนื้อหาเยอะมากต้องใช้ความเข้าใจเป็นหลัก
อยากให้เมืองไทยเน้นหลักสูตรด้านภาษาอาหรับ หรืออังกฤษในชีวิตประจำวัน ไม่เฉพาะในห้องเรียนหรือหนังสือเรียนเท่านั้น ครูอาจารย์ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กับการสอนที่จะคอยแนะแนวให้เห็นโลกของความเป็นจริง อยากให้รัฐบาลเน้นการศึกษานำการเมือง และศูนย์สอนภาษาหรือสถาบันการศึกษาเน้นการใช้ภาษาทั้งอาหรับและอังกฤษ ทั้งหมดจะเป็นพื้นฐานที่ดีของน้องนักศึกษาในรุ่นหลังต่อไป
"ซากีรีน นิยมเดชา" เป็นทายาทผู้บริหารโรงเรียนบำรุงวิทยา นครศรีธรรมราช จบการศึกษาโรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมมิดดีนยะฮ์ บ้านดอน กรุงเทพฯ ศึกษามหาวิทยาลัยกุลียะห์ ที่ยะลา 3 เดือน เพื่อติวเข้มเรื่องภาษาอาหรับ กับอาจารย์ที่จบจากประเทศอียิปต์ ทำให้มีพื้นฐานและความกล้าที่จะพูดสื่อสารมากยิ่งขึ้น จากนั้นไปศึกษาต่อที่ปอเนาะนัสรุดดีน จังหวัดสงขลา 1 เดือน เพื่อเสริมวิชาไวยากรณ์อาหรับ จากนั้นเดินทางไปทำพิธีอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้มีความมั่นใจในการสื่อสารภาษาอาหรับกับชาวต่างชาติ และไปศึกษาต่อที่ประเทศอียิปต์
ซากีรีน เล่าต่อว่า การทำข้อสอบภาษาอาหรับ ในห้องสอบต้องฟังภาษาอาหรับเพื่อตอบคำถามในข้อสอบซึ่งเป็นเรื่องที่ในเมืองไทยไม่มีพื้นฐานถ้าอยากสอบผ่านว่าต้องตั้งใจศึกษาภาษาอาหรับอย่างจริงจัง ต้องแบ่งเวลาในช่วงเรียนในห้องและต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมหากเป็นไปได้ต้องเน้นการสื่อสารภาษาอาหรับ ต้องเข้าเรียนด้วยตัวเองทุกวันเพื่อฟังการอธิบาย กลับมาอ่านหนังสือกับรุ่นพี่ในบทที่ไม่เข้าใจ
โดยเฉพาะวิชา "กอฏอยา" หรือ "ปัญหาร่วมสมัย" เป็นวิชาที่ยาก ต้องมีรุ่นพี่ติวให้ อยากให้รัฐช่วยติวเข้มก่อนนักศึกษาจะเดินทางมาศึกษายังประเทศอียิปต์ และควรให้คำปรึกษาชี้แนะเรื่องการเป็นอยู่ของสังคมคนอาหรับในประเทศอียิปต์อย่างเข้มงวด เพื่อการเตรียมพร้อมของนักศึกษารุ่นใหม่ต่อไป
..............................
(เปิดโลกการศึกษามุสลิม : ตอน:กว่าจะเป็นนศ.ม.อัลอัซฮัร )



