
ผลิต'ปลากะรัง-เห็ดทะเล'เชิงพาณิชย์
คอลัมน์ ทำมาหากิน : ผลิต 'ปลากะรัง-เห็ดทะเล' ต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ : โดย ... ธานี กุลแพทย์
ด้วยการให้ทุนสนับสนุนวิจัยการเกษตรเชิงพาณิชย์ ร้อยละ 60 เป็นหนึ่งในนโยบายการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2555 ของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. โดยการนำของ รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผอ.สำนักฯ จึงเร่งต่อยอดงานวิจัยด้วยนำสื่อมวลชนลงพื้นที่อันดามัน ชม การผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูง และ การเพาะเลี้ยงเห็ดทะเล เชิงพาณิชย์ อาชีพทางเลือกของเกษตรกรในอนาคต
กิจกรรมดังกล่าว คอนเซ็ปต์ "สวก.ร่วมพลิกฟื้น คืนรอยยิ้มสู่อันดามัน" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.พังงา ดูการเพาะขยายพันธุ์ปลากะรัง การเพาะเลี้ยงเห็ดทะเล งานวิจัยที่ สวก.ให้ทุนสนับสนุนกรมประมง เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ มีเชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ รองอธิบดีกรมประมง, ไพบูลย์ บุญลิปตานนท์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่, สุภาพ ไพรพนาพงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยฯพังงา และธวัช ศรีวีระชัย ผอ.ศูนย์วิจัยฯ ภูเก็ต ร่วมให้ความรู้
รศ.ดร.พีรเดช บอกว่า ด้วยปลากะรังเป็นปลาที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้บริโภค อีกทั้งเป็นปลาที่มีราคาสูง ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกปลากะรังดอกดำ ปลากะรังดอกแดง ที่มีราคาไม่สูงนักและแนวโน้มราคาจะลดลงต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากปลากะรังชนิดที่มีมูลค่าสูง คือปลากะรังจุดฟ้า ปลากะรังเสือ ดังนั้นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจึงมีความต้องการลูกพันธุ์ปลากะรังชนิดที่มีมูลค่าสูงไปเลี้ยง
"เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขยายพันธุ์ปลาชนิดนี้แก่เกษตรกร สวก.จึงให้ทุนสนับสนุนกรมประมงเพื่อทำวิจัยโครงการต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์ ให้เป็นต้นแบบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ อันจะต่อยอดเป็นอาชีพแก่เกษตรกรได้" รศ.ดร.พีรเดช แจง และว่า เช่นเดียวกับ "เห็ดทะเล" สัตว์ทะเลที่มีรูปร่างสวยงาม มีสีสันหลากหลาย ประโยชน์ใช้ประดับตู้ปลาเหมือนดอกไม้ทะเล และปะการัง
รศ.ดร.พีรเดช กล่าวว่า ธุรกิจด้านนี้มีความต้องการของตลาดสูง แต่ปัญหาที่ทำให้ไม่แพร่หลายคือ ของประดับตู้ปลาเหล่านี้หลายส่วนเป็นของต้องห้าม เช่นเดียวกับเห็ดทะเล ที่ไม่ให้เก็บมาจากธรรมชาติ ดังนั้น ทางเลือกก็คือการเพาะเลี้ยงขึ้นมา ซึ่ง สวก.ให้ทุนวิจัยเชิงพาณิชย์ด้วย มีสถานีวิจัยประมงศรีราชา ม.เกษตรศาสตร์ จ.ชลบุรี เป็นแม่ข่าย และต่อยอดถึงศูนย์วิจัยฯพังงา
"ตอนนี้นักวิจัยขยายพันธุ์เห็ดทะเลได้สำเร็จ และได้ถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรที่สนใจแล้ว ขั้นตอนไม่มีอะไรยาก เพราะเห็ดทะเลเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์โดยไม่ต้องอาศัยเพศ และงอกอวัยวะใหม่ขึ้นทดแทนของเดิมที่ขาดหายไปเหมือนปลาดาว จิ้งจก ดังนั้น วิธีการที่นักวิจัยเลือกใช้ก็คือ การตัดแบ่งตัวเห็ดทะเลออกเป็นชิ้น แล้วนำไปเพาะพันธุ์ต่อ"
ด้าน เชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลากะรังเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีราคาสูง มีตลาดทั้งในและต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จึงควรนำองค์ความรู้เดิมในการเพาะเลี้ยงปลากะรังดอกแดงมาพัฒนาเทคนิคการเพาะและอนุบาลให้มีมูลค่าสูงขึ้น จึงเป็นที่มาของการรับสนับสนุนทุนวิจัยจาก สวก.ดำเนินโครงการผลิตพันธุ์ปลากะรังฯ เชิงพาณิชย์ ใน 3 ชนิด คือ ปลากะรังจุดฟ้า กก.ละ 800-1,200 บาท, ปลากะรังเสือ กก.ละ 350-450 บาท และปลากะรังทอง กก.ละ 500-600 บาท
"การศึกษาวิจัยมุ่งปรับปรุง พัฒนาเทคนิควิธีเดิมเพื่อให้ได้ลูกปลากะรังที่มีอัตรารอดตายสูงขึ้น และจำหน่ายลูกปลากะรังที่ผลิตได้ตลอดระยะเวลาของโครงการ 5 ปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553-สิงหาคม 2558 ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2 กรมประมงมีรายได้แล้วจากการจำหน่ายลูกปลากะรังทั้ง 3 ชนิด 3.7 ล้านบาท" รองอธิบดีกรมประมงแจง พร้อมยอมรับว่า ถึงขณะนี้การผลิตลูกปลากะรังทั้ง 3 ชนิดก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ทำมาหากิน : ผลิต 'ปลากะรัง-เห็ดทะเล' ต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ : โดย ... ธานี กุลแพทย์)
----------



