ไลฟ์สไตล์

ศธ.หวั่น!ผลประเมินนร.นานาชาติดิ่งลง

ศธ.หวั่น!ผลประเมินนร.นานาชาติดิ่งลง

03 เม.ย. 2555

สพฐ.เตรียมประเมินผลนร.นานาชาติ ครั้งที่ 5 เก็บข้อมูล ส.ค.นี้ หวั่นหากคะแนนยังดำดิ่งหรืออยู่ที่เดิมอาจกระทบต่อฐานะประเทศในเวทีโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

          นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเปิดประชุมชี้แจงผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA ของประเทศไทย โดยมีนายปรีชาญ ศรีเดช รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) นายธงชัย ชิวปรีชา ที่ปรึกษาสสวท. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ศึกษานิเทศก์ และผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมประมาณ 800 คน ว่า ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งในกลุ่มอาเซียนมีประเทศที่เข้าร่วม 3 ประเทศคือ ไทย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดย มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ตรวจสอบว่าเยาวชนที่จบการศึกษาภาคบังคับ หรืออายุ 15 ปี ของประเทศต่างๆ มีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

          “ผลประเมินครั้งที่ 4 เมื่อปี 2552 พบว่า นักเรียนไทยมีผลประเมินค่อนข้างต่ำ คะแนนไทยสูงกว่าอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว และต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างมาก ขณะที่ค่าเฉลี่ยของนักเรียนไทยก็ต่ำกว่านานาชาติ และมีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง การประเมินในครั้งที่ 5 นั้น PISAจะเริ่มเก็บข้อมูลในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีประเทศที่เข้าร่วมอีกสองประเทศคือ เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งหากผลการประเมินของไทยยังอยู่เท่าเดิม ไม่พัฒนาขึ้น ต่างประเทศก็จะมองประเทศไทยไม่ดี"

          ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีผลคะแนน PISA ต่ำนั้น มีผลกระทบต่อการประเมินศักยภาพและการลงทุนทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะคะแนนจะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกที่มีการนำผล PISA ไปใช้ในการจัดลำดับการแข่งขันของประเทศ และใช้เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณาความน่าลงทุนด้วย และผลการประเมินที่ผ่านมา สะท้อนว่าคุณภาพหรือศักยภาพของคนไทยยังต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับนานาชาติ  

          กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงเห็นความสำคัญ และส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการคิดและแก้ปัญหาให้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาครูให้เข้าใจแนวข้อสอบของ PISA และสามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการวัดผลประเมินผลได้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ว่าภายในปี 2561 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์(ผลทดสอบPISA) ต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติ

          นายธงชัย กล่าวว่า โรงเรียนก็จะต้องปรับตัว และถ้าข้อสอบเปลี่ยน กระบวนการเรียนการสอนของครูก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย คาดว่าจะใช้เวลาผลักดันเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน โดยเร่งพัฒนาวิทยากรแกนนำประมาณ 2,000 คน เพื่อนำไปใช้อบรมครูทั่วประเทศ ภายในเวลา 2 ปี

 

 

----------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

----------