
คิดเองทำเอง:เร่งต่อยอด'ข้าวโพดตักหงาย'
คอลัมน์ คิดเองทำเอง : เร่งต่อยอด 'ข้าวโพดตักหงาย' ... สายพันธุ์ดั้งเดิม-ตลาดต้องการ
จากที่ “ข้าวโพดตักหงาย” พืชท้องถิ่นของเมืองเลย นับวันใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่หันไปปลูกข้าวโพดพันธุ์การค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้สายพันธุ์ข้าวโพดเกิดการปนเปื้อนและกลายพันธุ์ เป็นเหตุผลให้กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย ได้ดำเนิน “โครงการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดตักหงายสายพันธุ์แท้” เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
จิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า ข้าวโพดตักหงาย เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองของ จ.เลย เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่สูงโดยเฉพาะ อ.ภูเรือ อ.ด่านซ้าย และอ.นาแห้ว บางส่วนปลูกใน อ.ท่าลี่ และอ.เมือง รวมกว่า 2,000 ไร่ ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เมล็ดสีม่วง กลิ่นหอม เหนียวนุ่ม เคี้ยวไม่ติดฟัน จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ปัจจุบันถูกปนเปื้อนสายพันธุ์และกลายพันธุ์ เพราะผสมข้ามกับพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวโพดเทียนพันธุ์อื่นๆ ประกอบกับเกษตรกรได้เก็บพันธุ์ไว้ปลูกเองโดยไม่มีการคัดเลือกพันธุ์ ทำให้ลักษณะเด่นเปลี่ยนไป เช่น เมล็ดเปลี่ยนเป็นสีขาวและแข็งขึ้น รสชาติ ความหอม ไม่เหมือนเดิม ปริมาณผลผลิตและคุณภาพการรับประทานลดลง
"ข้าวโพดตักหงายที่เกษตรกรปลูกขณะนี้ จึงไม่ใช่สายพันธุ์แท้ ศูนย์วิจัยพัฒนาการเกษตรเลย จึงได้ทำโครงการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดตักหงายสายพันธุ์แท้และให้ผลผลิตสูงขึ้น เพื่อให้ได้สายพันธุ์แท้ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวโพดพืชท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไปด้วย" อธิบดีจิรากร แจง
พร้อมระบุว่า เบื้องต้นได้รวบรวมพันธุ์ข้าวโพดตักหงายพันธุ์พื้นเมืองจากแปลงเกษตรกรหลายพื้นที่ พร้อมคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ปัจจุบันอยู่ระหว่างปลูกทดสอบพันธุ์ชั่วรุ่นที่ 6 มีเป้าหมายปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ดั้งเดิมมากที่สุด หรือได้สายพันธุ์แท้ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์หลัก คาดจะได้เทคโนโลยีในการปลูกข้าวโพดตักหงายเพื่อการค้าด้วย
ด้าน สุขุม ขวัญยืน ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย จ.เลย กล่าวเสริมว่า การปลูกข้าวโพดตักหงายควรไถเตรียมดินด้วยผาล 3 ตากดินทิ้ง 7 วัน แล้วไถพรวนด้วยผาล 7 ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารกันเชื้อรา Apron ระยะปลูก 75x50 เซนติเมตร จำนวน 3 ต้นต่อหลุม หรือราว 12,800 ต้นต่อไร่ หรือระยะ 75x50 เซนติเมตร จำนวน 2 ต้นต่อหลุม ประมาณ 8,533 ต้นต่อไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง โดยครั้งแรกใส่ตอนปลูก ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อข้าวโพดอายุ 3-4 สัปดาห์หลังปลูก และครั้งที่ 3 ใส่ช่วงออกดอก
ข้าวโพดตักหงายมีอายุออกดอก 52-90 วัน โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่อเมล็ดข้าวโพดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง 20% หรือหลังออกดอกตัวเมียได้ 20 วัน จะได้ผผลิต 2-6 ฝักต่อต้น ราคาจำหน่ายหน้าสวน 7-10 บาท/20 ฝัก เกษตรกรจะมีรายได้ 2-4 หมื่นบาทต่อไร่ เมื่อเทียบกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้วรายได้จากการขายข้าวโพดตักหงายจะสูงกว่า และจำหน่ายผลผลิตได้ง่ายกว่าด้วย
“ขณะนี้เกษตรกรมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ในปริมาณมาก แต่ยังขาดแหล่งผลิตและจำหน่ายที่แน่นอน ทั้งยังไม่มีพันธุ์แท้การที่กรมได้คัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ นอกจากช่วยอนุรักษ์พันธุ์พืชดั้งเดิมให้คงอยู่แล้ว ยังเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรในการใช้พืชพันธุ์ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อสร้างรายได้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนด้วย” นายสุขุมกล่าว
หากสนใจข้อมูล “ข้าวโพดตักหงาย” สอบถามรายละเอียดได้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย โทร.0-4280-4409, 0-4280-4357 ในวันเวลาราชการ
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ คิดเองทำเอง : เร่งต่อยอด 'ข้าวโพดตักหงาย' ... สายพันธุ์ดั้งเดิม-ตลาดต้องการ)
----------



