
เอกอัครราชูปถัมภก'มรดกวัฒนธรรมไทย'
วัฒนธรรม : เอกอัครราชูปถัมภก 'มรดกวัฒนธรรมไทย' : โดย ... ศาตนันท์ จันทรวิบูลย์ - กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สำนักนวัตกรรมทางวัฒนธรรม)
เมื่อถึงวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ประชาชนชาวไทยทั่วผืนแผ่นดินนี้ล้วนปลื้มปีติ ด้วยเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระผู้มีพระราชจริยวัตรอันงดงาม ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้เป็นพลังของแผ่นดิน พระผู้ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงพสกนิกรชาวไทย
ในขณะที่กระแสความนิยมของวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมจากประเทศเกาหลีใต้ กำลังครอบงำมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภค และการแสดงออกของเด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย การร้องรำทำเพลง การบริโภคอาหาร เพลงสไตล์เคป๊อป ภาพยนตร์ เกมคอมพิวเตอร์ และอีกมากมายที่พบเห็นได้จนเป็นเรื่องปกติ แต่ที่เป็นเรื่องไม่ปกติและสร้างความหนักใจให้แก่ผู้ที่รักและหวงแหนมรดกภูมิปัญญาของชาติ เพราะเด็ก เยาวชน คนรุ่นปัจจุบัน เติบโตขึ้นท่ามกลางวัฒนธรรมของต่างชาติ ทำให้ห่างเหิน และละเลยต่อภูมิปัญญาและรากเหง้าของตนเอง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ขาดความรัก ความเอาใจใส่ในวิถีชีวิต ในศิลปวัฒนธรรม ที่แสดงออกถึงความเป็นชาติไทย
ถึงแม้กระแสของวัฒนธรรมต่างชาติจะร้อนแรงเพียงใด ประเทศไทยก็ยังไม่สิ้นหวังในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษให้คงอยู่ได้ เมื่อมีพระผู้เป็นดวงแก้วเป็นดวงประทีปส่องแสงสว่างให้แก่ศิลปวัฒนธรรมของไทย ดังคำกล่าวของอาจารย์เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ที่ว่า “ดนตรีไทยไม่สิ้นแล้ว เพราะพระทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่”
จากอดีตถึงปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ทรงเป็นแม่แบบให้พสกนิกรของพระองค์ได้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ ด้วยการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ทั้งการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและภาพถ่าย แล้วนำมาจัดทำเป็นหนังสือ เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สามารถใช้อ้างอิง ให้ความรู้แก่พสกนิกรของพระองค์ ซึ่งเป็นภาพที่เราคนไทยหรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติพบเห็นอยู่เสมอๆ ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทั้งในและต่างประเทศ
พระราชกรณียกิจด้านหนึ่งที่พระองค์ไม่เคยละทิ้ง คือ งานด้านอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ทรงเป็นผู้นำกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยหันมาใส่ใจและเห็นคุณค่า รวมถึงเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในสาขาต่างๆ มรดกที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นชาติที่มีอารยธรรมเป็นของตนเอง ให้มีการสืบทอดและรักษาไว้ให้คงอยู่ไปถึงชนรุ่นต่อไป
ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนของการเป็นผู้นำในการอนุรักษ์มรดกไทย เช่น งานด้านนาฏศิลป์ และดนตรีไทย ทรงร่วมแสดงและทรงดนตรีไทยในโอกาสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทรงมีความรู้เรื่องเพลงไทย และทรงดนตรีไทยอย่างเชี่ยวชาญ สนพระราชหฤทัยในเครื่องดนตรีไทยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จากการทรงศึกษาระนาดเอกอย่างจริงจังกับครูสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ครูดนตรีไทยอาวุโส ทรงฝึกหัดอย่างถูกแบบแผน ตามแบบอย่างโบราณ และทรงฝึกระนาดในแบบต่างๆ อย่างชำนาญ จนเมื่อปี พ.ศ.2529 ได้ทรงระนาดเอกให้สาธารณชนได้ชมเป็นครั้งแรกในเพลงนกขมิ้น (เถา) ร่วมกับครูอาวุโสของวงการดนตรีไทยหลายท่าน
ในงานดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 17 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ในวันเปิดงานดนตรีไทยครั้งนั้น ได้ทรงระนาดเอกนำวงดนตรีของสถาบันต่างๆ โดยบรรเลงเพลงชื่นชุมนุมกลุ่มดนตรี ที่ทรงพระราชนิพนธ์คำร้อง มี อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง ต่อมาจึงใช้เพลงนี้เป็นเพลงประจำ และเป็นเพลงสัญลักษณ์ของงานดนตรีไทยอุดมศึกษา นอกจากจะทรงเป็นผู้นำในการแสดงดนตรีไทยแล้ว ยังทรงมีคุณูปการต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปะและวัฒนธรรมของไทย ในปี พ.ศ.2528 รัฐบาลสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติประกาศให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทรงเป็นเอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมของไทย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยในสาขาต่างๆ เช่น นาฏศิลป์ ดนตรีไทย ภาษาไทย วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ งานช่างไทย และงานด้านอื่นที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาของไทย และเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของตนเอง ร่วมกันธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยให้ดำรงคงอยู่
จากพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปวัฒนธรรมของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการถวายพระสมัญญา ว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ถวายพระสมัญญา “วิศิษฏศิลปิน” ซึ่งมีความหมายว่า มีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในศิลปะหลายสาขา ทรงเป็นปราชญ์ที่มีความรอบรู้ด้านวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
วันอนุรักษ์มรดกไทย จึงสมควรเป็นวันที่พสกนิกรชาวไทย ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ควรเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และปกป้องรักษาวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนร่วมกันรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้สืบทอด และปลูกฝังค่านิยมที่งดงามของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เด็กและเยาวชน คนรุ่นปัจจุบันให้หันมาใส่ใจและมีส่วนร่วมกันเป็นพลังในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้ยั่งยืนตลอดไป
----------
(หมายเหตุ : วัฒนธรรม : เอกอัครราชูปถัมภก 'มรดกวัฒนธรรมไทย' : โดย ... ศาตนันท์ จันทรวิบูลย์ - กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สำนักนวัตกรรมทางวัฒนธรรม)
----------



