ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:เพลงแม่รุ่ง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:เพลงแม่รุ่ง

01 เม.ย. 2555

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลงแม่รุ่ง : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

                     ก่อนอื่นขอแก้ไขความผิดพลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว E-mail ของ “แม่รุ่ง” ที่ถูกต้องคือ [email protected] <mailto:[email protected]> ตามด้วยถ้อยคำของแม่รุ่งครับ

                     สิ่งรอบๆ ตัวนั้นล้วนเอื้อต่อการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกนกับลูก...เชื่อว่าทุกกิจกรรม ที่พ่อ หรือแม่ทำร่วมกับลูกนั้นเป็นสิ่งมีค่าที่สุดทั้งอ่านหนังสือ เล่านิทาน ร้องเพลง วาดรูป และอื่นๆ อีกมากมาย ขอเพียงแต่เราผู้เป็นพ่อ หรือแม่ ต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราสามารถทำได้ แม้ไม่ดีที่สุด...แต่เราพร้อมที่จะเรียนรู้ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กับลูกได้เสมอ.. พ่อแม่คือผู้แสดงโลก โลกที่ลูกเรียนรู้ย่อมต้องมีต้นแบบจากเรา พ่อแม่ต้องใช้ความมีสติในการอบรมเลี้ยงดู...เท่ากับเราได้ฝึกตนเองไปด้วยทุกวัน..กิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกับลูกตลอด 7 ปี จึงทำให้แม่ยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อเห็น เมล็ดน้อยๆ ค่อยๆ เติบโต...เมื่อบทเพลงได้เข้ามาเป็นสื่อความรักอีกทางหนึ่งของเรา ยิ่งทำให้เชื่อในความรักจากหัวใจ เสียงเต้นของหัวใจแม่ที่ลูกได้ยินตลอด 9 เดือน น่าจะเป็นเพลงรกของแม่ที่มีให้ลูก เป็นบทเพลงแรกในชีวิตของลูกทุกๆ คน...หากพ่อแม่เพียงแต่ลองกลับมาแต่งบทเพลงรกจากใจให้ลูกต่อจากวันนั้น... จะไพเราะหรือไม่..คงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่หากเราใช้ใจฟัง..เพลงรักนี้จะงดงาม และอยู่ในใจของเราและลูกตลอดไป...แม่รุ่งทำได้ ใครก็ทำได้.. อยากเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกๆ คน...แม้เวลาน้อยนิด เราก็สามารถใช้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กับลูกได้เสมอ...คิดแล้ว ลงมือทำ เรียนรู้ลองผิดถูก... เมื่อเราหันมองกลับไป...เรากำลังแสดงโลกให้ลูกของเราเห็น และเรียนรู้ไปแล้วจริงๆ ค่ะ... เพลงเด็กมีมนตร์วิเศษ แบ่งปนความรักถึงกันได้..มีความสุขกับเสียงเพลงไปด้วยกันนะคะ..ขอบคุณค่ะ/// แม่รุ่ง

                     ผมอยากให้พ่อแม่อีกหลายๆ คนสนใจ “เพลงเด็ก” ในแง่ที่ว่า เพลงก็เป็นเสมือน “อาหาร” ของลูกนั่นแหละครับ ล่าสุดผมได้รับการติดต่อจากโครงการหนึ่งรณรงค์ให้เด็กไทยไม่กินหวาน ให้แต่งเพลง “เด็กไทยไกลหวาน” เพลงแบบนี้เป็นเพลงที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่ไม่ว่าเพลงแบบไหนก็ควรต้อง “มีเป้าหมาย” ไม่ใช่หรือ

                     พ่อแม่ควรเลือกเพลงให้ลูกฟัง เช่นเดียวกับที่เลือกอาหารให้ลูกกินใช่ไหมครับ การฟังก็คือการ “นำเข้า” เช่นการกิน มอง มอง (ดู) การดม การสัมผัส ทุกประตู อายาตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

                     การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษจะเป็นพื้นฐานสุขภาพที่ดีของลูก ส่งผลต่อชีวิตของเขาในระยะยาวตลอดไป พ่อแม่สู้อุตส่าห์ ประคบประหงม ดูแลด้วยรัก และห่วงใย ต่อสู้กับศัตรูของลูกที่รายล้อมอยู่รอบตัว แค่เรื่องกินนี้ก็หนักหนาสาหัสแล้ว อาหารชั้นเลวโอบล้อมอยู่รอบรั้วบ้าน รั้วโรงเรียน พ่อค้า แม่ขายไม่ว่าระดับไหน ก็ล้วนแต่จ้องทำกำไรสูงสุดกันทั้งนั้น ลูกๆ หลานๆ เด็กๆ ของผมรอบๆตัวนี่ มีหลายคน เป็น “โรคอ้วน” บางคนเป็น “เบาหวาน” ตั้งแต่เด็ก (3 ขวบ) บางคนเป็นโรคไตแล้ว เด็กรุ่นหลังผมนี่เป็นมะเร็งกันเมื่ออายุ 30 ต้นๆ ก็หลายคน

                     “การฟัง” ก็ควรต้องเลือกฟัง พิถีพิถันสักหน่อย ก่อนจะหาอะไร “กรอกหู” เด็กๆ ควรต้องให้มี “สารอาหาร” บ้างอย่าคิดว่าการฟังจะไม่มีโทษนะครับ ผมคิดว่าที่บ้านในรถ ควรจะมีเพลงเด็กสำหรับเด็กๆ ให้เขาฟัง ส่วนเพลง “ตลาด” นั้น ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ไปไหน ก็ได้ยิน เดินตามถนนก็ได้ยิน เข้าห้างก็ได้ยิน เข้าร้านอาหารก็ได้ยิน ขึ้นรถทัวร์ยังได้ยิน ไปวัดก็ได้ยิน อยู่โรงเรียน ก็ยังได้ ผมรู้สึกแย่จังที่ได้ยิน ครูเปิดเพลงประเภท “ชิงรักหักสวาท” เพลง “แย่งแฟน” ให้เด็กๆเต้นออกกำลังกายตอนเช้าหน้าเสาธง..เฮ้อ

                     นั่นอาจจะเป็นเพราะ ประเทศชาติของเรามีเพลงเด็กน้อยเกินไป ผู้ใหญ่ไม่เห็นความสำคัญ ไม่เห็นคุณไม่เห็นโทษ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง

                     ขอฝากถ้อยคำของ “แม่รุ่ง” ของลูกบัว แม่คนหนึ่งที่ใส่ใจ “อาหารทางหู” ผมเชื่อว่ามีพ่อแม่อีกหลายคนที่ตระหนักถึงปัญหานี้ เพลงและดนตรี เป็นเรื่องสุนทรียภาพ สุนทรียภาพเป็นเรื่องของความดี ความงาม เพลงไม่ใช่ยากล่อมประสาท

                     ติดต่อแม่รุ่งเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปมาหาสู่ทางนามธรรมกันได้ที่ อีเมล์ข้างบน และ facebook : เมล็ดน้อยนักเดินทาง ครับ

-----------------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลงแม่รุ่ง : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)