ไลฟ์สไตล์

วิธีลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือ

วิธีลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือ

01 เม.ย. 2555

วิธีลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือ วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยประหยัดเงินค่าใช้บริการ

               การใช้โทรศัพท์มือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ต้องปวดหัวกับค่าใช้จ่ายในใบเรียกเก็บเงินนั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงมีสติในการใช้ ควบคุมตัวเอง วางแผนการใช้งาน  รู้เท่าทันผู้ให้บริการเครือข่ายและคุณสมบัติของโทรศัพท์ที่เราใช้อยู่เท่านั้นเอง

               วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยประหยัดเงินค่าใช้บริการ (หลังจากที่ซื้อสมาร์ทโฟนราคาเป็นหมื่นมาใช้แล้ว) นั้น เริ่มต้นจากการวางแผนกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายสำหรับค่าโทรศัพท์มือถือ โดยพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน เช่นระยะเวลาในการคุยโทรศัพท์ จำนวนเพื่อนที่จะส่งข้อความต่อเดือน ทั้ง เอสเอ็มเอส และเอ็มเอ็มเอส (ข้อความพร้อมรูปภาพหรือคลิปวิดีโอ ที่จะมีค่าบริการส่งข้อมูลเพิ่มเติม) เพื่อเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานให้ได้มากที่สุด และต้องจำให้ได้ว่าเมื่อใดที่โปรโมชั่นจะหมดอายุ เพื่อหาโปรโมชั่นใหม่ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งในกรณีนี้ในสหรัฐอเมริกา ที่ตลาดโทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันกันสูงลูกค้าจะมีโอกาสต่อรองโปรโมชั่นค่าบริการจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ และหากไม่พอใจในบริการก็สามารถเปลี่ยนค่ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นในทันที

              เมื่อได้โปรโมชั่นค่าโทรศัพท์ที่ถูกใจแล้ว ก็ต้องควบคุมการใช้งานให้อยู่ในขอบเขต วางแผนการโทรศัพท์ไปหาเพื่อนฝูง หรือผู้ติดต่อที่ต้องการ มีการเตรียมข้อมูลที่จะพูดไว้ล่วงหน้า ไม่เยิ่นเย้อ และหากใช้โปรโมชั่นที่เปิดให้โทรฟรีในช่วงเวลาหนึ่งๆ ก็นัดแนะกับเพื่อนหรือคนสนิทไว้ล่วงหน้าว่าจะโทรไปหาในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อประหยัดเงิน

             แต่ถ้ามีทางเลือกอื่นๆ เช่นใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมกับคอมพิวเตอร์สักตัว ก็อาจจะลงทุนซื้อไมโครโฟนกับกล้องเว็บแคม (สำหรับกรณีของโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่จะมีทั้งไมโครโฟนและเว็บแคมพร้อมอยู่แล้ว)  และดาว์นโหลดโปรแกรมสื่อสารที่ให้บริการติดต่อผ่านเว็บแคม และส่งเสียงได้ฟรีจากอินเทอร์เน็ต เช่น สไกป์ (Slype) วินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ (Windows Live Messenger) มาใช้แทนการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือจะหิ้วโน้ตบุ๊กเข้าไปในร้านกาแฟที่มีไวไฟฟรีให้บริการ แล้วใช้โปรแกรมสไกป์คุยไปจิบกาแฟไป แทนการใช้โทรศัพท์มือถือก็เข้าท่านะครับ

             ปัญหาอีกประการหนึ่งของผู้ใช้สมาร์ทโฟนก็คือแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่หลายตัวต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา เพื่อเรียกข้อมูล หรือประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และอีกหลายตัวจะขอให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อมีการใช้งาน ส่วนหนึ่งก็เพื่อดึงแบนเนอร์โฆษณามาปรากฏบนหน้าจอ (ส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมแอพพลิเคชั่นฟรี) หรือแอพพลิเคชั่นบางตัวที่ยั่วยวนใจด้วยคุณสมบัติที่แพรวพราวชวนให้เสียเงินซื้อ

             ทางออกของปัญหานี้ก็คือการเลือกใช้แอพพลิเคชั่นที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และทำความรู้จักกับแอพพลิเคชั่นทั้งข้อดี และข้อเสีย โดยอ่านคำวิจารณ์ของผู้ใช้เสียก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ หรือดาวน์โหลดมาติดตั้ง สำหรับแอพพลิเคชั่นที่มีราคาแพงๆ เรายังมีทางเลือกที่ดีกว่าคือการค้นหาแอพพลิเคชั่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันแต่มีราคาถูก หรือแจกฟรี

             และอย่าลืมว่าเศษ 9 บาท น่ะมีค่าเกือบ 10 บาทนะครับ เจ้าของแอพพลิเคชั่นหรือผู้กำหนดราคาโปรโมชั่นมักจะล่อลวงด้วยการลงท้ายด้วยเลข 9 หรือ 99 ทำให้ผู้ใช้เชื่อว่าแอพพลิเคชั่นตัวนั้น หรือโปรโมชั่นนั้นๆ มีราคาถูก ทั้งที่จริงนั้นแค่เติมเงินอีกบาทเดียว ก็ทำให้มูลค่า (ทางจิตวิทยา) เปลี่ยนไปเยอะมาก