
โรงเรียนนี้อุทิศแด่'สตีฟ จ็อบส์'
คอลัมน์อินโนเทค : โรงเรียนนี้อุทิศแด่ 'สตีฟ จ็อบส์' โดย...คนชอบเล่า
ยังลุ้นระทึกกันอยู่ว่าเด็กไทยที่จะเข้าเรียนชั้น ป.1 ปีการศึกษา 2555 นี้ จะมีโอกาสได้ “แท็บเล็ต” เป็นของขวัญรับวันเปิดเทอมแรกในเดือนพฤษภาคมนี้ จากรัฐบาลชุดยิ่งลักษณ์ 1 ทันหรือไม่ เพราะแม้ ครม. จะเคาะโต๊ะประชุมตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่เพิ่งผ่านมา คัดเลือกบริษัท SCOPE Scientific Development Co., Ltd ซึ่งมีฐานใหญ่อยู่ที่เสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นผู้ผลิตลอตแรก 9 แสนเครื่อง แต่ก็ยังไร้ข่าวคราวความคืบหน้าเพิ่มเติมใดๆ ตามมา
ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมด้านการจัดอบรมบุคลากรครูผู้สอน, การแปลงเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นรูปแบบดิจิตอลเพื่อให้เด็กเรียนจากหน้าจอแท็บเล็ตได้ (หรือเรียกเป็นภาษาไอทีว่า “แอพพลิเคชั่น”) เป็นต้น นอกจากนี้ เมื่อแอบเข้าไปดูเว็บไซต์ของบริษัทสโคป (SCOPE) ก็ไม่เห็นแม้แต่ข่าวประชาสัมพันธ์ถึงการคว้าโปรเจกท์ใหญ่ขนาดนี้จากรัฐบาลไทย ดังนั้น ย่อมแน่นอนว่าไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ในเว็บไซต์ของม้ามืดรายนี้ด้วย
...ระหว่างที่ “ร่วมลุ้น” ไปกับ (ว่าที่) เด็ก ป.1 ของบ้านเรา ก็ไปอ่านเจอข่าวจาก นสพ. ดัทช์ เดลี่ นิวส์ (Dutch Daily News) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนแห่งกังหันลมว่า มีการรวมพลังกันระหว่างนักการศึกษา และนักการเมืองหลายคน ร่วมกันร่างแผนการศึกษาสำหรับโลกยุคใหม่ที่เรียกว่า Education for a New Era (Onderwijs voor een Nieuwe Tijd http://www.o4nt.nl) โดยเตรียมนำเสนอต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า
ตามแผนโครงการดังกล่าว จะมีการจัดตั้งโรงเรียนนำร่อง 3-5 แห่ง ที่ใช้ไอแพดเป็นสื่อการเรียนการสอน โดยอาจเรียกว่า “โรงเรียนสตีฟ จ็อบส์” ถือเป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ของสตีฟ จ็อบส์ ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าไอทียอดนิยมตัวนี้ เป้าประสงค์ของโรงเรียนแห่งโลกยุคใหม่นี้ ก็คือ ช่วยนักเรียนในการเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และทลายข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอนในห้องเรียน
แน่นอนว่า ข้อเสนอนี้ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอีกหลายชั้น แต่บรรดาผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เตรียมพร้อมไว้แล้วว่า ช่วงเวลาที่รอนั้นจะใช้ไปกับการทดสอบแอพพลิเคชั่นด้านการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมไปกับสนับสนุนให้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อรองรับการเปิด“โรงเรียนสตีฟ จ็อบส์” ในเดือนสิงหาคม 2556 รวมทั้งมองข้ามช็อตไปถึงการเปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับโรงเรียนอื่นๆ ด้วย และถือเป็นส่วนหนึ่งของย่างก้าวแห่งการเข้าสู่ยุคดิจิตอล
ทั้งนี้ ถ้ายังจำกันได้ เมื่อครั้งที่บริษัทแอปเปิล ผู้ผลิตไอแพด ได้เปิดตัวหนังสือเรียนดิจิตอล (Digital Textbook) ก็ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรกับยักษ์ใหญ่วงการสำนักพิมพ์หนังสือเรียนรายหลักๆ ของโลกไว้เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ McGraw-Hill, Pearson, Houghton Mifflin Harcourt ดังนั้นจึงย่อมไม่ยากที่จะต่อยอดมาสู่เวอร์ชั่นหนังสือเรียนบนไอแพด (แต่แน่นอนว่า หลักๆ คงต้องเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ)
นี่คือตัวอย่าง “ประชานิยมภาคการศึกษา” ที่มีการทำการบ้านมาอย่างดี มีการวางแผนล่วงหน้าเป็นปี เพื่อให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านหลักสูตรหรือแอพพลิเคชั่นที่จะใช้ในการเรียนการสอน, ความพร้อมของบุคลากรผู้สอน และพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะเตรียมพร้อมสร้างการเรียนรู้ให้เด็กๆ ก่อนเข้ามาเจอประสบการณ์ใช้งานสื่อไฮเทคในโรงเรียน...ช่างแตกต่างเหลือเกินกับ “ประชานิยมแบบไทยๆ” ที่เน้นแต่การเหวี่ยง หว่าน โยน ขว้าง โดยไม่สนใจว่าจะสามารถผลิดอกออกผลมาสู่ “ความยั่งยืน” หรือไม่
.........................
(คอลัมน์อินโนเทค : โรงเรียนนี้อุทิศแด่ 'สตีฟ จ็อบส์' โดย...คนชอบเล่า)



