ไลฟ์สไตล์

เมียงม่านเมียนมาร์3:ซากอิฐนั้นที่ฉันฝันถึง

เมียงม่านเมียนมาร์3:ซากอิฐนั้นที่ฉันฝันถึง

01 เม.ย. 2555

เมียงม่าน...เมียนมาร์ : ตอนที่ 3- ซากอิฐนั้นที่ฉันฝันถึง โดย...เรื่อง : ยุวดี วัชรางกูร ภาพ : เอิบเปรม วัชรางกูร

           เมี้ยต เต...คนขับแท็กซี่ที่ปะหน้ากันแถวๆ ตลาดบกจ๊อกอองซาน(ตลาดสก็อต) พาฉันกับนักโบราณคดีส่วนตัว ไปเที่ยวชมเมืองสิเรียม ตามที่ฉันร้องขอ หลังจากที่เขาพาไปเจดีย์สำคัญในย่างกุ้งจนทั่วแล้ว

          เราทั้งคู่ประทับใจในอัธยาศัย การให้บริการ และความรอบรู้ในถิ่นที่ของเขา แถมพาหนะของเมี้ยตก็นับว่าสภาพดีที่สุดในบรรดาแท็กซี่ต่างๆ ที่ฉันเคยใช้บริการมา...ถึงจะไม่ติดแอร์เหมือนๆ กันกับทุกคัน แต่อย่างน้อยทิ้งตัวลงนั่งแล้วเบาะไม่ยวบลงไปสัมผัสพื้นรถก็แล้วกัน

          พวกเราห่างพ้นชานเมืองย่างกุ้งมามากแล้ว เมื่อเมี้ยตบึ่งรถข้ามสะพานตันหลิ่น (Than Lyin) สะพานข้ามแม่น้ำเอยาวดีหรืออิรวดีที่แผ่พลิ้วลิบๆ อยู่เบื้องล่าง ระหว่างทางฉันเห็นเมี้ยตควักเงินจ่ายค่าด่านผ่านทางเป็นระยะๆ คราวละ 200 จ๊าดบ้าง 500 จ๊าดบ้าง เขาคงคิดรวมในราคาเหมาไปแล้วเลยไม่เรียกเก็บเพิ่ม

          “เข้าเขตเมืองสิเรียมแล้วครับ” เมี้ยตว่าพลางยิ้มกว้างเห็นคราบหมากแดงเป็นปื้น...ส่วนฉันให้เสียงภาษาไทย

          “ผมจะพาพวกคุณไปดูโบสถ์ฝรั่ง เก่าแก่มากเลยนะ อยากไปมั้ยครับ หรือจะไปไหว้พระเจดีย์กลางน้ำกันเลย” เมี้ยตส่งเสียงถามจากเบาะหน้า คงคิดว่าเราเน้นไหว้พระเหมือนคนอื่นๆ

          โดนเลย...เพราะฉันตั้งใจมาตามหาสถานที่นี้โดยเฉพาะทีเดียว เมี้ยตเบี่ยงรถออกนอกเส้นทางหลัก ขับขึ้นเนินเขาข้างทางและไต่วนเพียงครู่ พวกเราก็ตกอยู่ในวงล้อมของละเมาะไม้รกร้าง ข้างหน้าคือซากอาคารที่เหลือเพียงอิฐเรียงตัว มีป้ายปักด้านหน้าเป็นภาษาพม่า เมี้ยตแปลให้ว่า ‘Portuguese Church 1915-1945’

         ฉันกับคุณเอิบเปรม วัชรางกูร แยกย้ายสำรวจสถานที่และถ่ายรูปกันเป็นเวลากว่าชั่วโมง จนเมี้ยตซึ่งรออยู่ที่รถชะโงกหน้ามาเตือนว่า เรายังต้องไปต่ออีกไกล

         ฉันถามเขาว่าเคยได้ยินชื่อชาวโปรตุเกสในประวัติเมืองสิเรียมบ้างหรือไม่... "ฟิลิป ดือ บริตู คุณรู้จักชื่อนี้มั้ย”

         เมี้ยตตอบว่าไม่มีใครไม่รู้จักบริตู เขาพูดไปยิ้มไป บริตูเป็นข้าหลวงชาวโปรตุเกสที่ได้รับการแต่งตั้งหรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นผู้เข้าครอบครองเมืองสิเรียมนานถึง 14 ปี เมื่อหลายร้อยปีล่วงมา ก่อนจะถูกสำเร็จโทษในที่สุด เมี้ยตบอกด้วยว่าชาวเมืองสิเรียมเรียกบริตูว่า Nger Sin Kar

         ฉันเองก็เพิ่งรู้ ชาวเมืองสิเรียมถนัดเรียกชื่อเมืองของพวกเขาว่า "ตันหลิ่น" มากกว่า

         ฉันยังเพิ่งถึงบางอ้ออีกหลายเรื่อง หะแรกฉันเข้าใจว่าในตลาดสดกลางเมืองหรือในย่านชุมชนเก่าจะมีตึกสไตล์โคโลเนียลเก๋ๆ ให้เราเห็นเหมือนอย่างที่เมืองมะละแหม่ง แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่มีกลุ่มอาคารลักษณะที่ว่า มีเพียงประปรายตามรายทางจนจัดเป็นกลุ่มก้อนไม่ได้

         บ่ายแก่ๆ วันนั้นพวกเรานั่งเรือข้ามฟากไปนมัสการพระเจดีย์ ‘ไจ่ก์หม่อหว่งเยไล’ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องบนบัลลังก์ทองคำ แล้วก็เที่ยวชมตลาดเย็นริมถนนระหว่างเมือง

        ฉันทำซ่า ขอ(ฟรี)ชิมหมากมวนสำเร็จจากร้านรถเข็นริมทาง มิไยทั้งเจ้าของร้านและคนใกล้ตัวจะเตือนก็ไม่ฟัง

         พอส่งพลูจีบเข้าปาก ยังไม่ถึงหยับที่สาม...ฉันก็คาย

 
(ติดตามตอนต่อไปอาทิตย์หน้าที่...พะโค)

..........................
(เมียงม่าน...เมียนมาร์ : ตอนที่ 3- ซากอิฐนั้นที่ฉันฝันถึง โดย...เรื่อง : ยุวดี วัชรางกูร ภาพ : เอิบเปรม วัชรางกูร)