
การบรรยายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
การบรรยายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์:คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ นะครับกับการบรรยายพิเศษของผมในหัวข้อ “บ้าน+โรงแรม+รีสอร์ท+เอาท์เลท+อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ในราคาสุดประหยัดที่ก่อสร้างในระบบ “อินฟินิตี้สมาร์ทบิลท์” (เพียง 3-4 แสนบาท++) และแนวคิดในการลงทุน “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ที่สามารถสู้กับวิกฤติทางเศรษฐกิจ (ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3-4 ล้านบาท++)” ที่ผมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมีตติ้งรูม 4 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าเข้าร่วมฟังการบรรยายของผมมา ณ โอกาสนี้ ก็น่าภูมิใจนะครับหลายท่านอุตส่าห์เดินทางมาไกลจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ บางท่านถึงขนาดลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบิน เพื่อเดินทางมาฟังการบรรยาย ฟังเสร็จก็บินกลับ และต้องขอโทษสำหรับหลายท่านที่อุตส่าห์เดินทางมาแล้วแต่ก็พลาดโอกาสไม่สามารถเข้าฟังการบรรยายได้เพราะที่นั่งเต็ม ก็น่าชื่นใจครับเพราะหากสังคมไทยสามารถพัฒนาตัวเองก้าวสู่ “สังคมแห่งการเรียนรู้” ผมเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนไม่น้อยหน้าชนชาติใดในโลกเลยครับ
ถ้าท่านผู้อ่านติดตามงานเขียนของผม จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ผมมักจะพูดถึง “สตีฟ จ็อบส์” ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลที่ยิ่งใหญ่ รวมทั้งคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่เกิดการปฏิวัติทั้งระบบคือ “ไอโฟน” นี่ยังไม่นับรวม “ไอแพด” และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “นวัตกรรม” ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่เฉพาะในด้านเทคโนโลยี แต่ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการใช้ชีวิตของบรรดาผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ผมเชื่อมากขึ้นทุกทีว่าอีกไม่นานทั้งโลกจะก้าวจากรูปแบบ “วัฒนธรรมที่หลากหลาย” (Multi-Culture) ไปสู่รูปแบบ “วัฒนธรรมเดี่ยว” (Mono-Culture) ภายใต้การขับเคลื่อนของลัทธิ “ทุนนิยม” ที่นำมาซึ่งกระแส “บริโภคนิยม” ซึ่งถูกตั้งชื่อไว้สวยหรูว่าเป็นกระแส “โลกาภิวัตน์” (Globalization) แต่ในบางอารมณ์ผมก็อยากประณามว่าเป็นกระแส “โลกาวิบัติ” เพราะบรรดาสรรพสิ่งที่นำมาพร้อมกับ “พลวัต” ดังกล่าวก็จริงอยู่อาจจะก่อให้เกิด ซึ่ง “คุณอนันต์” แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิด “โทษมหันต์” ไปพร้อมๆ กัน
ด้วยความเป็น “วัฒนธรรมเดี่ยว” นี่แหละครับได้ทำลายความหลากหลายของ “วัฒนธรรมพื้นถิ่น” ผมนึกถึงสุภาษิตจีนที่ว่า “หากศัตรูที่รุกรานเข้ามามีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะเอาชนะได้ก็จงเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับภัยคุกคามนั้นให้ได้” ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ดังนั้น ชาว “คนรักบ้าน” จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับกระแส “โลกาภิวัตน์” หรือกระแส “โลกาวิบัติ” นั้นให้จงได้ และมุ่งมั่นว่าจะไม่ยอมให้ถูกครอบงำเป็นอันขาด ซึ่งในการบรรยายของผมในวันศุกร์ที่ผ่านมานอกจากจะนำเสนอรูปแบบอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานที่ “ประโยชน์สูง ประหยัดสุด” และสามารถปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับโลกที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้ว ผมก็ได้ทำหน้าที่ “สุนัขเฝ้าบ้าน” อีกครั้งเตือนสติบรรดา “คนรักบ้าน” ให้รับรู้รับทราบและเตรียมรับมืออย่างไม่ประมาทกับภัยต่างๆ ที่กำลังจะมา
สาระน่ารู้กับการบรรยายครั้งนี้ซึ่งเป็นการเดี่ยวไมโครโฟนที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กว่า 4 ชั่วโมงเต็มยังมีสาระอีกมากครับ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้ฟัง ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ขอขอบคุณอีกครั้งกับบรรดาแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” กว่า 250 ท่าน ที่เดินทางกันมาไกลจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเข้ามาร่วมฟังการบรรยายของผมอย่างล้นหลามจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ต้องเสริมแล้วเสริมอีกจนล้นห้อง “มีตติ้งรูม 4” (ถึงขนาดบางท่านตีตั๋วยืนก็ยอม)
ก่อนจากกันก็ขอส่งท้ายกันอีกครั้งด้วยอมตวาจาของ “สตีฟ จ็อบส์” ที่ฝากเตือนสติบรรดาชาวโลกที่สับสนวุ่นวายนี้เอาไว้ก่อนละสังขารว่า “Stay Hungry”+“Stay Foolish” ซึ่งแปลเป็นไทยตรงตัวว่า “จงหิวกระหายในความรู้+จงเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วเพื่อจะรองรับความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอโดยไม่เป็นผู้ที่อวดฉลาด” สำหรับแฟนๆ ที่พลาดการบรรยายในครั้งนี้ก็ต้องอดทนรอสักพักใหญ่ๆ แล้วค่อยพบกับผมได้ใหม่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่จะจัดขึ้นในปีหน้าครับ
.............................
(หมายเหตุ การบรรยายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์:คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)



