ไลฟ์สไตล์

จากแบรดฟอร์ด ถึงพัทยา'เมืองแห่งภาพยนตร์'

จากแบรดฟอร์ด ถึงพัทยา'เมืองแห่งภาพยนตร์'

30 มี.ค. 2555

จากแบรดฟอร์ด ถึงพัทยา 'เมืองแห่งภาพยนตร์'ไม่ใช่เรื่องหมูๆ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด

                การเดินทางไปสหราชอาณาจักร(อังกฤษ) เมื่อเร็วๆ นี้ นอกจากจะไปศึกษาดูงานการจัดตั้งสภาศิลปกรรมอังกฤษ (Art Council England) ณ เมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อเป็นแนวทางจัดตั้งสภาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยแล้ว คณะผู้บริหารนำโดย สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม พร้อมคณะ ยังได้เดินทางไปยังเมืองแบรดฟอร์ด (Bradford) เมืองแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก ในฐานะ เมืองแห่งภาพยนตร์

               โดยมีแขกคนสำคัญร่วมศึกษาดูงานอย่างใจจดใจจ่ออย่าง อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และคณะ เนื่องด้วยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มีแผนงานเสนอเมืองพัทยาเป็นเมืองแห่งภาพยนตร์ต่อยูเนสโกในเร็ววันนี้ เมืองแห่งภาพยนตร์ เป็นหนึ่งในประเภทเมืองวัฒนธรรมของเครือข่ายเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Cities Network) ของยูเนสโก ณ ปัจจุบัน มีเมืองที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเมืองภาพยนตร์เพียง 2 แห่ง คือ เมืองแบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเท่านั้น

               ความหนาวเหน็บแตะระดับ 3-4 องศา ไม่ได้ทำให้ผู้มาเยือนอดตื่นเต้นกับสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ที่ City Hall หรือรัฐสภาประจำเมืองแบรดฟอร์ด ตั้งอยู่ระหว่างนอร์โฟล์ก Gardens, Channing Way และจัตุรัส Centenary เป็นอาคารเก่าแก่ บนยอดอาคารประดับด้วยธงชาติและมีหอระฆัง เมื่อเดินเข้าไปในอาคารชั้น 2 เป็นที่ประชุมและที่ทำงานของผู้ปกครองท้องถิ่น

               เมื่อเดินออกไปบริเวณใกล้ๆ เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ National Media Museum แหล่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในการสร้างสรรค์ผลงานด้านสื่อสารมวลชน 7.5 แสนคนต่อปี ที่นี่มีสิ่งของเกี่ยวกับวงการสื่อสารมวลชน ภาพยนตร์มากกว่า 3.5 ล้านชิ้น โดยเฉพาะภาพถ่าย กล้องถ่ายภาพยนตร์แต่ละยุคสมัย ฯลฯ พวกเราได้เห็นเด็กๆ ครูอาจารย์ ประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์อย่างสนุกสนาน

               จากนั้นใช้เวลาเดินไปอีกประมาณ 10-15 นาที คณะได้ไปที่ Bradford Media School สถาบันการศึกษา ที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะด้านโทรทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย การออกแบบเว็บไซต์ เทคโนโลยีและการถ่ายภาพ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของอังกฤษที่ประสบความสำเร็จในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์กับเทคนิคดิจิตอลที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง

              ชาย นครชัย ผอ.สศร. กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ เมืองแบรดฟอร์ด ได้รับการรับรองเป็นเมืองภาพยนตร์โดยยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2552 อีกทั้งยังมีความพร้อมในการเป็นเมืองภาพยนตร์ในด้านต่างๆ อาทิ มีโรงภาพยนตร์ 34 โรง ฉายภาพยนตร์จากทั่วโลก 875 เรื่องต่อสัปดาห์ มีสถาบันการศึกษาสอนด้านภาพยนตร์ 5 สถาบัน รวม 48 หลักสูตร สนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจภาพยนตร์ 72 กิจการ

             มีอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ราว 1,500 กิจการ ถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ราว 30 รายการในช่วงระยะเวลา 5 ปี สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ 291 สถานที่ และการจัดเทศกาลภาพยนตร์ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 16 ปี นอกจากนี้เมืองแบรดฟอร์ดยังมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนาเทคนิคงานภาพยนตร์ การถ่ายทำภาพยนตร์มายาวนาน มีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นรากฐานสำคัญในการเป็นเมืองภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง

              หากมองย้อนมาถึงเมืองพัทยา ผอ.สศร. บอกว่าได้เริ่มทำการศึกษาหลักเกณฑ์ คุณลักษณะโดยละเอียดเพื่อระบุระดับความพร้อมในการผลักดันเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองภาพยนตร์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สำรวจพื้นที่เมืองพัทยาพบว่า ปัจจุบันพัทยามีโรงภาพยนตร์ 35 โรง ในปี 2555 ฉายภาพยนตร์จากทั่วโลก 204 เรื่อง มีสถาบันการศึกษาสอนด้านภาพยนตร์ 2 สถาบัน จัดเทศกาลภาพยนตร์ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 2 ปี

             เมืองพัทยาจะไปถึงฝันหรือไม่ อิทธิพล คุณปลื้ม บอกว่า ส่วนตัวเห็นว่าการเสนอชื่อเมืองพัทยาเป็นเมืองแห่งภาพยนตร์มีความเป็นไปได้สูง เพราะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐโดย วธ. ประกอบกับปัจจุบันเมืองพัทยามีรายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 90 มีการขอสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ต่ำกว่า 300 เรื่องต่อปี เหมาะสมทั้งด้านทัศนียภาพ เดินทางสะดวก ประหยัดงบในการถ่ายทำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชียด้วยกัน

             "ประเทศที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในพัทยามากที่สุด ได้แก่ อินเดีย รองลงมาจีนและไทย ในอนาคตจะมีการประสานกับสถาบันการศึกษา เช่น ม.อาเซียน ชลบุรี และ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ให้เปิดการสอนด้านภาพยนตร์อย่างจริงจัง เสนอให้สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับกองถ่ายต่างชาติ จัดตั้งหอภาพยนตร์และพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ คาดว่าจะมีความพร้อมจัดทำรายละเอียดการเป็นเมืองแห่งภาพยนตร์ยื่นต่อยูเนสโกได้ภายในปี 2555"

             สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความโดดเด่นให้พัทยาในด้านภาพยนตร์มากกว่าเมืองพักตากอากาศ ขายบริการทางเพศ ผับ บาร์ ซึ่ง อิทธิพล ยอมรับว่าเป็นงานยาก เพราะหากจะชูความเป็นประวัติศาสตร์ หรือสถานที่ถ่ายทำเราก็ยังมีไม่มากพอ แต่สิ่งหนึ่งก็ที่ทำได้ดีคือ การเป็นสถานที่ตัดต่อภาพยนตร์โปรดักชั่นครบวงจร ดังนั้น จากที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเฉลี่ยคนละ 1 หมื่นบาท แต่จะได้จากกองถ่ายเพิ่มอย่างน้อย 5 เท่า ทั้งค่าเช่าสถานที่ พักโรงแรม อาหาร จ้างงานในพื้นที่ จะมีรายได้อีกมหาศาลเข้าประเทศ

 

10 ประการเมืองแห่งภาพยนตร์ ยูเนสโก

1.มีโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างภาพยนตร์ที่โดดเด่น เช่น โรงถ่ายทำภาพยนตร์ ภูมิทัศน์เชิงวัฒนธรรมและการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ตราตรึงและจดจำได้โดยผู้ชม
2.มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในด้านการผลิต การเผยแพร่ ภายใต้บริบททางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง
3.มีมรดกตกทอดในด้านภาพยนตร์ในรูปแบบของหอจดหมายเหตุภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ การเก็บรวบรวมสะสมภาพยนตร์ หรือ สถาบันการศึกษาด้านภาพยนตร์
4.มีประสบการณ์จัดเทศกาลภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ และนิทรรศการเกี่ยวกับภาพยนตร์
5. มีความร่วมมือด้านภาพยนตร์ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค นานาชาติ
6.มีสถาบันการศึกษาและหลักสูตรการเรียนการสอนภาพยนตร์
7.เป็นสถานที่เกิด พำนัก หรือทำงานของศิลปิน นักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์
8.มีการนำเสนอและการรับรู้ถึงความเป็นเมืองภาพยนตร์
9.มีภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาและการถ่ายทำในเมืองนั้นๆ
10.แลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาพยนตร์นานาชาติ

...........................
(จากแบรดฟอร์ด ถึงพัทยา 'เมืองแห่งภาพยนตร์'ไม่ใช่เรื่องหมูๆ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด)