
ถอดบทเรียน'สภาศิลปะ'
ถอดบทเรียน'สภาศิลปะ' ศิลปินไทยฝันไกลแบบเมืองผู้ดี โดย...ผกามาศ ใจฉลาด
บางครั้งความฝันก็ไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าเสมอไป อย่างน้อยเมื่อกว่า 70 ปีก่อนกลุ่มศิลปินกลุ่มเล็กๆ ในประเทศอังกฤษก็สามารถทำความฝันของพวกเขาให้เป็นความจริง รวมตัวกันจัดตั้ง "สภาศิลปกรรมอังกฤษ" (Art Council England) ขึ้นในปี 1945 เพื่อพัฒนาปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจงานศิลปะและเพิ่มการเข้าถึงศิลปะของประชาชน สร้างงาน สร้างอาชีพให้ศิลปิน 600 คนอยู่อย่างมั่นคง เป็นที่ยอมรับจากสังคม
ความสำเร็จดังกล่าวจึงเป็นจุดหมายของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนงานศิลปินไทยทั้งระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับชาติ และนานาชาติ นำคณะผู้บริหารนำโดย สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พร้อมสื่อมวลชน เดินทางลัดฟ้าสู่แดนผู้ดี ไปศึกษาการจัดตั้งสภาศิลปกรรมอังกฤษ ณ เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้
นางเจน เบียร์ดสเวิร์ธ ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายงานจิตรกรรม เล่าว่า ในปี ค.ศ.1994 สภาศิลปกรรมอังกฤษ ได้มีการจัดรูปแบบใหม่ โดยแบ่งออกเป็น สภาศิลปกรรมของอังกฤษ, สกอตแลนด์ และเวลส์ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานราชการ แต่อยู่ภายใต้องค์กรทางวัฒนธรรม สื่อและกีฬา (เทียบเท่าระดับกรม) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 20% ของรายได้กองสลากแห่งชาติมาสนับสนุนงานของสภาศิลปกรรมฯ
สำหรับรูปแบบโครงสร้างการบริหารจัดการ ในปี 2010 สภาศิลปกรรมฯ ของประเทศอังกฤษมีรูปแบบโครงสร้างใหม่ในการกำกับดูแล (new non-executive governance structure) มี "สภาแห่งชาติ" (National Council) เป็นคณะกรรมการคนละชุดกับสภาศิลปกรรมฯ ผลักดันและส่งเสริมสภาศิลปกรรมฯ ในภาพรวม มีสมาชิก 17 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปินฝึกหัด ผู้บริหารศิลปะ นักวิชาการหลากหลายสาขา
นอกจากจะมีหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจงานศิลปะแก่ประชาชน ยังมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ลำดับความสำคัญ และการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อศิลปินและองค์กรศิลปะทั้งส่วนกลางและผ่านสภาภูมิภาค ดังนี้ 1.คณะกรรมการนโยบายศิลปะ 2.คณะกรรมการศิลปะการลงทุน 3.คณะกรรมการด้านประสิทธิภาพการทำงานและคณะกรรมการตรวจสอบ 4.คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
"สภาศิลปกรรมฯ ทำให้งานศิลปะในอังกฤษ 15 ปีที่ผ่านมาโดดเด่นและน่าสนใจ มีการลงทุนอย่างยั่งยืน ใช้เงินมากกว่า 2,000 ล้านปอนด์ในการพัฒนางาน อาทิ จัดมหกรรมงานศิลปะ นาฏศิลป์ การศึกษาศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี วิจัยด้านศิลปะ มหรสพ การท่องเที่ยว ทัศนศิลป์ และสร้างภูมิทัศน์ทางงานศิลปะ เช่น ใช้งบ 1.4 พันล้านปอนด์สร้างโรงมหรสพกว่า 100 แห่ง และบูรณะโรงมหรสพเดิมอีก 500 แห่งทั้งในเมืองและชนบท"
นายแลน แท็บบรอน ผู้บริหารอาวุโสอีกคนของสภาศิลปกรรมอังกฤษ บอกว่า การทำงานของสภาศิลปกรรมฯ ในวันนี้จะนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้อีก 10 ปีข้างหน้า 1.สร้างความเป็นเลิศทางศิลปะ เน้นไหวพริบ ปฏิภาณ ความยอดเยี่ยมทางศิลปะ 2.มีประสบการณ์และได้รับแรงบันดาลใจโดยศิลปะ ให้ศิลปะเป็นศูนย์กลางชีวิตของประชาชน 3.ศิลปะมีความยั่งยืน เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และมีส่วนสร้างชื่อเสียง ความมั่งคั่งให้แก่ชาติ
4.มีภาวะผู้นำ โดยผู้นำทางศิลปะที่โดดเด่นมีบทบาทกว้างขวางทั้งในระดับชุมชนและระดับชาติ 5.เด็กและคนหนุ่มสาวมีโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์ทางด้านศิลปะ มีวิถีชีวิตที่ดีที่สุดในด้านศิลปะ เท่าที่จะมีได้ และพัฒนารูปแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมสร้างศิลปิน องค์กรศิลปะ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนะของผู้ชมโดยจะทำให้เกิดความตระหนักในวิสัยทัศน์ต่ออังกฤษ ในฐานะที่เป็นชาติผู้นำในการสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม
แม้จะมีผลสัมฤทธิ์หลายข้อ แต่สภาศิลปกรรมฯ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งบประมาณจากลอตเตอรี่ในการผลิตภาพยนตร์ไม่ประสบความสำเร็จ บางโครงการใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่น รอยัล โอเปร่า เฮ้าส์ บางแห่ง การจัดงาน เฟสติวัล ออฟ มุสลิม คัลเจอร์ส จึงมีการตัดตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญบางด้าน เช่น โอเปร่า อีกทั้งนโยบายสภาศิลปกรรมฯ ขัดแย้งกับกลุ่มที่สนใจเพลงแจ๊ซ เพราะทุ่มงบสนับสนุนโอเปร่ามากกว่า ทั้งๆ ที่มีความนิยมเท่ากัน
การเดินทางไปถอดบทเรียนการจัดตั้งสภาศิลปกรรมอังกฤษครั้งนี้นอกจากจะทำให้เห็นถึงกระบวนการก่อตั้ง การบริหารงาน หน่วยงานต่างๆ ที่ทุ่มเทงบมหาศาลให้แก่ศิลปินเพื่อพัฒนางานศิลปะ และการนำศิลปะมาพัฒนาประชาชนที่อยู่ในระดับแถวหน้าของโลกแล้ว สิ่งที่สวธ.และสภาศิลปกรรมพื้นบ้านไทย (หากเกิดจริง) ควรระวังคือ ความเท่าเทียมในการกระจายงบแก่ศิลปินต้องมีแนวทางชัดเจน มิเช่นนั้นอาจมีข้อครหาและถูกตีตกในที่สุด
นานาทัศนะตั้งสภาศิลปกรรมในไทย
สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม "สภาศิลปกรรมอังกฤษตั้งมานานกว่า 70 ปี ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ด้าน มีแหล่งเงินทุนหลายด้าน ดังนั้น เมื่อมีเงินทุนสนับสนุนงานศิลปะไม่มีปัญหา พอมีเงินทุนปุ๊บทุกอย่างก็ต่อยอดได้ มีศิลปินบางท่านเมื่อขายงานศิลปะได้ยังนำเงินรายได้มาเข้ากองทุนเพิ่มเติมด้วย การมาศึกษาเรียนรู้ครั้งนี้ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างอังกฤษกับไทยหลายๆ ด้าน เราจึงต้องมาปรับหากจะจัดตั้งสภาศิลปกรรมในไทย"
ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดี สวธ. กล่าวว่า หากศิลปินแยกกันอยู่ลำพังก็จะไม่มีพลังอะไร ทุกวันนี้ สวธ.ดูแลศิลปินไม่ทั่วถึง สุดแท้ใครจะเดินเข้ามาติดต่อขอรับงบสนับสนุน หากมีการรวมตัวกันการจัดสรรงบประมาณจะทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เป้าหมาย สวธ. ในการจัดตั้งสภาศิลปกรรมในไทย จะใช้ชื่อว่า สภาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เพื่อกลุ่มศิลปินสาขาต่างๆ ได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง มีพลังในตัวเอง ดูแลศิลปิน มีส่วนร่วมในอำนาจต่อรองงบประมาณ การเข้าไปมีส่วนร่วมในสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
"สภาวัฒนธรรมเรายังตั้งได้ เริ่มต้นด้วยกลุ่มอาสาสมัคร ทำงานเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้รัฐบาลเข้าใจ คณะกรรมาธิการให้เงินสนับสนุนทั้งสภาวัฒนธรรมระดับจังหวัดและอำเภอ เพราะฉะนั้นสภาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านก็ทำได้เช่นกัน เราเอาส่วนอื่นของอังกฤษมาเป็นแนวทางได้ แต่อย่าเอาตัวเงินของอังกฤษมาวัดกับวิธีการทำงานของเรา เขาทำมานาน ถ้าเราไม่เริ่มตั้งแล้วเมื่อไหร่จะได้ตั้ง หากเริ่มต้นเราคิดว่าตั้งสภาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านต้องล้มเหลว เราก็ไม่ควรตั้งดีกว่า"
................................
(ถอดบทเรียน'สภาศิลปะ' ศิลปินไทยฝันไกลแบบเมืองผู้ดี โดย...ผกามาศ ใจฉลาด)



