ไลฟ์สไตล์

ศึกสายเลือด! ช่างกลปทุมวัน

ศึกสายเลือด! ช่างกลปทุมวัน

26 มี.ค. 2555

ศึกสายเลือดช่างกลปทุมวัน : โดย ... อ.วิมล มาเทียน - สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

          วันที่ 13 มีนาคม 2555 เวลา 20.00 น. สายด่วนการศึกษา 1579 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับแจ้งจากผู้ที่ไม่ประสงค์ออกนามว่า นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (นายวรวร สิทธิธรรม) ถูกลอบยิงที่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 เวลาประมาณ 20.00 น. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ห้องไอซียู ตึกท่านผู้หญิงฯ โดยเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากการที่ก่อนหน้านี้นักศึกษาได้มาชุมนุมประท้วงที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มารับเรื่องร้องเรียนด้วยตนเองและผู้แจ้งคาดว่ามือปืนน่าจะเป็นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งไม่ได้แจ้งชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ปรากฏในระบบแสดงให้เห็นว่า ผู้แจ้งเรื่องดังกล่าวต้องการปกปิดตัวตนของตนเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ 1579 ได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่มีรายชื่อคนไข้ชื่อนี้เข้ามารักษาพยาบาล ดังนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป

          จากเหตุการณ์ข้างต้นคงต้องย้อนรอยกันก่อนว่า ตั้งแต่อดีตกาล "ช่างกลปทุมวัน" ทะเลาะวิวาทกับ "ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย" มาโดยตลอด จนกลายเป็นตำนานก็ว่าได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 2 สถาบันมีเหมือนกัน คือ การปลูกฝังค่านิยมในการยึดมั่นต่อสถาบันของตนเองอย่างเข้มข้น โดยที่ผู้บริหารของทั้ง 2 สถาบัน ได้หาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด จนในที่สุดได้พัฒนาจากสถาบันอาชีวะมาเป็นระดับอุดมศึกษาทั้งคู่ 

          ปัจจุบันในส่วนของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเป็นชุดดรีมทีมเข้ามาบริหาร โดยมีอุดมคติที่แตกต่างจากเดิมคือ ไม่ได้ยึดมั่นในสถาบันแนวทางบู๊แบบลูกผู้ชายห้าวหาญแบบแต่ก่อน การบริหารเป็นแบบสมัยนิยมในรูปแบบมหาวิทยาลัยเข้ามาใช้ ดังนั้นจึงทำให้ครู/อาจารย์แบ่งเป็น 2 ส่วน ทั้งแบบใหม่และแบบดั้งเดิม ซึ่งในแบบดั้งเดิมนี้ก็ยังมีนักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและใหม่ขาบู๊เข้ามาเป็นแนวร่วมอยู่จำนวนไม่น้อย

          ซึ่งเราต้องยอมรับว่า เมื่อค่านิยมต่างกัน แนวความคิดต่างกันย่อมมีปัญหาตามมาเช่นกัน มีการสาดโคลนเข้าหากัน ทั้งเรื่องผลประโยชน์ ทุจริต คอรัปชั่น แต่เมื่ออำนาจส่วนใหญ่อยู่ในกำมือของผู้บริหาร ครู/อาจารย์อีกกลุ่มก็หาทางต่อสู้ดิ้นรนหาทางเอาผิดกับฝ่ายตรงข้าม โดยอาศัยความได้เปรียบจาก แนวร่วม ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ไม่พอใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถาบันอยู่แล้วเป็นสาเหตุให้นักศึกษาพร้อมศิษย์เก่ารุ่นพี่ทั้งเรียนจบไปแล้ว ถูกไล่ออก และยังไม่จบ ประมาณ 100 กว่าคน เข้ามาประท้วงยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาการ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2555 ให้มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร โดยข้อเรียกร้องคัดค้านการสรรหาอธิการบดีไม่ให้ ผศ.ปัญญา มินยง เข้ารับตำแหน่งอธิการบดี เนื่องจากการะทำการไม่เหมาะสม ทั้งด้านการบริหารและด้านคุณธรรมจริยธรรม หลังจากได้รับหนังสือแล้ว ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมิได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ที่ปรึกษาเร่งดำเนินการโดยด่วน 

          คณะที่ปรึกษาจึงเดินทางไปรับฟังข้อมูลจากผู้บริหาร ณ สถาบันทันที เมื่อได้ข้อมูลทั้งฝ่ายนักศึกษาและผู้บริหารแล้ว ได้นำข้อมูลทั้งหมดเข้าปรึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แต่กระบวนการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ทันใจนักศึกษา เนื่องจากต้องการเห็นผลที่ต้องการโดยเร็ว จึงรวมตัวกันชุมนุมประท้วงอีกในวันที่ 5 มีนาคม 2555 โดยจะอยู่ชุมนุมประท้วงนอนค้างคืนที่หน้ากระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่รักษาการอธิการบดีสถาบัน เนื่องจากต้องการให้มาดูแลนักศึกษา เพื่อจะได้ทำความเข้าใจกันและจะได้ยุติปัญหาโดยเร็ว แต่ได้รับการปฏิเสธจากสถาบัน 

          จึงเชิญผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมาประชุมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ซึ่งมีการตกลงกันว่า ให้นักศึกษาที่ประท้วงอยู่ค้างคืนได้ แต่มีข้อแม้ว่า นักศึกษาหญิงต้องให้กลับหมด ให้อยู่เฉพาะนักศึกษาชาย และห้ามดื่มสุรา ของมึนเมา ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องห้องน้ำ และดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกัน คณะทำงานที่ปรึกษาได้ให้คำแนะนำให้นักศึกษาบันทึกเรื่องร้องเรียนในประเด็นของแต่ละคน เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขเป็นรายๆ ไป นักศึกษาอยู่ค้างคืน 2 วัน ก็เดินทางกลับ หลังจากนั้นก็ได้รับแจ้งจากงานสายด่วนการศึกษา 1579 กรณีเกิดการลอบยิงตอนค่ำวันที่ 13 มีนาคม 2555...อนิจจา!!!

          จากเหตุที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการลอบยิงผู้บริหารของสถาบันจริงหรือไม่ หากเป็นความจริง ต้องดูว่าอะไรเป็นสาเหตุ การที่ปรับเปลี่ยนช่างกลปทุมวันจาก "ระดับอาชีวะ" พัฒนาขึ้นมาอยู่ใน "ระดับอุดมศึกษา" เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เป็นที่ยอมรับกันแล้วในแวดวงอุดมศึกษา ถึงแม้ในการบริหารงานแนวคิดใหม่ยังต้องอิงหลักอยู่รั้วเดียวกัน เปรียบเสมือนคน "ครอบครัวเดียวกัน" เป็น "พ่อลูกกัน" ยังต้องอาศัยความเอื้ออาทร ความมีเมตตา และให้อภัยซึ่งกันและกัน 

          หากบริหารแบบใหม่ แต่ใช้การปกครอง "ระบบตาต่อตาฟันต่อฟัน" จึงทำให้เกิดเหตุ "ปิตุฆาต" เพราะนักศึกษาเปรียบ "เสมือนลูก" หากลูกเกเร สร้างปัญหา ก็ย่อมส่งผลกระทบถึงพ่อ (ผู้บริหาร) ซึ่งเชื่อว่าสังคมไม่ต้องการเห็น แต่หากระบบการบริหารเป็นดังที่ว่าจริงและยังไม่มีการแก้ไข เกรงว่าอาจเกิดเหตุซ้ำหรือเกิดกับผู้บริหารรายอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งเราๆ ท่านๆ ที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอดคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ใครจะเป็นรายต่อไป" 

          น่าเสียดายโอกาสที่ "ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หยิบยื่นให้ในการให้มาทำความเข้าใจกันก่อนเกิดเหตุ แต่กลับถูกปฏิเสธจากฝ่ายบริหารสถาบันเก่าแก่ ซึ่งหากมีการทำความเข้าใจกันในวันนั้น อาจไม่เกิดเหตุลุกลามเช่นนี้ก็เป็นได้

 

 

----------

(หมายเหตุ : ศึกสายเลือดช่างกลปทุมวัน : โดย ... อ.วิมล มาเทียน - สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ)

----------