ไลฟ์สไตล์

ซ้อมริ้วขบวนพระอิสริยยศครั้งที่2

ซ้อมริ้วขบวนพระอิสริยยศครั้งที่2

25 มี.ค. 2555

ปชช.แห่ชมซ้อมริ้วขบวนพระอิสริยยศ งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ครั้งที่ 2 เรียบร้อยดี ให้ทหารมหาดเล็กถ่ายภาพนิ่ง-เคลื่อนไหว นำทูลเกล้าสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรมีพระราชวินิจฉัย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 55  บริเวณพระบรมมหาราชวัง กองทัพบกและทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ สำนักพระราชวัง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเหล่านักศึกษา จัดซ้อมย่อยครั้งที่ 2 ริ้วขบวนพระอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยริ้วขบวนเริ่มขึ้นในเวลา 07.00 น. ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยจำลองเหตุการณ์จริง ตั้งแต่การเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การอัญเชิญพระโกศลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประดิษฐานยังพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญออกจากพระบรมมหาราชวัง ผ่านทางประตูศรีสุนทร และประตูเทวาภิรมย์ เพื่อตั้งริ้วขบวนที่ 1 บนถนนมหาราช

          ต่อมาเวลา 08.00 น. ริ้วขบวนที่ 1 ประกอบด้วยขบวนทหารกองเกียรติยศ เครื่องราชอิสริยยศ เหล่าราชนิกูล ข้าราชบริพาร เคลื่อนตามสัญญาณกลอง ไปบนถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนท้ายวัง ผ่านวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อมาถึงยังถนนสนามไชย ริ้วขบวนที่ 1 ได้เข้ารวมกับริ้วขบวนที่ 2 ที่ตั้งรออยู่ที่หน้าวัดพระเชตุพนฯ จากนั้นเวลา 08.50 น.อัญเชิญพระโกศเทียบเกรินบันไดนาค ขึ้นประดิษฐานบนบุษบก พระมหาพิชัยราชรถ ที่จอดอยู่ที่วงเวียนหน้ากรมการรักษาดินแดน จากนั้นพระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนขบวนพระโกศไปบนถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน ผ่านกระทรวงกลาโหม เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกลางท้องสนามหลวง ฝั่งหน้าศาลฎีกา สู่ราชวัติพระเมรุ

          หลังจากนั้น เหล่าขบวนทหาร ขบวนพระอิสริยยศ เชิญพระโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถ โดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานยังพระยานมาศสามลำคาน ตั้งริ้วขบวนที่ 3 ในราชวัติพระเมรุ ขบวนทหารกองเกียรติยศ อัญเชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคานเวียนพระเมรุ โดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย 3 รอบ จึงอัญเชิญพระโกศเทียบเกรินบันไดนาคพระเมรุ อัญเชิญพระโกศโดยเกรินสู่พระเมรุประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน ประกอบพระโกศจันทน์ บนพระเมรุ เป็นอันเสร็จพิธีซ้อมในช่วงเช้า ส่วนในช่วงบ่ายซ้อมริ้วขบวนที่ 4 อัญเชิญพระอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน พระสรีรางคาร โดยพระวอสีวิกากาญจน์ จากถนนกลางสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรีสู่พระบรมมหาราชวัง ริ้วขบวนที่ 5 อัญเชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานเส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นอันเสร็จพิธี

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครั้งนี้ตนได้มาฝึกซ้อมย่อยเป็นครั้งแรก รวมทั้งตรวจความเรียบร้อยของริ้วขบวน ซึ่งภาพรวมถือว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดีกว่าครั้งที่ผ่านมามาก โดยเฉพาะเรื่องของระยะห่างริ้วขบวนที่เป็นปัญหาครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ทำได้ดี ส่วนการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ มีทหารมหาดเล็กถ่ายภาพนิ่งและวีดิโอในการนำทูลเกล้าถวายฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร รวมทั้งทรงมีพระราชวินิจฉัย

          นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มีพระราชดำรัส ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานในพระราชพิธีฯว่า ทรงห่วงในเรื่องของจุดพัก จุดบริการน้ำดื่ม หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ห้องสุขาโดยรอบพระเมรุ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี ส่วนความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมีความหน้าร้อยละ 95 ซึ่งในวันที่ 26 มี.ค.จะมีการติดตั้งฉากบังเพลิง และจะดำเนินจัดสร้างพระเมรุแล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 31 มี.ค.

          พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผช.ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ) กล่าวว่า การซ้อมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในพื้นจริง สวมหมวกและรองเท้าเหมือนวันงานพระราชพิธี ซึ่งภาพรวมดีกว่าครั้งที่แล้ว ได้มีการปรับแก้ระยะห่างระหว่างริ้วขบวน แต่ครั้งนี้ยังพบข้อบกพร่องอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับระยะเลี้ยว ยังดูไม่สวยงามอีกทั้งจะมีปรับปรุงเครื่องเสียงที่ขาดตอนเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงหน้าศาลหลักเมือง และศาลฎีกา เพื่อให้ได้ยินชัดยิ่งขึ้น ดังนั้น ในครั้งหน้าในวันที่ 31 มี.ค.จะปรับปรุงข้อบกพร่องดังกล่าว รวมทั้งในส่วนประชาชนที่มารอชมริ้วขบวนเป็นจำนวนมาก จะมีการกั้นขอบรั้วไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสื่อมวลชนจะขอความร่วมมือให้อยู่ประจำจุดและมีอัฒจรรย์ไว้ให้ถ่ายภาพด้วย

          ผช.ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ในช่วงบ่ายนั้น มีการซ้อมริ้วขบวนที่ 4 อัญเชิญพระอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน พระสรีรางคาร โดยพระวอสีวิกากาญจน์ จากถนนกลางสนามหลวง ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรีสู่พระบรมมหาราชวัง ริ้วขบวนที่ 5 อัญเชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานเส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมกำลังพล 3,600 นาย ส่วนริ้วขบวนที่ 6 ซึ่งเป็นขบวนทหารม้าจำนวน 77 ม้าอัญเชิญพระสรีรางคารนั้น จะมีการซ้อมในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งเป็นการซ้อมใหญ่ทุกริ้วขบวนในพื้นที่จริง ตั้งแต่เวลา05.00-16.00 น.โดยแต่งกายด้วยชุดสีกากี อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28มี.ค.นี้ตนจะไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายที่กรมสรรพาวุธ และที่กรมขนส่งทหารบกอีกด้วย

          ขณะที่นายพร ตังคะบุรี อายุ 79 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีวันนี้ที่ตนเดินทางผ่านสนามหลวง เลยเข้ามาชมริ้วขบวน ซึ่งถือเป็นประเพณีโบราณในการพระราชทานเพลิงพระศพ พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงที่หาดูได้ยาก แต่การเดินทางเข้ามานั้นมีความยากลำบากเพราะต้องจอดรถไว้ไกลและเดินเข้ามา ทั้งนี้ ตนมีอายุมากแล้ว ในวันจริงคงไม่ได้มาร่วม

          น.ส.เนาวรัตน์ พุ่มทุเรียน อายุ 37 ปี ชาวมีนบุรี กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นการซ้อมริ้วขบวนเช่นนี้ มีความสวยงามเป็นระเบียบมาก ถึงแม้จะยังไม่มีการแต่งกายจริง ถือเป็นสิ่งที่หาชมได้ยากแล้ว อย่างไรก็ตามในวันจริง ตนอยากจะเข้ามาร่วมงานพระราชพิธีฯ และน่าจะมีประชาชนเป็นจำนวนมากมาเข้าร่วมถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน