ไลฟ์สไตล์

หัวเฉียวอาสาคืน'ห้องสมุด'ให้น้อง

หัวเฉียวอาสาคืน'ห้องสมุด'ให้น้อง

25 มี.ค. 2555

หัวเฉียวอาสาคืน'ห้องสมุด'ให้น้อง โรงเรียนสามวาวิทยา ปทุมธานี

               “น้ำลด” มาได้หลายเดือนแล้ว แต่ความช่วยเหลือจากน้ำใจ “ไทย” ที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศเข้า ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู ชุมชนผู้ประสบอุทกภัยก็ยังคงมีไม่ขาดสาย เพราะพวกเขาทราบดีว่ายังมีเพื่อนร่วมชาติอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือ “รอ” อยู่ น้องๆ ที่โรงเรียนสามวาวิทยา อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โรงเรียนประถมขนาดเล็กในย่านชาวมุสลิมที่มีครูและนักเรียนรวมกันไม่ถึง 130 คน ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่าเมตรครึ่งนานกว่าเดือน มีพี่ๆ นักศึกษาจิตอาสา คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ฟื้นฟูห้องสมุด ครุภัณฑ์ที่ใช้การไม่ได้ ให้กลับมาเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้นอกเวลาเรียนได้อีกครั้ง... 

                น้องเอ็ม" ปณวัฒน์ พยุงตน นักศึกษา “เฟรชชี่” ชั้นปีที่ 1 ประธานโครงการเยาวชนอาสา...ร่วมพลิกฟื้นชุมชนพ้นวิกฤติอุทกภัย “กิจกรรมห้องสมุดเพื่อน้อง” เล่าถึงที่มาของโครงการครั้งนี้ว่า เกิดจากความตั้งใจของนักศึกษาที่ต้องการอยากช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่าที่จะช่วยได้ จึงค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์เครือข่ายจิตอาสา เพื่อดูว่าพื้นที่ไหนบ้างที่น้ำเริ่มลดแล้วเพื่อจะได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ และเลือกโรงเรียนสามวาวิทยาและชุมชนโดยรอบเป็นพื้นที่เป้าหมาย
ครั้งแรกที่ลงชุมชน ต้องใช้เรือพายเข้ามาสำรวจพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำยังคงท่วมขังถึงหัวเข่า ปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาน้ำแห้ง จึงเข้าไปทำความสะอาดโรงเรียนก่อนเป็นอันดับแรก โดยมีครู นักเรียน และชาวชุมชนให้ความร่วมมือ...แต่การช่วยเหลือเพียงเท่านี้ เอ็มและเพื่อนๆ ก็ยังมองว่า “ไม่เพียงพอ” ที่จะทำให้ชาวชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

                หลังกิจกรรมแรกผ่านไป กลุ่มอาสานักศึกษาติดต่อขอรับทุนสนับสนุนตลอดจนคำปรึกษาและคำแนะนำจากโครงการเยาวชนอาสา...ร่วมพลิกฟื้นชุมชนพ้นวิกฤติอุทกภัย มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการเด็กและเยาวชนฯ วุฒิสภา และภาคีเครือข่าย เปิดรับสมัครเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา รวมกลุ่มทำโครงการฟื้นฟูชุมชน พร้อมๆ กับใช้โครงการนี้เป็นเวทีพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ได้รู้จักการทำงานจิตอาสา การทำงานเป็นทีม และการวางแผนงานที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

                 เอ็มและเพื่อนๆ ที่คณะรวมกว่า 40 คน ตั้งใจมาทำห้องสมุดเพื่อน้องด้วยกัน มีกิจกรรมหลักๆ เช่น จัดชั้นหนังสือ นำหนังสือที่ได้รับบริจาคมาจากที่ต่างๆ และที่หลงเหลือจากน้ำท่วมมาจัดหมวดหมู่ใหม่ เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งยังได้มาทำกระถางพลูด่าง ประดิษฐ์ดอกไม้ ทำม่าน ตกแต่งบานประตู-หน้าต่าง รวมถึงการทำบอร์ดนิทรรศการให้แก่ห้องสมุด

                 ดึงเด็กๆ คุณครู และชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่นให้น้องๆ ได้ทดลองทำไม้กวาดทางมะพร้าวไว้ใช้เอง ทำดอกไม้ประดิษฐ์ไว้ตกแต่งห้องเรียน รวมถึงเรียนรู้วิธีการจัดเรียงชั้นหนังสือ ที่ล้วนแต่เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่เด็กๆ มีส่วนร่วมได้ ส่วนครูเองเมื่อเห็นแล้วก็สามารถนำไปสอนต่อในชั้นเรียน ขณะที่กลุ่มแม่บ้านอาสาหาเครื่องดื่มและทำอาหารไว้รับรองอาสาสมัครได้รับประทานกันในตอนพักเที่ยง 

                 อ.รังสฤษดิ์ ศรีแก้ว ครูใหญ่โรงเรียนสามวาวิทยา พูดถึงกิจกรรมฟื้นฟูห้องสมุดของนักศึกษาว่า นักศึกษาช่วยฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือโรงเรียน นอกจากนี้ยังจะเป็นแบบอย่างให้แก่น้องๆ นักเรียนได้เห็นแบบอย่างความเสียสละ และความมีจิตอาสาจากพี่ๆ ซึ่งเข้ามาฟื้นฟูห้องสมุดโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้น้องๆ ได้มีแหล่งเรียนรู้นอกเวลาเรียน ช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ มีทักษะอ่านออกเขียนได้ ที่แม้ปัจจุบันจะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาเป็นตัวช่วยการเรียนรู้มากมาย แต่ก็ไม่อาจทดแทนหนังสือและห้องสมุดได้

                 อาสาสมัครรุ่นจิ๋วที่เข้าร่วมในกิจกรรม "น้องซามี่" ด.ช.รุ่งโรจน์ จุลธีระ อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนสามวาวิทยา เล่าว่า ดีใจที่จะได้ห้องสมุดกลับคืนมา เพราะปกติจะใช้เวลาว่างจากการเรียนและวิ่งเล่นเข้ามาพักเหนื่อยและอ่านหนังสือในห้องสมุดเป็นประจำ ส่วน "น้องอัยน์" ด.ญ.ฮูรุนอัยน์ วันแอเลาะ เพื่อนร่วมชั้นของซามี่ เล่าบ้างว่า ดีใจ เพราะจะได้อ่านหนังสือใหม่ๆ ที่ชอบอ่านเป็นพิเศษคือหนังสือประวัติศาสตร์ไทย เพราะอ่านแล้วจะทำให้เรามีความรู้มากขึ้น 

                  "น้องติ๊มา" น.ส.รชตะ กอเซ็มมูซอ อาสาสมัครนักศึกษาเล่าว่า “กิจกรรมห้องสมุดเพื่อน้อง” ที่เกิดจากจิตอาสาและความตั้งใจของเอ็มและเพื่อนๆ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ที่นำพาทักษะความรู้ความสามารถของตัวเองเข้ารับใช้สังคม พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง จากโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เพื่อวันข้างหน้า พวกเขาจะเติบใหญ่เป็นบุคลากรที่มี “สำนึกของความเป็นพลเมือง” ของสังคมไทยเราสืบไป