ไลฟ์สไตล์

'สังคม'แสนสบาย หนองคายคมเลนส์

'สังคม'แสนสบาย หนองคายคมเลนส์

25 มี.ค. 2555

ท่องไปกับใจตน : 'สังคม'แสนสบาย หนองคายคมเลนส์ โดย...เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล

                  “ตรงนี้แหละ ที่ "แท่ง" ศักดิ์สิทธิ์ มายืนถ่ายหนังโฆษณาชุดล่าสุด” เพื่อนร่วมทางชี้ให้ผมดูหน้าผาเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดผาตากเสื้อ บนเทือกเขาภูพานน้อย ที่ความสูง 550 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เขต ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย จุดชมวิวแม่น้ำโขงอันตระการตายามอาทิตย์อัสดงจุดใหม่ ที่กำลังโด่งดังในกลุ่มนักเดินทาง ซึ่งขณะนั้นดวงอาทิตย์ก็กำลังกลมโตใกล้อัสดงพอดี แต่ทว่า...หมอกแดดฤดูแล้งเดือนมีนาคม ทำหน้าที่ของเขาอย่างแข็งขัน จนมองไกลได้ไม่เกินสิบเมตร สายน้ำนานาชาติที่ยิ่งใหญ่อย่างโขงนที จึงถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิดที่สุด

                   เช้าวันรุ่งขึ้น แม้จะได้นอนแนบชิดลำโขง ณ รีสอร์ทเล็กๆ ใน อ.สังคม แต่ผมก็ทำใจแล้วว่า จะหวังอะไรกับอาทิตย์อุทัยในลำโขงยามแล้ง คงได้กินแห้วเหมือนที่ผาตากเสื้อวันวาน จึงพิรี้พิไรอยู่ในห้องน้ำจนเจ็ดนาฬิกาเศษ แต่พลันเมื่อแง้มม่านดูแม่น้ำ คุณพระช่วย! ภาพที่เห็นทำให้ผมตัดสินใจคว้ากล้องแล้วเพ่นออกจากห้องพักทันที

                   เพราะถึงแม้จะเคยถ่ายภาพแม่น้ำโขงยามเช้าและเย็นมามากสักเท่าไร แต่ไม่เคยเห็นแสงสีชมพูทอดทาบมหานทีตระการตาขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เวลาล่วงเลยมาจนเกือบเจ็ดโมงครึ่งแล้ว และพระอาทิตย์ก็ชักราชรถขึ้นสูงโด่งมากแล้ว แต่ทำไมแสงที่ส่องลงมายังนุ่มนวลชวนฝันนัก อ๋อ...หมอกแดดฤดูแล้งนั่นเอง ที่ช่วยกรองแสงไม่ให้แข็งกระด้างจนเกินไป อีกทั้งสันทรายที่ผุดโผล่ให้เห็นเฉพาะยามแล้ง ทำให้แม่น้ำโขงเช้านั้นน่าประทับใจอย่างที่สุด

 ภาพชีวิตกลางลำโขงที่ อ.สังคม ทำให้ผมคิดถึงบทกวีที่ไพเราะบทหนึ่ง ที่ว่า..
 รากลึก มิใช่เลี้ยง เพียงหนึ่งต้น
สร้างชีพ สร้างชุมชน ร่วมสร้างสรรค์
น้ำใหญ่ เชื่อมโยง โขงแบ่งปัน
สายสัมพันธ์ ลาว-ไทย ได้สืบมา
 เกื้อวิถี ดีงาม ความเรียบง่าย
ที่เรียงราย ริมน้ำ ล้ำคุณค่า
สดุดี ซึ่งความหมาย สายธารา
หลอมศรัทธา รวมหัวใจ ไปสู่กัน
 ... ทุกคืนวัน ดุจรถไฟ เชื่อมไทย-ลาว

                      ซึ่งวันวาน ก่อนการเดินทางสู่ อ.สังคม "พี่จิ๊ด" จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ และประธานที่ปรึกษากลุ่มสห+ภาพ ชุมชนคนถ่ายภาพ เพิ่งรจนาขึ้น เพื่อใช้อ่านบนขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์ จากสถานีหนองคาย ฝั่งไทย ข้ามลำน้ำโขง ผ่านสะพานมิตรภาพ สู่สถานีท่านาแล้ง ฝั่งลาว ระยะทางเพียง 3.5 กม. ใช้เวลาเพียง 15 นาที แต่มีความหมายทั้งทางเศรษฐกิจ และสายสัมพันธ์ยืนยาวระหว่างลาวกับไทย

                       เช่นเดียวกับเนื้อหาในบทเพลง “รัก ณ ลาว” ที่อาจารย์ศักดิ์สิริ มีสมสืบ อีกหนึ่งกวีซีไรต์ ขับขานบนรถไฟขบวนนั้นเช่นกัน ท่อนที่ว่า...อยากวานนกไพร คาบดอกไม้ไปฝาก อยากเกาะปุยเมฆขาว ลอยลมไปหา เยี่ยมยามถามข่าว ที่ปากอู รอดูตะวันลับลา น้อยใจที่ปากทา ขอเวลาทบทวน อย่าด่วนร้างไมตรี...ชั่วนิรันดร์ลำของ ไม่เคยเหือดหาย น้ำใจก็เช่นกัน..

                      กิจกรรมย้ำสายสัมพันธ์ไทย-ลาวนิรันดร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นตามโครงการ “หนองคายคมเลนส์ ๑๐๐ ภาพเด่นริมฝั่งโขง” ซึ่งทางการจังหวัดหนองคาย โดยท่านผู้ว่าฯ วิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ มอบหมายให้กลุ่มสห+ภาพ ชุมชนคนถ่ายภาพ บันทึกความงามของหนองคายทั้งสามฤดูกาล นำมาจัดนิทรรศการภาพ และตีพิมพ์ในหนังสืออัลบั้มภาพ แทนคำอธิบายว่า เหตุใดนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่ง จึงจัดอันดับหนองคายเป็นเมืองน่าอยู่ และควรค่าแก่การมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ ติดอันดับ 7 ของโลก โดยนิทรรศการภาพ และมินิคอนเสิร์ต เปิดตัวหนังสือ “หนองคายคมเลนส์ ๑๐๐ ภาพเด่นริมฝั่งโขง” จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2555 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายหลังเก่า

                     พร้อมกันนี้ยังเป็นการเปิดตัว อ.สังคม ซึ่งเป็นอำเภอไกลสุด และเงียบเชียบที่สุด (ชนิดที่อำเภอนี้ไม่มีร้านสะดวกซื้อชื่อดังมาตั้ง) ของ จ.หนองคาย จากที่เคยเป็นแค่เมืองผ่านไป-มา ระหว่างหนองคายกับเชียงคาน (เขต จ.เลย) บัดนี้ “สังคม” กลายเป็นจุดแวะพักของนักเดินทางอีกจุดหนึ่ง ในฐานะเมืองริมโขงที่สงบงาม และเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะสันทรายและเกาะแก่งที่ผุดโผล่ขึ้นกลางลำน้ำโขง ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอนี้ยาวหลายกิโลเมตร บางจุดกว้างขนาดทหารเรือแห่งหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ใช้เป็นสนามฟุตบอลสุดคลาสสิกได้สบายๆ

                     ความงามของสันทรายกลางลำโขง ประหนึ่งประติมากรรมธรรมชาติ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะตั้งชื่อเรียกให้ไพเราะสมกับความงามนั้นว่า “สันทรายสีทันดร” หรือ Sithundon Sand done ตามชื่อ “มหานทีสีทันดร” ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งแม่น้ำโขง ในตำนานของชาวลาว-ไทย ที่อุปมาสายน้ำโขงดั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลล้อมรอบเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่ประทับของเทพเจ้าตามคติพราหมณ์ฮินดูแต่โบราณกาล

                       บางคนถามว่า อ.สังคม เงียบเชียบขนาดนั้น จะชวนคนไปเที่ยวอะไร ผมอยากบอกว่า ก็ไปเที่ยวชมความเงียบเชียบอันแสนสุนทรี (ที่เมืองอื่นไม่มีแล้ว) นั่นแหละ ชาว “สังคม” ไม่ต้องปั้นแต่ง หรือเพียรสร้างอะไรให้ใหญ่-ยาว-ยักษ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกแล้ว ที่น่าดีใจคือ “สังคม” วันนี้ มีรีสอร์ทที่น่ารักไว้รองรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง และที่ผมประทับใจที่สุด ในฐานะคนชอบกินกล้วย และชอบพกกล้วยตาก เวลาไปเมืองนอก (เพื่อช่วยระบบขับถ่าย) คือหลังจากชิมกล้วยตากมามากมายหลายแบรนด์

                       ผมยอมรับโดยดุษณีว่า ผลิตภัณฑ์กล้วยตากของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอสังคมนั้น เนื้อกล้วยนุ่ม หอมหวานกำลังดี รสชาติกลมกล่อมลงตัวที่สุด ที่สำคัญ ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป หาชิมได้ที่ อ.สังคม เท่านั้น ท่านใดแวะเวียนไปหนองคาย แล้วไม่ได้ชิม เพื่อนล้อแย่เลย! (กล้วยตากสังคม โทร.0-4244-1449)

.......................
(ท่องไปกับใจตน : 'สังคม'แสนสบาย  หนองคายคมเลนส์ โดย...เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล)