
ขนมจานด่วน ของพ่อครัวหัวหวาน
ขอเวลานอก : ขนมจานด่วน ของพ่อครัวหัวหวาน 'เบญจ' เบญจรงคกุล โดย...เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ อุทร ศรีพันธ์
"ตอนแรกเพื่อนไม่มีใครเชื่อเลยว่าผมเนี่ยนะจะชอบทำเค้ก เพราะปกติจะเห็นผมเป็นนักกีฬามากกว่า เล่นทุกอย่างทั้งบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ ฟุตบอลต่างๆ การทำเค้กเหมือนเป็นอีกมุมที่เพื่อนๆ ไม่ค่อยได้เห็น กิจกรรมพวกนี้ช่วยเปลี่ยนบุคลิกได้มาก ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนใจร้อนมาก ไม่เหมือนตอนนี้ที่คิดอะไรเป็นสเต็ปๆ มากขึ้น ใจเย็นลง บางทีก็เย็นมากเกินไปจนเพื่อนเคยแซวว่าไม่มีความรู้สึกเหรอ..."
หลายครั้งที่ขอเวลานอกได้นำเสนอเรื่องราวของสาวรุ่นใหม่ที่หลงใหลในการทำเบเกอรี่แบบถอนตัวไม่ขึ้น เพราะศาสตร์การทำที่ละเอียดอ่อนพิถีพิถันนั้นเหมาะสมกับนิสัยชอบเอาใจใส่แบบละเอียดถี่ยิบของผู้หญิงมากกว่า แต่กลับกันถ้ามีผู้ชายเอาใจใส่กับการทำเบเกอรี่บ้างก็ได้ลุคของความอบอุ่นไปเต็มๆ เช่นกัน เหมือนกับหนุ่มร่างใหญ่เจ้าของความสูง 193 เซนติเมตรอย่าง "เบน" เบญจ เบญจรงคกุล ลูกชายวัย 22 ปี ของคุณพ่อ สมชาย เบญจรงคกุล และคุณแม่ ศศิธร วงศ์ชัยชินศรี เพราะด้วยเติบโตมากับการเล่นกีฬา บวกกับบุคลิกแอ็กทีฟ ชอบความท้าทายทำให้คิดว่าวันว่างคงต้องทำอะไรโลดโผนเป็นแน่ แต่พอถามถึงงานอดิเรกเจ้าตัวก็บอกแบบผิดคาดว่า "ว่างๆ ผมชอบทำขนมครับ" และพอได้ยินเต็มปากเต็มคำขนาดนี้คงไม่มีใครเชื่อง่ายๆ เลยต้องขอตามพ่อหนุ่มมาดูกิจกรรมโปรดของเขาซะหน่อย ซึ่งเจ้าตัวก็ยินดีเปิดบ้านย่านแจ้งวัฒนะพาไปดูมุมห้องครัวในบ้านหลังงามที่เจ้าตัวมักง่วนอยู่กับการทำเบเกอรี่ตรงบริเวณนี้เป็นประจำ
เปิดประตูมาปุ๊บ กลิ่นหอมก็คลุ้งออกมาทันใด! เพราะหนุ่มเบญจนั้นจัดแจงเตรียมของไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วบางส่วนหลังจากตื่นนอนตั้งแต่ 7 โมงเช้า ทั้งแป้งขนมปัง อุปกรณ์ต่างๆ และเตาอบก็วอร์มอุ่นพร้อมสาธิตให้ดูอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนเจ้าตัวนั้นก็อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนสบายๆ ยามบ่าย เป็นสไตล์การทำครัวที่เจ้าตัวมองว่าเป็นความสนุกสนาน ไม่ต้องจริงจังถึงขั้นไปเรียนและทำตามตำราทุกตัวอักษร แต่ขอให้ได้ทดลองทำไปเรื่อยๆ จนรสชาติอร่อยดีกว่า
"เค้กชิ้นแรกที่ผมทำคือคัสตาร์ดพุดดิ้ง ตอนนั้นอยู่เกรด 11 ผมเปิดยูทูบดูแล้วมองว่ามันง่ายดีเลยชวนแม่บ้านมาช่วยกันทำให้คนในบ้านลองกินก่อน และเพราะคุณพ่อเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้วด้วยเลยได้คลุกคลีอยู่ในครัวมาตั้งแต่เด็ก แล้วเราก็เป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะๆ ด้วย การทำเค้กเลยเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับผม เพราะขนมแต่ละชนิดจะมีสูตรมีปริมาณที่พอดี ตรงตัว ผิดจากนี้ก็จะไม่ได้ของอร่อย วิธีเรียนของผมก็อาศัยการเปิดยูทูบ ดูเว็บไซต์ที่สอนทำเบเกอรี่ แล้วทำตามคำแนะนำของคอมเมนต์ต่างๆ ที่มีคนแชร์กันเข้ามา อาศัยทดลองทำไปเรื่อยๆ จนผมว่ารสชาติมันโอเคแล้ว แต่ก็ไม่อยากไปเรียนเป็นเรื่องเป็นราวนะกลัวจะไม่สนุก เพราะการเรียนต้องมีการบ้าน มีอะไรอีกเยอะแยะกดดันด้วย เราแค่อยากสนุกของเราอย่างนี้มากกว่า" หนุ่มเบญจกล่าวก่อนเริ่มทำของอร่อยให้ลองชิม
เมื่อเตาร้อนๆ ถูกวอร์มได้ที่ พ่อหนุ่มร่างสูงก็จัดแจงเอาดาร์กช็อกโกแลตและเนยมาละลายก่อนบอกว่าวันนี้จะโซโล่เมนู "ลาวาเค้ก" ที่เป็นจานเด่นของเจ้าตัว โดยได้รับการการันตีความอร่อยจากเพื่อนๆ และคนในครอบครัวมาแล้วด้วยสูตรและขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก แค่ทำช็อกโกแลตเหลวเตรียมไว้ แล้วหันมาผสมน้ำตาลกับไข่ไก่ตีให้เข้ากันใส่แป้งเพียงเล็กน้อยค่อยๆ ผสมกับช็อกโกแลตอุ่นๆ ลงไป พอตีทุกอย่างเข้ากันได้ก็รอให้แป้งเซตตัวสักพัก เทใส่แม่พิมพ์ในอัตรา 3/4 ส่วน เคาะแม่พิมพ์เพื่อไล่อากาศแล้วนำเข้าเตาอบ 7-10 นาที ในอุณหภูมิสูงๆ เพื่อให้ข้างนอกสุกฟูแต่ข้างในยังเป็นเนื้อลาวาเหลวอยู่
"ปกติเป็นคนตื่นเช้าครับ 7 โมงก็ลุกขึ้นมาทำโน่นนี่ได้แล้ว แต่ที่บ้านทุกอย่างจะเริ่มต้นเวลาประมาณเที่ยง ดังนั้นช่วงเช้าถือเป็นเวลาส่วนตัวของผมเลย จะลุกมาออกกำลังกาย ทำอาหาร ทำเค้กคนเดียวได้เรื่อยๆ พอทุกคนตื่นขึ้นมาพร้อมหน้าก็จะได้กินของที่เราทำไว้เลย แต่เราจะไม่กินนะ ไม่รู้ทำไม (หัวเราะ) เหมือนได้เห็นส่วนประกอบมาเยอะ เลยไม่ได้ตื่นเต้นเวลากินเหมือนคนอื่นๆ แต่ชอบมองคนที่กินของเรามากกว่า" พ่อครัวหนุ่ม บอกถึงช่วงเวลาพิเศษ
เมื่อเค้กลาวาขึ้นฟูได้ที่ หนุ่มเบญจก็ยกออกจากเตา บรรจงโรยน้ำตาลไอซิ่งตกแต่งด้วยวิปครีม และไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ ขนมเค้กจานหรูก็เป็นอันเสร็จสรรพโดยง่ายไม่ยากอย่างที่คิด ส่วนที่เค้กที่ยังไม่ได้ตกแต่งก็ตั้งใจคีบใส่กล่องเก็บไว้เพื่อนำไปร่วมงานเลี้ยงเล็กๆ ในช่วงเย็นที่บ้านเพื่อนอีกด้วย
"ตอนที่เรียนอยู่อเมริกา ผมต้องทำอะไรกินเองตลอด เวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ หรือมีปาร์ตี้กันเราก็ต้องเอาของติดมือไปด้วย ผมก็จะเป็นคนทำขนมให้ ตอนแรกเพื่อนไม่มีใครเชื่อเลยว่าผมเนี่ยนะจะชอบทำเค้ก เพราะปกติจะเห็นผมเป็นนักกีฬากันมากกว่า เล่นทุกอย่างทั้งบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ ฯลฯ การทำเค้กเหมือนเป็นอีกมุมที่เพื่อนๆ ไม่ค่อยได้เห็น กิจกรรมพวกนี้ช่วยเปลี่ยนบุคลิกได้มาก ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนใจร้อนมาก ไม่เหมือนตอนนี้ที่คิดอะไรเป็นสเต็ปๆ มากขึ้นใจเย็นลง บางทีก็เย็นมากเกินไปจนเพื่อนเคยถามว่าไม่มีความรู้สึกเหรอ (หนุ่มเบญจอมยิ้ม) แล้วที่จริงเราก็ชอบทำเค้กคนเดียวมากกว่าด้วย เวลาที่ต้องช่วยกันทำกับเพื่อนหรือกับน้อง 2-3 คนเราจะรู้สึกว่ามันไม่เวิร์กเลยคิดว่าทำขนมต้องทำคนเดียวสบายใจกว่า" พี่ชายคนโตเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เห็นท่าทางชำนาญการแบบนี้ก็มีบ้างที่หนุ่มเบญจเคยคิดอยากเรียนจริงจังครั้งหนึ่ง แต่พอเริ่มรับรู้ถึงความรับผิดชอบในอนาคตว่าต้องใช้ทักษะทางด้านไหนบ้าง จึงเลือกเรียนด้านบริหาร จากเซาท์อีสเทิร์น ยูนิเวอร์ซิตี้ แบบเต็มที่ เพราะไม่ว่าจะไปจับด้านแฟชั่น อาหาร หรืออะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างย่อมมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายหมดตามหัวคิดของทายาทบ้านนักธุรกิจใหญ่
"ผมเคยเป็นเด็กขี้อายมาก วันหนึ่งไปร้องเพลงกับคุณพ่อแล้วเรารู้สึกเลยว่าร้องเพี้ยน ตอนนั้นอายมากจนต้องไปเรียนร้องเพลง พอโตมาหน่อยก็มีกลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรีกันตอนอยู่ไฮสคูลในวงมี 4-5 คน จากเด็กขี้อายไม่ชอบคุยกับใคร ไปพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียนยังไม่กล้าเลย แต่มาเล่นดนตรีเราได้เจอคนเยอะทำให้เรามั่นใจมากขึ้น ต่อมาก็เลยลองไปเรียนแอ็กติ้งด้วย อาจารย์สอนให้เราพรีเซนต์ความเป็นตัวเองออกมาด้วยการแสดง ทำให้รู้สึกปลดปล่อย กล้ามากขึ้น ความขี้อายหายไปเรื่อยๆ กลายเป็นความคิดที่ว่าถ้าซ้อมมาดีแล้วเราไม่มีอะไรต้องอาย มีแต่ความสนุก จุดนี้สามารถเอามาปรับใช้ได้ทุกอย่าง ทั้งการเรียนธุรกิจที่ต้องพรีเซนต์หน้าห้องบ่อยมาก เราก็เอาประสบการณ์ตรงนี้มาพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ยิ่งกล้าก็ยิ่งรู้ว่าอะไรเป็นจุดเด่นจุดแข็งของเรา" หนุ่มเบญจ เล่าถึงวิถีของตัวเอง
และเมื่อเค้กเสร็จสมบูรณ์การทดสอบฝีมือก็มาถึง พ่อครัวหน้าหยกของเราก็หยิบช้อนมาให้พร้อมลองชิมทันที บอกได้เลยว่าจานนี้เกลี้ยง ! จนเผลอคิดเชียร์ให้หนุ่มเบญจผันตัวมาเป็นเชฟขนมหวานให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้เจ้าตัวบอกว่ากำลังสนใจดูงานด้านมาร์เก็ตติ้ง หวังสะสมประสบการณ์ข้างนอกให้เยอะๆ ก่อนจะมาช่วยงานของครอบครัวอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องขนมเห็นทีตอนนี้คงมีแต่ครอบครัว เพื่อนๆ และหวานใจ (ถ้ามี) เท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ลิ้มลองฝีมือของหนุ่มคนนี้เขาล่ะ น่าอิจฉาซะจริง...จริ๊ง
.............................
(ขอเวลานอก : ขนมจานด่วน ของพ่อครัวหัวหวาน 'เบญจ' เบญจรงคกุล โดย...เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ อุทร ศรีพันธ์ )



