ไลฟ์สไตล์

'ลูกเสืออสม.'ลดโรคเรื้อรัง

'ลูกเสืออสม.'ลดโรคเรื้อรัง

23 มี.ค. 2555

'ลูกเสืออสม.'ลดโรคเรื้อรัง รวมหมู่เคาะบ้านดูแลสุขภาพ โดย...พวงชมพู ประเสริฐ

                ปรี๊ดดดดดดดดดดด!!! เสียงนกหวีดที่ได้ยินไม่ได้ดังอยู่ในสนามแข่งขันกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง หากแต่เป็นเสียงที่ดังอยู่หน้าบ้านของชาวบ้านในจ.ราชบุรี เป็นสัญญาณการเรียกรวมหมู่ของเหล่า "ลูกเสือ อสม." ก่อนที่จะลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านตรวจสอบความเรียบร้อยในเรื่องต่างๆ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่ง อสม.จ.ราชบุรีถือปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี

                การริเริ่มนำกระบวนการลูกเสือมาใช้กับ อสม.ในพื้นที่ จ.ราชบุรี เกิดขึ้นจากการที่ นพ.บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เห็นว่า การอบรมให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคเพื่อให้ อสม.นำไปใช้ถ่ายทอดให้แก่ชาวบ้านในรูปแบบเดิมๆ คือ การเข้าห้องประชุมนั่งฟังบรรยายและแจกเอกสาร เมื่อกลับไปบ้านน้อยมากที่ อสม.จะหยิบเอกสารขึ้นมาศึกษาเพิ่มเติม ทำให้ต้องคิดหาแนวทางที่จะช่วยให้ อสม.มีความรู้พร้อมกับมีกำลังใจในการทำงาน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในหมู่ อสม. ระบบลูกเสือจึงถูกเลือกและหยิบยกมาใช้ในการอบรมความรู้แก่ อสม.

                ในปี 2554 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี ได้จัดอบรม อสม.ในแต่ละอำเภอโดยใช้กระบวนการลูกเสือแล้ว 10 อำเภอ รวมทั้งสิ้นเกือบ 1.2 หมื่นคน ฐานการเรียนรู้ที่ใช้ในการอบรมจะเน้นฐานความรู้ที่ อสม.จะนำไปใช้ในการลงพื้นที่จริงในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 5 ฐานหลัก คือ 1.ฐานฉลาดกิน ฉลาดซื้อ เพื่อให้เข้าใจเรื่องของฉลากอาหารและการเลือกซื้อ แยกประเภทของผลิตภัณฑ์ได้อย่างฉลาด 2.ฐานสลัดมัน เรียนรู้การจัดการลดการกินของมันๆ และการออกกำลังกาย 3.ฐานลูกน้ำยุงลาย นำเสนอความรู้ในเรื่องของวงจรชีวิตลูกน้ำยุงลาย และการเกิดโรค การป้องกันที่ถูกวิธี รวมถึงการนำเอาสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นผลงานนวัตกรรมใหม่ๆ จากสิ่งของที่อยู่รอบตัวมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ เรียนรู้การวิเคราะห์และการลงบันทึกในการตรวจได้ถูกวิธี 4.ฐานดูแลผู้ป่วยความดันโลหิต เพื่อให้เข้าใจในกระบวนการและวิธีการในการตรวจวัดความดันอย่างถูกวิธี และปัจจัยต่างๆ ของการเกิดความดันสำหรับนำไปแนะนำชาวบ้าน และ 5.ฐานดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เรียนรู้เรื่องหมวดหมู่อาหารที่มีผลและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค 

                  "ระบบลูกเสือไม่เพียงแต่ทำให้ อสม.ได้ความรู้และเข้าใจเนื้อหาที่อบรมมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ อสม.อดทน มีระเบียบวินัย กล้าที่จะแสดงออกผ่านกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ตอบโจทย์ในเรื่องของการสร้างภาวะผู้นำและความรักสามัคคีด้วย ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาสู่การเป็น อสม.เชี่ยวชาญ และนักจัดการสุขภาพชุมชนตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในอนาคต" นพ.บุญเรียงกล่าว

                  หลังการอบรม อสม.ราชบุรีได้นำระบบหมู่ของลูกเสือมาปรับใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการออกเยี่ยมบ้านชาวบ้าน นายกิตติภพ พิศูลห์ ประธาน อสม.หมู่ 3 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หนึ่งในลูกเสือ อสม. อธิบายว่า จากเดิม อสม. 1 คนดูแลชาวบ้านประมาณ 10-15 ครัวเรือน ปรับใหม่เพิ่มเป็น 3-5 คนร่วมกันดูแล ทำให้การออกเยี่ยมบ้านมีประสิทธิภาพมากกว่าการไปเพียงคนเดียว เนื่องจากในการออกเยี่ยมบ้านแต่ละครั้ง มีงานที่ อสม.ต้องทำไม่น้อย ไม่เพียงแต่ไปนั่งพูดคุยกับชาวบ้าน เช่น วัดความดัน วัดเอว ให้ความรู้เรื่องต่างๆ ตรวจหาลูกน้ำยุงลาย รวมถึงการตรวจของบริโภคทั้งกะปิ น้ำปลา น้ำตาล และอื่นๆ เพื่อดูว่ามี อย.และเป็นสินค้าที่เสี่ยงต่อสุขภาพหรือไม่

                 นายกิตติภพ บอกด้วยว่า การออกเยี่ยมบ้านแต่ละครั้งจะเริ่มจากการเรียกรวมหมู่ลูกเสือ อสม.ที่รับผิดชอบครัวเรือนเดียวกันแล้วแบ่งกลุ่มในการปฏิบัติงาน ตามเป้าหมายหลักๆ 4 กลุ่ม คือ ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน, ส่งเสริมป้องกันโรค, คุ้มครองผู้บริโภคและผู้สูงอายุ โดยจะออกเยี่ยมบ้านเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง

                "เมื่ออบรมเป็นลูกเสือ อสม.แล้ว ทำให้การทำงานแตกต่างจากเดิม มีการทำงานเป็นทีมมากขึ้น เวลาไปทำงานหรือเยี่ยมบ้านจะไปเป็นกลุ่มทำให้การตรวจสอบ ดูแลทั่วถึงและบันทึกข้อมูลของแต่ละครัวเรือนทำได้ละเอียดและรอบคอบ ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญ ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับ อสม.ดีกว่าเดิม ทำให้คัดกรองโรคต่างๆ ได้อย่างน้อยถึง 80 %" นายกิตติภพกล่าวอย่างภาคภูมิใจ


...................................
('ลูกเสืออสม.'ลดโรคเรื้อรัง รวมหมู่เคาะบ้านดูแลสุขภาพ โดย...พวงชมพู ประเสริฐ )