
อนาคตการศึกษาอยู่ในมือทุกคน
อนาคตการศึกษาอยู่ในมือทุกคน อำนวย สุนทรโชติ ฝากไว้ก่อนหมดลม โดย...อำนวย สุนทรโชติ
อำนวย สุนทรโชติ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Error! Hyperlink reference not valid. ผู้ก่อตั้งชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 ด้วยโรคมะเร็งตับ นี่คือบทความที่เขาเขียนไว้ก่อนหน้านี้หมดลมหายใจ
อำนวย เกิดวันที่ 30 เมษายน 2510 เป็นลูกชาวนาที่ จ.ฉะเชิงเทรา เรียนป.1-ป.6 ที่โรงเรียนวัดบ้านนาประชาชนรังสฤษฎิ์ เรียน ม.1-ม.6 ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ เป็นคนเรียนดี โดยเฉพาะวิชาคำนวณเช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และภาษาอังกฤษ สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน จากนั้นสอบเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แผนกเครื่องกล โดยได้รับทุนการศึกษาทุกปี และหารายได้ด้วยการสอนพิเศษ ช่วงแรกๆสอนเด็กหลายคนหลายกลุ่ม พอตอนหลังๆ สอนที่ครอบครัวจุฬาโรจน์มนตรีจนสำเร็จการศึกษา
จบการศึกษาที่จุฬาฯ แล้วก็ไปทำงานที่บริษัทเอสโซ่อยู่ประมาณ 3 ปี แล้วย้ายไปทำงานที่บริษัทคูเวตปิโตรเลี่ยม 3 ปี จากนั้นลาออกมาทำปั๊มน้ำมันภายใต้ยี่ห้อคิวเอท เอสโซ่ และบางจาก ปี 2540 วิกฤติต้มยำกุ้งทำมีหนี้สินมากมาย เลิกทำปั๊มทั้งหมด แล้วหันมาค้าส่งน้ำมันใช้หนี้สินหมดในเวลาต่อมา
เมื่อครั้งที่จบวิศวะ อำนวยตั้งเป้าหมายว่าจะตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการศึกษา เขาเริ่มต้นจากการขอเข้าไปนั่งในห้องเรียนของโรงเรียนเพื่อรื้อฟื้นความหลังว่าโรงเรียนสอนอย่างไร นักเรียนเรียนกันอย่างไร นั่งฟังไปก็คิดไปว่าจะทำให้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นดีขึ้นอย่างไร จากนั้นได้ทำสรุปให้แต่ละโรงเรียนว่าในมุมมองเขาควรจะปรับปรุงอย่างไร และทำโครงการรักการอ่านโดยทำให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวาขึ้นมา
จากนั้นไปช่วยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจัดโครงการรักการอ่านทั้งจังหวัดโดยซื้อหนังสือดีๆ ประมาณ 10 เรื่องแจกให้แต่ละโรงเรียนจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับนักเรียน แล้วให้เด็กมาสอบวัดความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือนั้น จากนั้นก็รณรงค์ต่อต้านการรับฝากเด็กและการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ โดยสามารถทำให้โรงเรียนมัธยมที่จบมาไม่มีการฝากเด็กมาตั้งแต่ปี 2550
ปี 2554 เป็นกรรมการติดตามตรวจสอบการรับนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีส่วนในการออกกติกาต่างๆ และมีส่วนในการผลักดันเรื่องหลายเรื่อง ทำควบคู่ไปกับสอนพิเศษฟรีให้แก่นักเรียนทั่วๆ ไป เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เคยตระเวนสอนตามโรงเรียนต่างๆ สร้างห้องเรียนพิเศษขนาดใหญ่ของตนเองที่จุนักเรียนได้ 250 คน แต่เปิดสอนได้ 3 วันก็รู้ว่าเป็นมะเร็ง แต่ก็ได้อาจารย์เก่า และรุ่นน้องๆ มาช่วยสอน จนจบไป 3 คอร์สแล้ว จะเน้นสอนช่วงปิดเทอมโดยสอนทั้งวัน ทุกวันไม่มีวันหยุด มีนักเรียนเรียนอยู่ประมาณ 200 คน
ตอลดเวลาที่ผ่านมา อำนวยคอยพิทักษ์สิทธิเด็กในเรื่องสิทธิในการศึกษา ร้องเรียนและฟ้องศาลปกครองเรื่องความไม่ยุติธรรมของระบบแอดมิชชั่นส์ไป 2 คดี ฟ้องเรื่องรับตรงไป 1 คดี ฟ้องเรื่องการขาดรูปแล้วไม่ให้เข้าสอบแพทย์ของ กสพท.ไป 14 คดี ตรวจข้อสอบ GAT-PAT และ O-NET ว่าข้อสอบผิดหรือไม่ เฉลยผิดหรือไม่ หลายครั้ง ก่อนที่ สทศ.จะลงมือตรวจข้อสอบทำให้นักเรียนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น
สรุปคำศัพท์ภาษาอังกฤษขั้นต่ำที่เด็กไทยควรจะรู้ เพื่อให้นักเรียนจะได้รู้เป้าหมายในการท่องศัพท์ โดยอัพโหลดไว้บนเว็บไซต์ ขึ้นไว้บนเว็บไซต์ สทศ.ด้วย และสอนภาษาอังกฤษด้วยการแปลข่าวภาษาอังกฤษกว่า 200 ข่าวแบบคำต่อคำให้นักเรียนได้หัดอ่านจะได้ฝึกแปลให้ถูกต้องโดยโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ รวมทั้งเคยทำแอนิเมชั่นสอนฟิสิกส์ให้ง่ายขึ้น
สิ่งที่อยากทำมากที่สุด แต่คงไม่มีโอกาสได้ทำแล้วคือ อยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้มีคุณภาพอย่างน้อยก็ต้องทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือดีกว่า โดยสิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนของการศึกษาไทยคือ ต้องรื้อหลักสูตรทิ้งทั้งหมดแล้วสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ เพราะมีวิชามากกว่าครึ่งหนึ่งที่เรียนไปแล้วไม่เคยได้ใช้ในชีวิตเลย วิชาบางส่วนก็เน้นความรู้แบบท่องจำซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์แล้วในปัจจุบัน เพราะความรู้เหล่านั้นสามารถหาได้จากกูเกิลหรือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะในอนาคต สิ่งที่ถูกต้องของการเขียนหลักสูตรคือ ส่วนที่จะต้องนำไปใช้ในอนาคต และส่วนที่อาจจะไม่ได้ใช้โดยตรงแต่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น
ตอนนี้พยายามนอนเขียนหนังสือเรื่องการศึกษาอยู่เล่มหนึ่งชื่อ "การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ" เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาในปัจจุบันและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ได้แต่หวังจะเขียนได้จนจบ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยและแผ่นดินไทย
ทั้งหมดทั้งสิ้นที่เขียนมานี้ก็ต้องการเพียงแต่จะบอกคนรุ่นต่อๆ ไปว่าในขณะที่ร่างกายแข็งแรงและยังมีพลังเต็มเปี่ยมนั้นจงรีบทำความดี จงรีบช่วยเหลือสังคม จงรีบตอบแทนคุณแผ่นดิน อย่าผัดวันประกันพรุ่งว่าให้เรียนจบก่อน ให้งานมั่นคงก่อน ให้ลูกมั่นคงก่อน ให้รวยก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือสังคม เพราะถ้าคิดเช่นนั้นจะไม่มีโอกาสได้ช่วยสังคมและประเทศชาติเลย
ชีวิตคนทุกคนนั้นมี 2 สิ่งที่ทุกคนทำ คือ 1 สิ่งที่ต้องทำ ซึ่งหมายถึงการเรียนและการประกอบอาชีพ 2.สิ่งที่อยากทำ คือสิ่งที่เป็นความชอบ เป็นความใฝ่ฝันของแต่ละคน แต่ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่มักจะทำแต่สิ่งที่ต้องทำ แต่ไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่สิ่งที่ถูกต้องคือคุณต้องทำมันไปพร้อมๆ กันแล้วชีวิตก็จะครบสมบูรณ์ แล้วเมื่อวันนั้นของชีวิตมาถึงจะได้ไม่ต้องบ่นเสียดายว่าโน่นก็ยังไม่ได้ทำ นี่ก็ยังไม่ได้ทำ
ต่อไปนี้ผมขอฝากอนาคตของประเทศไว้ในมือของทุกท่านด้วย
.....................................
(อนาคตการศึกษาอยู่ในมือทุกคน อำนวย สุนทรโชติ ฝากไว้ก่อนหมดลม โดย...อำนวย สุนทรโชติ)



