ไลฟ์สไตล์

เวียดนามร้องต่อต้านใช้สารพิษในหมู

เวียดนามร้องต่อต้านใช้สารพิษในหมู

19 มี.ค. 2555

เวียดนามเรียกร้องให้มีการต่อต้านการใช้สารพิษในหมู สหรัฐอเมริกาอาจจะยกเลิกห้ามนำเข้าเนื้อวัว

             19มี.ค.2555 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม นาย Cao Duc Phat ได้เรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้สารสเตียรอยด์ในการเพิ่มน้ำหนักสุกรแบบไม่ธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการบริโภคเนื้อสุกร
          
              ทั้งนี้การตรวจสอบโดย Thanh Nien พบว่ามีการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต (agonist growth-promoting hormones) กับสุกรเป็นที่แพร่หลาย สารที่นิยมใช้ ได้แก่ Clenbuterol และ salbutamol ที่ผลิตมาเพื่อรักษาโรคหอบหืดและโรคปอด แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งตัวยาอาจจะไปเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจและความดันโลหิตที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารและโรคอื่น ๆ
           
             นาย Nguyen Xuan Duong รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามกล่าวว่าการรับประทานเนื้อหมูที่มีสารดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาทางระบบประสาทและโรคมะเร็ง จากการสำรวจล่าสุดโดยหน่วยงานของกรมปศุสัตว์พบสัดส่วนสารเคมีอันตรายในเนื้อหมูถึงร้อยละ 43 ในปัสสาวะสุกร และร้อยละ 24 ของเนื้อหมูที่นำมาจากโรงฆ่าสัตว์ต่าง ๆ ในเมืองโฮจิมินห์ซิตีมีสารเคมีที่เป็นอันตราย
            
             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามกล่าวว่าสถานการณ์มีความน่าเป็นห่วง และการใช้สารเคมีที่ผิดกฎหมายในการเลี้ยงสุกรจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังเช่นเดียวกับยาเสพติดอื่นๆ สารเคมีที่ผิดกฎหมายมีการใช้อย่างกว้างขวางเป็นจำนวนถึงครึ่งหนึ่งของเกษตรกรในจังหวัด Dong Nai ส่วนใน Ba Ria Vung Tau อยู่ระหว่างร้อยละ 20-25, ใน Binh Duong อยู่ระหว่างร้อยละ 10 และร้อยละ 5 ใน Tay Ninh
            
             ด้านผู้ประกอบการค้าสุกรใน Dong Nai กล่าวว่าสารเคมีที่ผิดกฎหมายเข้ามาจากประเทศจีนในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากกำกับ กล่องละ 20-50 กิโลกรัม ปะปนเข้ามากับผลิตภัณฑ์การเกษตรและสินค้าอื่น ๆ ที่ถูกกฎหมาย


สหรัฐอเมริกาอาจจะยกเลิกห้ามนำเข้าเนื้อวัว

             สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)ระบุว่า  จากการควบคุมเข้มงวดตลาดนำเข้ามาป็นเวลาหลายปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ(USDA )กล่าวว่ากำลังพิจารณาปรับกฎระเบียบการนำเข้าสำหรับ bovine spongiform encephalopathy (BSE) ซึ่งหมายถึง อาจอนุญาตให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันถูกห้ามนำเข้า ซึ่งระเบียบใหม่ของสหรัฐจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับองค์การเพื่อสุขภาพสัตว์โลก (OIE) ซึ่งอยู่บนพื้นฐานใหม่ล่าสุดทางวิทยาศาสตร์และความรู้ในปัจจุบันเกี่ยวกับโรควัวบ้า

             การผลักดันให้ USDA แก้ไขกฎระเบียบมีเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยช่วงต้นปี กลุ่มของวุฒิสมาชิก 31 คน ได้กดดัน USDA จัดทำกฎระเบียบที่มีความครอบคลุม โดยกล่าวว่าการไม่ปรับปรุงกฎระเบียบไม่เป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ และลดบทบาทผู้นำของสหรัฐ  ในการนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อวัวสหรัฐฯ ได้ต้อนรับข้อเสนอดังกล่าว โดยเห็นว่ากฎระเบียบการนำเข้า BSE ในปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาการค้าและทำให้ผู้ส่งออกของสหรัฐฯ เสียผลประโยชน์
               
             สมาคมผู้เลี้ยงเนื้อวัวแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่าบางประเทศที่มีการจำกัดหรือป้องกันการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ กำลังใช้ประโยชน์จาการที่สหรัฐฯ ไม่ได้มีกฎระเบียบที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ BSE เพื่อนำมาเป็นอุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
               
             ทั้งนี้แคนาดาเห็นด้วยกับข้อเสนอของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา และเชื่อว่าวิธีการนี้จะตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการจัดการ BSE โดยไม่จำเป็นต้องต้องวางข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นในทางการค้า รวมทั้งสหภาพยุโรปที่ถูกห้ามส่งออกเนื้อวัวมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1997 โดย สมาคมปศุสัตว์แห่งชาติของอังกฤษ (National Beef Association - NBA) เห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญต่อการยกเลิกการห้ามนำเข้า ทั้งนี้ นาง Joanne Pugh ผู้ช่วยผู้บริหารสมาคม NBA มีความเห็นว่าไม่เพียงแค่สหรัฐอเมริกาจะเป็นตลาดส่งออกเนื้อวัวใหม่ที่น่าสนใจสำหรับอังกฤษ แต่จะยังเป็นที่รับทราบโดยประเทศอื่นๆ ว่าเนื้อวัวจาก UK เป็นหนึ่งในเนื้อวัวที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ปีที่แล้ว ประเทศนอกสหภาพยุโรป 37 ประเทศได้อนุญาตินำเข้าเนื้อจากอังกฤษ

             บราซิลหวังว่ากฎระเบียบที่ปรับปรุงใหม่จะเห็นจุดเริ่มต้นของการส่งออกเนื้อวัวบราซิลไปยังสหรัฐอเมริกา