
ปรับโครงสร้างวธ.รับเป็นรุก!
10 ปี 'รับ' เป็น 'รุก' วัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสังคม : โดย ... ผกามาศ ใจฉลาด / วิเคราะห์ภัยคุกคาม จุดอ่อน จุดแข็ง : โดย ... สมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ.
ถือโอกาสปัดกวาดเช็ดถูและจัดบ้านให้เป็นสัดส่วนครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปีของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ภายหลังจัดตั้งมาตั้งแต่ 3 ตุลาคม 2545 เนื่องจากแม่บ้านใหญ่ สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วธ. เห็นว่าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา วธ. พ.ศ.2554-2556 นั้นมีความท้าทายหลายด้านทั้งการบริหารมรดกทางวัฒนธรรมกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของสินค้าและบริการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) ท่ามกลางกระแสการครอบงำวัฒนธรรม ขาดการสืบทอดของคนรุ่นใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
ด้วยบริบทภายนอกเช่นนี้ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนบริบทภายในองค์กร วธ. ครั้งใหญ่ ดังนี้
1.สำนักงานปลัด วธ. มีนายสมชาย เสียงหลายเป็นปลัดวธ. เสนอยกระดับกลุ่มประชาสัมพันธ์เป็นสำนักสารนิเทศ ยกระดับกลุ่มนิติการเป็นสำนักนิติการ เพิ่มกลุ่มความร่วมมืออาเซียนในสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ยุบรวมกลุ่มส่งเสริมเครือข่ายและกลุ่มพัฒนาบุคลากรเป็นสถาบันพัฒนาการมีส่วนร่วมและบุคลากรทางวัฒนธรรม จัดตั้งสำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเพิ่มกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ขอเพิ่มกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (องค์การมหาชน)
2.กรมศิลปากร มีนางโสมสุดา ลียะวณิช เป็นอธิบดีกรมศิลปากร เสนอจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม ศูนย์โบราณคดีใต้น้ำ ศูนย์สารสนเทศด้านมรดกทางศิลปวัฒนธรรม หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (องค์การมหาชน)
3.กรมการศาสนา มีนายปรีชา กันธิยะ เป็นอธิบดีกรมการศาสนา เสนอจัดตั้งกองส่งเสริมกิจการฮัจย์ กองกองทุนส่งเสริมงานศาสนา
4.กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) มีนางปริศนา พงศ์ทัดศิริกุล เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เสนอเปลี่ยนชื่อจากกองกลางเป็นสำนักบริหารกลาง เพิ่มภารกิจและเปลี่ยนชื่อสถาบันวัฒนธรรมศึกษาเป็นสำนักมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จัดตั้งสำนักนวัตกรรมทางวัฒนธรรม เพิ่มภารกิจและเปลี่ยนชื่อสำนักส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมเป็นสำนักกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม แยกศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและหออัครศิลปินออกจากสถาบันวัฒนธรรมศึกษา
5.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มีนายชาย นครชัย เป็นผู้อำนวยการ สศร. เสนอเปลี่ยนชื่อจาก สศร. เป็นกรมส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ยกระดับกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเป็นสำนักพัฒนาระบบบริหาร ยกระดับกลุ่มตรวจสอบภายในเป็นสำนักตรวจสอบภายใน จัดตั้งกลุ่มสารสนเทศและเทคโนโลยี เปลี่ยนชื่อกองกลางเป็นสำนักบริหารกลาง ปรับปรุงภารกิจศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน ปรับปรุงภารกิจและเปลี่ยนชื่อศูนย์หอศิลป์เป็นสำนักหอศิลป์ร่วมสมัย ปรับปรุงภารกิจสถาบันศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จัดตั้งสำนักส่งเสริมประยุกต์ศิลป์ จัดตั้งสำนักส่งเสริมวิจิตรศิลป์
“ที่ผ่านมา วธ. เจอปัญหางานวัฒนธรรมมีขอบข่ายงานที่กว้างมาก ไม่ได้ลงรายละเอียดลึก จำนวนคนลงไปดูแลค่อนข้างน้อย จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานทั้งในเรื่องบุคลากรและการทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น ลงรายละเอียดมากขึ้น ไม่ปล่อยให้เสียโอกาสเพราะไทยเรามีทุนทางวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะกรมศิลปากรที่จะมีการจัดตั้งศูนย์โบราณคดีใต้น้ำ จะทำให้งานเดินหน้าเร็วขึ้น ที่ผ่านมาเราไม่มีคน ไม่มีโอกาสสำรวจโบราณคดีจริงจัง ใน 1 ปีสำรวจได้แค่ 3 แห่งทั้งที่โบราณวัตถุเรามีมากมาย”
ในส่วนการปรับโครงสร้างของ สวธ. ที่จะมีการจัดตั้ง “สำนักมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ครั้งนี้ “สุกุมล” มองว่า เนื่องจากไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าเป็นภาคีมรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ของยูเนสโก สวธ. จะต้องเร่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านโดยขึ้นทะเบียนตั้งแต่ระดับชุมชนขึ้นมาถึงระดับชาติ เป็นรูปแบบเดียวกัน เมื่อไทยเข้าเป็นภาคียูเนสโกเมื่อไหร่ ก็จะสามารถขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลามานับหนึ่งใหม่ จะช้า เสียโอกาส ส่วน สศร. จะเน้นเผยแพร่ศิลปะ ดนตรีแก่เยาวชนให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดังนั้น จึงเห็นว่า ภาพรวมในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ก็มีความเหมาะสม
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจากที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการ วธ. ควรจะดูแลเรื่องการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น นิทานพื้นบ้าน สูตรอาหารไทย งานช่างๆ เนื่องจากที่ผ่าน วธ.เป็นหน่วยสนับสนุนควรจะดูแลเรื่องดังกล่าวแบบครบวงจร รวมถึงให้เร่งผลักดันงานทุกอย่างที่จะนำเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นเพียงข้อเสนอ รมว.วธ. จะนำเสนอต่อ ก.พ.ร. ให้พิจารณาต่อไป
----------
วิเคราะห์ภัยคุกคาม จุดอ่อน จุดแข็ง : โดย ... สมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ.
ภัยคุกคาม 1.คนไทยให้ความสำคัญกับศีลธรรมและวัฒนธรรมที่ดีงามลดลง 2.วัฒนธรรมไทยยังไม่สามารถแสดงบทบาทชัดเจนในอารยธรรมหลากหลาย 3.ความอ่อนแอของทุนสังคมที่ยึดโยงวิถีชีวิต ค่านิยมดั้งเดิม 4.ฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงจึงไม่เห็นความสำคัญของวัฒนธรรม 5.การรับรู้เรื่องวัฒนธรรมยังจำกัดแค่ความบันเทิง จิตใจที่เป็นนามธรรมจึงยากต่อการพัฒนางานด้านวัฒนธรรม
จุดอ่อนของวธ. 1.ขาดการสื่อสารกับสังคม 2.การบูรณาการงานทั้งภายในและภายนอกยังไม่มีประสิทธิภาพ 3.ภารกิจของส่วนราชการในสังกัดมีความทับซ้อนกันอยู่ 4.กฎหมาย ระเบียบรองรับงานยังไม่สมบูรณ์ 5.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไม่รองรับผู้ใช้งานและผู้รับบริการ 6.ขาดการจัดการความรู้การปฏิบัติงานภายในองค์กร 7.ระบบติดตามประเมินผลไม่ส่งผลต่อการพัฒนางาน 8.อัตรากำลังไม่เพียงพอ
จุดแข็ง 1.ภาพลักษณ์องค์กรโปร่งใส ตรวจสอบได้ 2.บุคลากรมีความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม 3.มีแหล่งองค์ความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม 4.รักษามาตรฐานงานอนุรักษ์แบบแผนประเพณีของชาติได้ดี 5.มีหน่วยงานส่วนภูมิภาค 76 จังหวัดรองรับงาน 6.มีภาคีเครือข่ายช่วยดำเนินงานวัฒนธรรม
“ที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมมีลักษณะโครงสร้างเชิงรับ จึงต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์มาเป็นโครงสร้างเชิงรุก เน้นกิจกรรมนำความรู้มรดกวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม การมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรภาคี รวมทั้งบุคลากรทางวัฒนธรรม คนทั่วไปสามารถนำวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนานวัตกรรมแปลงทุนวัฒนธรรมมาเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม เราจะพัฒนากระทรวงจากกระทรวงสังคมมาเป็นเศรษฐกิจสังคม”
----------
(หมายเหตุ : 10 ปี 'รับ' เป็น 'รุก' วัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสังคม : โดย ... ผกามาศ ใจฉลาด / วิเคราะห์ภัยคุกคาม จุดอ่อน จุดแข็ง : โดย ... สมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ.)
----------



