ไลฟ์สไตล์

สินค้าเกษตรทะลักชายแดน-บั่นทอนรายได้

สินค้าเกษตรทะลักชายแดน-บั่นทอนรายได้

19 มี.ค. 2555

สารพัดสินค้าเกษตรทะลักชายแดน - ภัยซ้ำซากบั่นทอนรายได้เกษตรกร : โดย ... ดลมนัส กาเจ

          หลังจากประเทศไทยได้ลงนามว่าด้วยเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า (ASEAN Free Trade Area :  AFTA) กับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน มาตั้งแต่ปี 2535 เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก โดยต้องการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอาเซียนในตลาดโลก ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามายังภูมิภาค และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีการค้าโลก และได้มีการลดภาษีศุลกากรเหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 นั้น แม้ประเทศจะสามารถส่งสินค้าเกษตรไปยังกลุ่มที่ตกลงร่วมกัน แต่อีกมุมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย นั่นคือมีสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกทะลักเข้า และส่งผลกระทบต่อด้านราคาของสินค้าเกษตรไทยไม่ใช่น้อยเช่นกัน

          ที่เลวร้ายไปกว่าคือ ยังมีสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือที่เรียกว่ากลุ่ม ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ที่กำหนดจะลดภาษีในวันที่ 1 มกราคม 2558 ซึ่งจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจ หรือเออีซี(AEC) ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ยิ่งสงผลให้ราคาสินค้าเกษตรของเกษตรกรไทยผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะตามแนวชายแดนประเทศพม่า และกัมพูชามีมากที่สุด

          ล่าสุด นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  บอกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือมายังกระทรวงมหาดไทยให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดน ตรวจสอบ สกัดกั้นและดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ลักลอบสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อบ้าน เพราะขณะนี้มีการลักลอบนำเข้าหอมหัวใหญ่ กระเทียม และสินค้าเกษตรอื่นๆ จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สนธิกำลังสมาชิก กองอาสารักษาดินแดน ทหาร และตำรวจ ตั้งด่านตรวจตามแนวพรมแดน จุดผ่อนปรน และด่านชายแดนต่างๆ ที่พิจารณาเห็นว่า เป็นเส้นทางขนส่งที่อาจมีการลักลอบนำสินค้า ทั้งหัวหอมใหญ่ กระเทียม รวมนำหัวมันสำปะหลังสด แล้วนำมาสวมสิทธิ์เข้ารับจำนำตามโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

          "ผู้ว่าราชการจังหวัด 30 จังหวัดที่มีพื้นที่จังหวัดติดกับแนวชายแดน ประสานด่านศุลกากรทุกด่านในพื้นที่ให้เข้มงวดกวดขันการนำเข้าสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเน้นตรวจสอบการสำแดงราคาการนำเข้าของผู้ประกอบการตรวจสอบเอกสารอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และหมุนเวียนใช้ในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ รวมถึงให้นายอำเภอทุกอำเภอที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประสานฝ่ายทหารหรือตำรวจในการลาดตระเวนตามแนวรอยต่อของพรมแดนทางบก หรือลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำโขง เพื่อตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด" ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว 

          สำหรับสินค้าที่มีการลักลอบมาจากชายแดนไทยกัมพูชาที่เห็นชัดเจนคือมันสำปะหลัง ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่า จะมาสวมรอยโครงการรับจำนำมันสำปะหลังในราคากิโลกรัมละ 2.70 บาท ของรัฐบาลหรือไม่ เช่นเดียวกับข้าวเปลือกที่อาจจะสวมโคตารับจำนำข้าวของไทยหรือไม่ รวมถึงมะนาวที่มาจากประเทศเวียดนามในช่วงที่มะนาวในประเทศไทยราคาสูง ถึงขนาดเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในพื้นที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และจ.กาญจนบุรี มีการเคลื่อนไหวและหาแนวทางในการสกัดกั้นไม่ให้พ่อค้าแม่ค้านำมะนาวที่นำเข้าจากประเทศเวียดนามมาขายผสมกับมะนาวแป้นของไทย

          นายนิวัติ ปากวิเศษ เกษตรกรที่ปลูกมะนาวในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ระบุว่า ช่วงมะนาวมีราคาแพง ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม มีพ่อค้าแม่ค้านำมะนาวจากเวียดนาม ผสมรวมกับมะนาวแป้นของไทย และขายในราคาเท่ากับมะนาวแป้นของไทยด้วย ทั้งที่คุณภาพของมะนาวเหล่านี้สู้ของไทยไม่ได้ ทั้งขนาดของผลมะนาว และน้ำ และความเปรี้ยวของไทยจะดีกว่า

          "เดิมที่จะนำมะนาวจาก จีน ลาว กัมพูชา และพม่า แต่ในปัจจุบันกลับมีมะนาวจากเวียดนามผสม ทำให้มะนาวล้นตลาด เกษตรกรที่ปลูกมะนาวในประเทศไทยไดัรับความเดือดร้อนอย่างทั่วหน้า ผมอยากเรียกร้องให้มีการจดสิทธิบัตรมะนาวไทย เพื่อป้องกันไม่ให้นำพันธุ์มะนาวของไทยไปปลูกในต่างประเทศ และมาขายในไทย ถ้าพบว่ามีการลักลอบนำเข้ามะนาวจากประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต ภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีทันที เพื่อลดความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ปลูกมะนาวด้วย" นายนิวัติกล่าว

          ขณะที่ตามแนวชายแดนไทยพม่านั้น ที่ลักลอบนำสินค้าเกษตรจะเป็นไปตามฤดูกาล อย่างนี้จะเป็นหัวหอม กระเทียม แต่มีการลักลอบนำเข้าต่อเนื่องจะเป็นสัตว์เลี้ยงทั้งโค กระบือ รวมถึงแพะด้วย ล่าสุดพบว่าที่ จ.ระนอง มีการลักลอบแพะจากตอนใต้ของพม่าเข้ามาในพื้นที่ จ.ระนอง ทั้งนี้เป็นการยืนยันจาก นายเกษตร สุวรรณเพชร ปศุสัตว์จังหวัดระนอง ว่า ขณะนี้พบว่ามีการลักลอบนำเข้าแพะจากประเทศพม่าผ่านเข้ามาทางชายแดนด้าน จ.ระนอง เป็นจำนวนมาก เนื่องจากแพะในพื้นที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคใต้ ที่มีตลาดใหญ่ที่ จ.ภูเก็ต และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีการราคาซื้อขายแพะสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท สำหรับแพะทั้งตัวที่ยังไม่ชำแหละ

          นายเกษตรบอกวิธีลักลอบนำแพะเข้ามายังประเทศไทย ขบวนการใหญ่เชื่อมโยงกันหลายกลุ่ม ส่วนหนึ่งมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะใน จ.ระนอง เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นตัวเชื่อมในการนำแพะเข้ามาพักก่อนจะส่งจำหน่ายไปยังเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะลักลอบนำเข้าในกลางคืนแล้วไปพักตามเกาะต่างๆ อาทิ เกาะสินไห ที่กลุ่มชองไทยมุสลิมเลี้ยงอยู่แล้ว จากนั้นเครือข่ายจะเริ่มเคลื่อนย้ายแพะออกจากพื้นที่ปะปนกับแพะที่เลี้ยงในพื้นที่ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ และทราบว่าขบวนการเหล่านี้ทำมานานแล้ว

          "การลักลอบนำสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน น่าเป็นห่วงมากครับ เพราะอาจจะมีการนำเชื้อโรค หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงเข้ามาระบาดในพื้นที่ อย่างแพะจะมีโรคระบาดที่น่าเป็นห่วงคือโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นโรคระบาดที่ติดต่อกันได้ง่าย อีกโรคหนึ่งคือโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ หากสัตว์ได้รับเชื้อจะตายอย่างรวดเร็ว รวมถึงโรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคที่เกิดจากเชื่อไวรัสเอฟเอ็มดี (FMD) อีกด้วย" ปศุสัตว์จังหวัดระนองกล่าว 

          ปัญหาการลักลอบนำสินค้าเกษตรทะลักชายแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นับเป็นมหันตภัยอย่างหนึ่งของเกษตร ที่เป็นตัวบั่นทอนต่อสินค้าเกษตรของไทยมายาวนาน และยังคงจะเป็นเช่นนี้อีกต่อไป ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องรอให้นายสั่งการหรือเบื้องบนต้องไขลานจึงจะลงมือปราบปราม ทั้งความจริงต้องมีสำนึกในหน้าที่เสมอว่า ภารกิจนี้คือหน้าที่จะต้องปราบปรามอย่างจริงจังทุกวี่วันด้วย

 

 

----------

(หมายเหตุ : เกษตร : สารพัดสินค้าเกษตรทะลักชายแดน - ภัยซ้ำซากบั่นทอนรายได้เกษตรกร : โดย ... ดลมนัส  กาเจ)

----------