ไลฟ์สไตล์

วิทยาการข้าวไทย(2)

วิทยาการข้าวไทย(2)

19 มี.ค. 2555

เกษตรยุคใหม่ : วิทยาการข้าวไทย (2) : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสไปดูงานที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติหรือ IRRI ซึ่งอยู่ที่ฟิลิปปินส์ โดยเดินทางไปกับอธิบดีชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมการข้าวและท่านปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ไปเห็นความก้าวหน้าทางการวิจัยของสถาบันแห่งนี้แล้วต้องย้อนกลับมาดูผลงานของประเทศไทย ซึ่งเราคิดว่าผลงานของเราดีเด่นจนสามารถส่งข้าวคุณภาพดีที่สุดในโลกออกไปขายได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก และหลายคนคิดว่าคงไม่มีใครสู้ประเทศไทยได้ 

          แต่ความจริงแล้วความคิดเหล่านี้ผิดถนัดครับ สถาบันข้าวนานาชาติเป็นที่รวมของนักวิทยาศาสตร์ด้านข้าวของโลกไว้มากมาย และในแต่ละวันก็ทำงานวิจัยกันหลากหลายโดยแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ เท่าที่เห็นงานวิจัยของสถาบันข้าวนานาชาติแห่งนี้กำลังทำอยู่มีหลายอย่าง ที่เด่นๆ ก็คือเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อให้ทนเค็ม ทนน้ำท่วม ข้าวที่มีธาตุเหล็กมาก รวมทั้งข้าวที่ทนโรค ทนแมลง และข้าวลูกผสมที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้านต่างๆ ตามที่ต้องการ และที่น่าสนใจคือกำลังทำวิจัยข้าวตัดต่อพันธุกรรมหรือที่เราเรียกว่า GMO ซึ่งเรื่องนี้ในเมืองไทยยังขยับไปไหนไม่ได้ เพราะถูกคัดค้านและรัฐบาลยังไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผลก็คือ เมืองไทยเราไม่มีโอกาสตามวิทยาการเหล่านี้ได้ทันต่างประเทศอย่างแน่นอน 

          ตอนนี้มีข้าวที่มีสีเหลืองเหมือนขมิ้นสวยงามมาก เรียกว่าโกลเด้นไรซ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมาให้มีวิตามินเอสูงมาก แก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนวิตามินเอได้เป็นอย่างดี และมีสีสวยชวนกินอย่างมาก ข้าวพันธุ์นี้ได้แพร่กระจายไปยังหลายประเทศแล้ว แต่ว่าเมืองไทยยังไม่ได้นำเข้ามาปลูกเป็นจริงเป็นจัง แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านี้ก็คือ ทางสถาบันข้าวนานาชาติกำลังทำการเปลี่ยนแปลงต้นข้าวขนานใหญ่ในระดับยีน นั่นคือกำลังมีความพยายามปรับเปลี่ยนระบบการสังเคราะห์แสงของต้นข้าวจากเดิมที่มีประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงต่ำ ให้สามารถสังเคราะห์แสงได้มากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

          เรียกได้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนในระดับพันธุกรรม เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนขนานใหญ่ในระดับโครงสร้างของใบและกระบวนการทางชีวเคมีในต้นข้าวทั้งหมดทั้งระบบการหายใจและระบบการสังเคราะห์แสง ถ้าจะเรียกให้ถูกก็เหมือนเป็นการเปลี่ยนชนิดพืชกันเลยทีเดียว เหมือนกับการสร้างต้นไม้ใหม่ขึ้นมาที่ไม่ใช่ข้าวอย่างเดิมที่เราเคยเห็นกัน แต่สามารถให้ผลผลิตเป็นข้าวได้ หากเรื่องนี้ทำได้สำเร็จจะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นได้มากอาจมากถึง 40% เลยทีเดียว งานวิจัยด้านนี้ในเมืองไทยยังไม่ได้เริ่ม และยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เริ่มหรือไม่ 

          ปัญหาเรื่องข้าวในเมืองไทยคงไม่ใช่การมองเฉพาะเรื่องของราคา และเรื่องการจำนำข้าวอย่างที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนี้ แต่ว่าวิทยาการต่างๆ ที่เราต้องช่วยกันพัฒนาอย่างเร่งด่วนต่างหากที่จะทำให้ไทยเรามีที่ยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง ทุกวันนี้เรายังคงยึดติดอยู่กับการที่เราคิดว่าเรามีข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกและเรายังครองความเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลกอยู่

          แต่ต้องไม่ลืมว่าชาติต่างๆ ที่ปลูกข้าวในโลกนี้ก็มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งเช่นกัน เพียงแต่ว่าประเทศเหล่านั้นมีการลงทุนสูงกว่าประเทศไทย และให้ความสำคัญอย่างจริงจังและลงทุนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลงานที่นำมาใช้ได้ เท่าที่ผ่านมาสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารเป็นหลัก ซึ่งไม่ค่อยกระทบกระเทือนถึงเมืองไทยมากนัก แต่ว่าในระยะหลังนี้เริ่มมองเรื่องคุณภาพเป็นที่ตั้งแล้ว ตรงนี้คือประเด็นที่เราต้องหันมาทบทวนตัวเองกันแล้วครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : เกษตรยุคใหม่ : วิทยาการข้าวไทย (2) : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

----------