
เป้าหมายลงทุนถัดไป..เวียดนาม
สินค้าโลว์เทค หรือ ไฮเทคสุดๆ ก็มีแหล่งผลิตในแดนมังกรเป็นส่วนใหญ่
แม้ประเทศจีนจะได้ชื่อว่า "โรงงานอุตสาหกรรมของโลก" เพราะสินค้าราคาถูกที่สุดจนถึงแพงระยับจับจิต ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโลว์เทค หรือ ไฮเทคสุดๆ ก็มีแหล่งผลิตในแดนมังกรเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้ผลิตสินค้าเหล่านั้นพิจารณาแล้วว่า การลงทุนในประเทศจีนที่มีต้นทุนค่าแรงงานต่ำ เป็นความคุ้มค่าทางธุรกิจในระยะยาว แต่ทุกวันนี้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไอที แม้กระทั่งสินค้าประเภทชุดกีฬากำลังโหยหาแหล่งผลิตสินค้าใหม่ที่มี "ต้นทุน" ต่ำกว่าประเทศจีน และพบว่า "จีนน้อย" หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนได้ดีกว่าจีนในปัจจุบัน
เศรษฐกิจจีนก็เหมือนกับประเทศดาวรุ่งทางเศรษฐกิจในโลกประเทศอื่น เช่น บราซิล ที่มีการขยายตัวจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีนทำให้อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ของจีนขยายตัวตามไปด้วย นั่นทำให้รายได้ของแรงงานจีนที่เคยอยู่ในระดับต่ำเรี่ยดิน กลับพุ่งสูงเฉียดยอดไม้แล้วในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าแรงในมณฑลทางตะวันออกของจีนที่สูงกว่าฝั่งตะวันตกหลายเท่าตัว
ปัจจุบันนี้รายได้ของแรงงานไร้ทักษะของจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 บาท) ต่อเดือน ส่วนแรงงานไร้ทักษะของเวียดนามมีรายได้ต่ำกว่านั้นถึง 2-3 เท่าที่ระดับ 100-150 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 3,000-4,500 บาท) เท่านั้น
นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เอ็กซ์พีเพาเวอร์ จากประเทศอังกฤษตัดสินใจลงทุนในเวียดนามแทนที่จะเป็นจีน เอ็กซ์พีเพาเวอร์เพิ่งเปิดโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดบินห์ ดอง ใกล้กับนครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมของเวียดนาม เอ็กซ์พีเพาเวอร์ เป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการลงทุนในแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพในการทำกำไร และปลอดภัย บริษัทแห่งนี้เรียนรู้มาว่าประเทศจีนกำลังมีอัตราการขยายตัวของค่าแรงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ญี่ปุ่นก็กำลังฟื้นตัวจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อเดือนมีนาคม 2554 ส่วนประเทศไทยก็เพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่รอยแผลที่เกิดกับธุรกิจต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนยังไม่สมานตัวได้ดีนัก
แม้เอ็กซีพีเพาเวอร์ ผู้ผลิตหม้อแปลงขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรม จะต้องเผชิญกับความไม่พร้อมของแรงงาน และสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้ายังติดๆ ดับๆ และท่าเรือยังไม่ได้รับการพัฒนา แต่ทางเกวียนสู่เวียดนามที่ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และไอทีขนาดใหญ่ เช่น อินเทล ซัมซุง และโนเกีย สร้างขึ้นมา ทำให้เอ็กซ์พีเพาเวอร์มีความมั่นใจในอนาคตของการลงทุนในประเทศที่ได้ชื่อว่า "จีนน้อย" แห่งนี้
นักวิเคราะห์มองว่า เวียดนามกำลังพยายามผันตัวเองจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าโลว์เทค ราคาถูกไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น และเป็นสินค้าที่จะทำรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
พูดง่ายๆ ก็คือ เวียดนามต้องพัฒนาแรงงานมีฝีมือมากขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนและอุตสาหกรรมที่จะเข้ามา หรือผุดขึ้นในเวียดนามมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
นั่นทำให้เวียดนามกลายเป็นแหล่งลงทุนอันดับต้นๆ ของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะยกระดับเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 นี้
และการเติบโตของเวียดนามในฐานะแหล่งรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ไทยตกอยู่ในฐานะลำบาก มากขึ้นในมุมมองเศรษฐกิจ
ดังนั้นทางออกของไทยก็คือ การพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือการผลิตสินค้าไฮเทค ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการผลิต แทนที่จะอยู่ในฐานะเดียวกับเวียดนามเพื่อเลี่ยงการแข่งขัน
ทั้งยังจะต้องพัฒนาสาธารณูปโภคให้ "พร้อม" กับการรับการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีมูลค่าหลายพันหลายหมื่นล้านบาทเหล่านั้นได้
ไม่เว้นแม้แต่เรื่อง "น้ำท่วม" ที่จนบัดป่านนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่าปี 2555 นี้ ประวัติศาสตร์ "เอาอยู่" จะซ้ำรอยหรือเปล่า



