
กีฬาสร้างสามัคคีถวายในหลวง
กีฬาสร้างสามัคคีถวายในหลวง ราชมงคล-ราชภัฏสุดยิ่งใหญ่แห่งภาคอีสาน
ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างพี่น้องสองราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กับมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครราชสีมา (มรภ.นครราชสีมา) ปีนี้ มทร.อีสาน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬากลาง ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา
ก่อนเริ่มการแข่งขัน ได้มีพิธีเชิญโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขบวนพาเหรดจาก มทร.อีสาน ไปสมทบกับขบวนพาเหรดของ ม.ราชภัฏนครราชสีมา ก่อนที่จะเคลื่อนไปยังสนามกีฬากลางค่ายสุรนารี สำหรับขบวนพาเหรดในปีนี้มีทั้งขบวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ขบวนรณรงค์ประชาธิปไตย รณรงค์เรื่องคุณธรรม จริยธรรม รักความเป็นไทย และด้านภูมิคุ้มกันยาเสพติด โดยตลอดเส้นทางมีประชาชน ชาวนครราชสีมาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ผศ.ชูชัย ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มทร.อีสาน เล่าว่า การแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 45 นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันฟุตบอลนัดเล็กๆ ในปี 2500 สองสถาบันได้สานมิตรภาพไปสู่การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในปี 2502 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโล่รางวัลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทั้งสองมหาวิทยาลัย เป็นแห่งแรกในภูมิภาคซึ่งถือเป็นมิ่งมหามงคลที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และพลังสามัคคี เป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของทั้งสองสถาบันในการฝึกซ้อมกีฬา จัดขบวนพาเหรดการฝึกซ้อมของกองเชียร์เพื่อให้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งสองสถาบัน
จากนั้นก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ของทั้งสองสถาบัน เกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีและสนุกสนาน เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบสนามได้ตลอดเวลา ระหว่างพักครึ่งเวลาก็มีการแสดงประเพณี ศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค จาก มรภ.นครราชสีมา และเมื่อหมดเวลาการแข่งขันผลปรากฏว่าเสมอกันไป 1-1 จากนั้นจึงเป็นพิธีมอบโล่พระราชทานแก่ตัวแทนนักกีฬาทั้งสองทีม ซึ่งทั้งสองสถาบันได้ครองโล่พระราชทานสถาบันละครึ่งปี และเมื่อถึงเวลาปิดการแข่งขัน นักกีฬา นักศึกษา บุคลากรและผู้บริหารสถานศึกษา ได้ร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุมร่วมกันเพื่อแสดงถึงความสามัคคีที่ทั้งสองสถาบันมีให้ต่อกัน
สุภโชติ หวานเหลือ นักฟุตบอลจาก มทร.อีสาน กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า ตอนแรกก็คาดหวังว่าจะชนะในวันนี้ แต่ผลออกมาเสมอกัน ก็ไม่ได้เสียใจเพราะทำดีที่สุดแล้ว การแข่งขันถือเป็นการเชื่อมความสามัคคีระหว่างทั้งสองสถาบันด้วย ส่วน จตุรวิทย์ หอยมุกข์ นักฟุตบอลทีม ม.ราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับเกียรติให้ลงเตะในฟุตบอลนัดนี้ และรู้สึกพอใจกับผลของการแข่งขัน แม้จะทำได้แค่เสมอกันแต่ก็ถือว่าได้สานความสามัคคีระหว่างทั้งสองสถาบันให้เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ ปรีติวัฒน์ วรรณบุษปวิช ผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลทีม ม.ราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า มีการเตรียมทีมมาพอสมควร ความพร้อมก่อนลงแข่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เกมถือว่าสูสีและสนุกมาก เสียงเชียร์รอบๆ สนามก็มีส่วนสำคัญ แม้จะเสมอกันก็ไม่น่าเสียใจเพราะจุดประสงค์หลักของฟุตบอลประเพณีก็คือการที่ทั้งสองสถาบันได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสานสัมพันธ์ทั้งสองมหาวิทยาลัยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ผศ.ดร.เศาวณิต เศาณานนท์ อธิการบดี ม.ราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ รวมทั้งการจัดขบวนพาเหรด การเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์ เพื่อให้งานในครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยอย่างสมพระเกียรติพระองค์ท่านและสมศักดิ์ศรี ส่วนผลแพ้ชนะนั้นไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อสถาบันการศึกษาทั้งสองแห่ง
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเพียงสองแห่งในประเทศเท่านั้นที่ได้รับพระราชทานโล่รางวัลนั่นก็คือการแข่งขันฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการแข่งขันฟุตบอลประเพณีระหว่างกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จึงนับเป็นความภาคภูมิของสถาบันเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง



